ตอนที่ 1920
บทที่ 1920 โอกาสยิ่งใหญ่เกินหนใด
October 21, 2026
บทที่ 1920 โอกาสยิ่งใหญ่เกินหนใด
………………..
บทที่ 1920 โอกาสยิ่งใหญ่เกินหนใด
เขาเจียนบรรลุขอบเขตแล้ว!
เฉินซีสังเกตเห็นชัดเจนว่าพลังชีวิตของตนสมบูรณ์แบบเกินครั้งใดในขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาล ถึงขนาดที่มันกระสับกระส่ายเล็กน้อย คลับคล้ายจะหลุดการควบคุม
นี่คือสัญญาณบ่งบอกว่าเขากำลังจะบรรลุสู่ขอบเขตมหาราชเทวา
ยิ่งกว่านั้น กระทั่งการบ่มเพาะเต๋าแห่งกระบี่ยังเฉียดใกล้บรรลุขั้นสี่ขอบขอบเขตจักรพรรดิกระบี่เต็มที!
ขณะเดียวกัน การบ่มเพาะดวงจิตแห่งเต๋าก็เพิ่มพูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หากเฉินซีอนุมานไม่ผิด การบ่มเพาะดวงจิตแห่งเต๋าของเขาจะพัฒนาสู่ขั้นสี่ของสัจหฤทัยสูตรเมื่อเขาบรรลุเป็นจ้าวเอกภพ
นี่คือผลประโยชน์อันเกิดจากการทำศึกจริง
นับแต่ก้าวสู่ขั้นสูงของขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาล เฉินซีก็บ่มเพาะและตกตะกอนความคิดอย่างต่อเนื่อง ความแข็งแกร่งย่อมบรรลุสู่ความสมบูรณ์แบบ
หลังจากนั้น ขณะที่เข้าร่วมการถกวิถีเต๋า เขาก็ไม่อาจเผยอำนาจต่อสู้อย่างเต็มที่ได้มาตลอดด้วยต้องพิจารณาถึงกฎเกณฑ์ จึงอดรู้สึกอัดอั้นเล็กน้อยในศึกเหล่านั้นไม่ได้
แต่เมื่อครู่นี้ เขาทิ้งทุกข้อจำกัด ปลดปล่อยตนเองอย่างสมบูรณ์ ทำให้ศักยภาพของเขาเผยออกอย่างเต็มที่
ด้วยเหตุนี้ ทั้งสภาพจิตใจและอำนาจต่อสู้จึงได้รับการขัดเกลาฝึกฝนอย่างหนักหน่วงจนแทบเรียกได้ว่าวาสนาหนุนส่ง
หากมิใช่เพื่อบรรลุเป็นจ้าวเอกภพ สภาพปัจจุบันของเฉินซีก็เพียงพอข้ามเส้นคั่น บรรลุสู่ขอบเขตมหาราชเทวาแล้ว!
…
ท้ายที่สุด เฉินซีก็ต้องระงับมันไว้ เขายังไม่ได้แปรสภาพดูดซับพลังเอกภพใด ๆ จึงย่อมไม่อยากเคลื่อนขอบเขตยามนี้
“อาเหลียง เป็นอันใดหรือไม่?” เฉินซีพลันสังเกตพบว่าปราณของอาเหลียงแผ่วจางลง ใบหน้าจิ้มลิ้มซีดขาว หัวใจบีบตัว ถามขึ้นอย่างอดมิได้
“คุณชายไม่ต้องร้อนใจไป อาเหลียงแค่เหนื่อยนิดหน่อยเจ้าค่ะ พักสักเดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง” อาเหลียงตอบเสียงเรียบ
“อาเหลียง ขอบคุณนะ” เฉินซีตระหนักดีว่า หากแม่นางน้อยผู้นี้ไม่ช่วยเขา เขาคงพ่ายศึกนี้แล้ว
เพราะสัตว์อสูรจ้าววิญญาณเหล่านั้นควบคุมซากศพยอดฝีมือมากมาย อำนาจต่อสู้เทียบได้กับจักรพรรดิ
ยิ่งกว่านั้น ยังเทียบได้กับจักรพรรดิเกินพันคน!
หากมิใช่เพราะกลองตะบันเทพและไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์แห่งการเผาผลาญของอาเหลียงมีฤทธายิ่งใหญ่ บีบบังคับให้สัตว์อสูรจ้าววิญญาณออกมาจากซากศพ คงไม่มีทางเลยที่ศึกนี้จะจบด้วยชัยชนะของเขา
“คุณชาย ท่าน… ท่านไม่ต้องเกรงใจอาเหลียงนักหรอกเจ้าค่ะ” อาเหลียงก้มหน้างุด ดูเขินอาย
เฉินซีเอ่ยยิ้ม ๆ “เช่นนั้น อาเหลียง เจ้าพักผ่อนเถิด ที่เหลือข้าจัดการเอง”
“อื้อ” อาเหลียงพยักหน้าหงึกหงัก แล้วจึงนั่งขัดสมาธิตั้งจิตฟื้นตัวในใบหูของเฉินซี
ขณะนี้ สายตาของเฉินซีเพ่งมองไปยังท้องนภาแสนไกล ที่นั่นมีหนึ่งเงาดุจม่านคลุมเวหา ดูลึกลับเกินบรรยาย
วูบ!
เฉินซีไหวร่างไปโดยไร้ลังเล
ก่อนหน้านี้ เขาผ่านสมุทรสีม่วงอันก่อจากพลังทัณฑ์สวรรค์สะกดเต๋า กวาดล้างทัพบรรดาสัตว์อสูรจ้าววิญญาณ ในที่สุดก็มาถึงที่นี่
ด้วยเหตุนี้ เฉินซีจึงยิ่งฉงนใจว่าสิ่งใดกันแน่ซ่อนอยู่ในเงามืด อันตรายมากมายจึงขวางตรงหน้ามัน!
เฉินซีตระหนักดียิ่งว่า บุคคลหรือกระทั่งมหาเทพเต๋าผู้อื่นคนใดไม่น่าผ่านด่านกำแพงเหล่านี้ได้ง่ายดายเช่นเขา
ถึงขนาดกระทั่งว่า แค่สมุทรพลังทัณฑ์สวรรค์สีม่วงก็เพียงพอให้คนส่วนใหญ่ต้องชะงัก มิกล้าเหยียบย่างเข้าใกล้แล้ว
ดังนั้น ยิ่งเป็นเช่นนี้ บริเวณอันปกคลุมด้วยเงามืดนี้ยิ่งดูผิดปกติ
…
ไม่ช้าไม่นาน เงามืดนั้นก็ค่อย ๆ ปรากฏในสายตาของเฉินซี และขยายตัวชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
นั่นอะไร? ครู่สั้น ๆ ต่อมา เฉินซีพลันชะงักเท้า หรี่ตาลงขณะแสงศักดิ์สิทธิ์สายหนึ่งปะทุออกมาจากภายใน
แล้วเขาก็ต้องตกใจยามพบดวงแสงโกลาหล ซึ่งก็คือแก่นแท้เอกภพจำนวนมากในเงามืดนั้น
รวมทั้งสิ้นเก้าดวง
พวกมันแต่ละดวงล้วนอัดแน่นด้วยพลังเอกภพหนาแน่นบริสุทธิ์ เข้มข้นเสียจนดูจับต้องได้ ชวนให้รู้สึกราวทัศนาหนึ่งโลกหล้าโกลาหล!
ไม่สิ มันมีตั้งเก้าใบ!
พวกมันลอยนิ่งกับที่ แต่กลับเต็มไปด้วยพลังชีวิต ดูประหนึ่งที่มาแห่งสรรพสิ่ง เป็นแกนกลางแห่งเอกภพ
เงามหึมาบนท้องนภาพร่างพราวนั้นฉายขึ้นโดยแก่นแท้เอกภพทั้งเก้านี้!
ขณะนี้ หัวใจของเฉินซีอดปรากฏความตกใจมิได้
เก้าแก่นแท้เอกภพประสานเสริมกันจากไกล ๆ ดุจเป็นหนึ่งเดียว เอกภพอันให้กำเนิดแก่นแท้ได้มากมายเช่นนี้ต้องเป็นเช่นไร? ไม่อาจเข้าใจได้เลย! ใครเล่าจะคาดคิดว่าโอกาสอันยิ่งใหญ่เกินหนใดจะซุกซ่อนอยู่ในเอกภพอันตรายสุดขีด เปี่ยมด้วยจิตสังหารเช่นนี้?
เรื่องสำคัญเหนือใดคือ กระทั่งเฉินซียังไม่คาดคิดว่าการถล่มของพื้นจะทำให้เขาถูกกวาดมายังเอกภพนี้โดยไม่ตั้งใจ และประสบเหตุชวนประหลาดใจยินดีอันมโหฬารนี้
เกินคาดโดยแท้
หากแปรสภาพดูดซับมันทั้งหมดได้ จะก่อเป็นพลังเอกภพยิ่งใหญ่น่าตกใจเพียงไรกัน? เฉินซีพึมพำในใจขณะที่ดวงตาสีดำยิ่งเรืองประกาย
วูบ!
เฉินซีเชิญกู่เยี่ยนออกจากจักรวาลในร่างตน
“สวรรค์! นี่มัน….” ทันทีที่เขาเห็นภาพตรงหน้า กู่เยี่ยนก็จังงังไป เขาตกใจอย่างยิ่งเพราะมันก็เกินจินตนาการของเขาเช่นกัน
“เราจะเข้าไปด้วยกัน ดูดซับแปรสภาพให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้” เฉินซีสูดหายใจลึก ๆ แล้วกล่าวช้า ๆ
กู่เยี่ยนอดถามมิได้ “อาจารย์อา เกิดอันใดขึ้นหรือขอรับ?”
“พลังทัณฑ์สวรรค์สะกดเต๋ารอบแก่นแท้เอกภพดูจะรับมือยาก” เฉินซีครุ่นคิดหนักอยู่ครู่หนึ่ง จึงกัดฟันพูด “รอที่นี่สักเดี๋ยว ข้าจะเข้าไปลองดู”