ตอนที่ 1936
บทที่ 1936 หนังอสูรเปลี่ยนผันเกินคาด
October 21, 2026
บทที่ 1936 หนังอสูรเปลี่ยนผันเกินคาด
………………..
บทที่ 1936 หนังอสูรเปลี่ยนผันเกินคาด
หนังอสูรที่ทั้งเก่าทั้งเสียหายปลดปล่อยพลังผันผวนอันลึกลับออกมา ไม่อาจมีใครมองมันออกได้
คงโหยวหรานและคนอื่น ๆ จำหนังอสูรนี้ได้ มันมีความเกี่ยวข้องกับพื้นที่ลึกลับภายในแดนรวนเรลืมเลือน อาจทำให้ได้มาซึ่งความลับมหาวิถีแห่งเต๋าก็เป็นได้!
หากแต่พวกเขาก็ต้องตกตะลึง เพราะนอกจากห้าหนังอสูรที่มาจากห้าสุดยอดแห่งเอกภพจักรวรรดิแล้ว ก็ยังมีหนังอสูรอีกชิ้นหนึ่งอยู่ด้วย
“ข้าได้มาจากหวังจง” เฉินซีอธิบายพูดเสียงเรียบ ก่อนจะเปิดหนังอสูรแผ่นนั้นออกมา
หนังอสูรชิ้นนี้ใหญ่กว่าชิ้นอื่น ๆ ที่เฉินซีมี รูปทรงดูแปลกประหลาด เหมือนมีใครเอามันมาประกอบเข้าด้วยกัน
ราวกับว่าหนังอสูรชิ้นนี้เกิดจากชิ้นส่วนหนังอสูรที่เสียหายหลาย ๆ ชิ้นนำมาต่อกัน จึงทำให้ได้รูปทรงเป็นเอกลักษณ์เช่นนี้ออกมา
หากแต่เมื่อได้เห็นเช่นนี้ เฉินซีก็ตกตะลึงทันที เขารู้ว่าตอนหวังจงได้หนังอสูรโบราณแผ่นนี้มา มันไม่ได้มีหน้าตาเป็นแบบนี้เลย
หวังจงคงจะรวบรวมชิ้นส่วนอื่น ๆ เข้าด้วยกัน สุดท้ายจึงกลายเป็นหนังอสูรในมือเขาตอนนี้!
นอกจากจะทำให้เฉินซีตกตะลึงแล้ว เขายังรู้สึกสับสนร่วมด้วย หวังจงไปเอาชิ้นหนังอสูรมากมายขนาดนั้นมาจากไหนกัน?
“อาเหลียง เจ้าช่วยดูให้หน่อยว่าเขียนอะไรไว้บ้าง” กู่เยี่ยนเอ่ยขึ้นจากด้านข้าง
“อ้อ” อาเหลียงจึงกระโดดมาข้างกายเฉินซี อยู่หน้าหนังอสูรชิ้นนั้นพอดี
มันก็เหมือนกับห้าหนังอสูรที่เฉินซีเคยได้มาแล้ว มีตัวอักษรแปลกประหลาดสลักไว้เช่นเดียวกัน พวกมันเป็นตัวอักษรพิศวง ไม่มีใครรู้จัก
อาเหลียงเป็นเพียงคนเดียวที่นี่ที่สามารถอ่านตัวอักษรลึกลับเหล่านั้นได้ เพราะมันเป็นตัวอักษรลับของราชวงศ์เผ่าจุลบรรพกาล
คงโหยวหรานและคนอื่น ๆ เองก็ประหลาดใจเช่นกัน เขาไม่คิดว่าเฉินซีจะมีลูกหลานเผ่าจุลบรรพกาลอยู่ด้วย
ทั้งยังไม่เคยคิดว่าตัวอักษรที่ขนาดห้าสุดยอดแห่งเอกภพจักรวรรดิยังไม่สามารถแกะความออกมาได้ อาเหลียงกลับสามารถอ่านมันได้อย่างไรปัญหาใด
“สหายเฉินซีผู้นี้เตรียมการมาพร้อมจริง!” คนทั้งหลายเห็นภาพนี้แล้วก็ได้แต่ถอนใจ
“สุดยอดพลังนำสู่ความว่างเปล่า ความว่างเปล่าคือสุญตา สุญตากำเนิดชีวิต จุดเริ่มจิตแห่งทุกปริศนา…” อาเหลียงเริ่มอ่านตัวอักษรที่สลักไว้บนหนังอสูร น้ำเสียงนางไพเราะเสนาะหู ทุกถ้อยคำที่กล่าวออกมาดึงใจทุกคนให้สนใจได้
“สุดยอดพลังนำสู่ความว่างเปล่า!” เป็นตอนนั้นเองที่สืออวี๋ อวี้จิ่วหุย ฉินซินฮุย และจ้าวชิงเหยาสั่นสะท้านไปพร้อม ๆ กัน มันอาจเป็นคำที่ดูธรรมดายิ่ง แต่พอได้ยินกลับเหมือนเต็มไปด้วยพลังพิศวง ทำเอาดวงจิตแห่งเต๋าสั่นสะท้าน เกิดความรู้สึกลึกลับไม่อ่านอธิบายได้ทะลวงสุขห้วงจิต
ถึงขั้นที่ประโยคนั้นทำให้พวกเขาลืมสิ้นทุกสิ่งอย่างที่อาเหลียงอ่านมา!
หากแต่คนอื่น ๆ เหมือนไม่รู้อะไร ไม่มีใครตกใจกับคำเหล่านั้น ทั้งยังไม่รู้เลยว่าคำพวกนี้ทำให้สืออวี๋และสหายอีก 3 คนในกลุ่มราวกับถูกฟาดหน้า
“ความว่างเปล่าคือสุญตา!” แต่พริบตาต่อมา เมื่ออาเหลียงเอ่ยออกมาอีกประโยค คงโหยวหรานกับเย่เฉินก็ทำท่าเหมือนถูกฟ้าผ่า ความเข้าใจอย่างหนึ่งพลันกำเนิดขึ้น
มีเพียงเฉินซีกับกู่เยี่ยนเท่านั้นที่ยังไม่รู้อะไร
นี่ดูแล้วแปลกประหลาดยิ่ง เป็นแค่คำธรรมดาแท้ ๆ แต่พออาเหลียงอ่านมันออกมา ก็เหมือนกับมีความหมายลึกลับซัดเข้ากลางใจ ทำให้แต่ละคนมีสีหน้าแตกต่างกันออกไป
“สุญตากำเนิดชีวิต จุดเริ่มจิตแห่งทุกปริศนา!” พออาเหลียงพูดถึงประโยคนี้ เฉินซีเองก็ใจสั่นเช่นกัน สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายลึกลับไม่คุ้นเคยขึ้นมา
หากแต่พริบตาเดียว ก็เกิดกระแสลั่นครืนอันแปลกประหลาดขึ้นภายในห้วงจิตสำนึกของเฉินซี ชิ้นส่วนแผนภาพวารีหลากที่เดิมทีหลับลึกอยู่กลับตื่นขึ้นมา!
เหมือนกับว่าคำพูดเหล่านี้มีกลิ่นอายลึกลับซึ่งมีพลังแบบเดียวกับชิ้นส่วนแผนภาพวารีหลากอยู่ ทำให้เกิดการตอบสนองน่าประหลาดขึ้นมา
หากแต่การตอบสนองนี้ทำให้เฉินซีรู้สึกกลัวขึ้นมา เขารีบเก็บหนังอสูรไปตามสัญชาตญาณแล้วตะโกนออกมาว่า “อาเหลียง หยุดอ่านก่อน!”
อาเหลียงไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไร ไม่ได้สัมผัสถึงความผิดปกติใดเลยด้วยซ้ำ แต่พอเฉินซีตะโกนออกมาดังลั่น ขัดจังหวะนางไว้ ทั่วร่างนางจึงสั่นสะท้าน คล้ายกับว่าหวาดกลัวเขา
ตอนนี้เฉินซีถึงนึกได้ว่าตนเองมีท่าทีประหลาด จึงรีบกล่าวขึ้นว่า “อาเหลียง ไม่ใช่ความผิดเจ้าหรอก เป็นข้าเอง”
อาเหลียงดูวางใจลงเล็กน้อย จากนั้นก็แลบลิ้น “คุณชาย เมื่อครู่ท่านน่ากลัวมากเลยนะ”
“เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้นน่ะ?”
“บ้าเอ๊ย! เหมือนกับถูกสิงเลย! นี่มันแปลกมาก”
เสียงตะโกนดังลั่นเฉินซีปลุกคงโหยวหรานและคนอื่น ๆ ให้หลุดออกจากภวังค์น่าประหลาดเช่นกัน สีหน้าพวกเขาพลันเปลี่ยนผัน เพราะรู้ดีว่าตนเองแสดงท่าทางแปลก ๆ ออกมา
เฉินซีสูดลมหายใจเข้าลึก ครุ่นคิดอยู่นานก่อนเอ่ย “ไม่เป็นไร หนังอสูรชิ้นนี้มาจากหวังจง เนื้อหาของมันไม่มีใครรู้จัก ไม่ได้ว่าอาจจะมีเรื่องที่เราไม่รู้ซุกซ่อนอยู่ภายในนี้ก็ได้”
พอได้ยินดังนี้ทุกคนก็ใจสั่น เพราะอย่างไรพวกเขาก็ขึ้นเป็นจ้าวเอกภพแล้ว นับว่ามีพลังสูงส่งกว่าแต่ก่อนมาก