ตอนที่ 1945
บทที่ 1945 มาอย่างเปี่ยมเจตนาร้าย
October 21, 2026
บทที่ 1945 มาอย่างเปี่ยมเจตนาร้าย
………………..
บทที่ 1945 มาอย่างเปี่ยมเจตนาร้าย
ประตูสูงแสนจั้งอันปกคลุมด้วยโครงกระดูกผุดขึ้นจากพื้น ตั้งตระหง่านสูงใหญ่ ทำให้ผู้พินิจมันรู้สึกเล็กจ้อยดั่งมด
มันสูงตระหง่านเกินไปโดยแท้จริง เกิดเป็นแรงกดดันอันชวนสะพรึงกลัว
ฟู่!
ทันใดนั้น วาตะอัสนีพักคลุ้งทั่วทิศ สายฟ้าลูกแล้วลูกเล่าอันมีขนาดหนาใหญ่ดุจขนดมังกรโอบล้อมรอบบานประตู มันคือทัณฑ์อัสนีโลกาวินาศอันเรืองฤทธิ์เกินคะเน
สุญตาทุกอณูที่นี่เหมือนจะเต็มไปด้วยปราณทำลายล้างเกินประมาณ ชำแรกความกลัวสู่หัวใจทุกดวง
ประตูแห่งวันโลกาวินาศ!
เฉินซีและคณะไม่ต้องคิดแม้แต่น้อย ก็ตัดสินได้ว่าประตูลึกลับแสนจั้งนี้ก็คือประตูแห่งวันโลกาวินาศ!
มันลึกลับอย่างยิ่ง ซ่อนอยู่ที่ก้นหุบเหวทัณฑ์หายนะ มีตัวตนอยู่มานานเกินนับ
โลกาวินาศ!
แทนความวิบัติแห่งมวลวิชา หมื่นเต๋าพังทลาย!
ยามทัณฑ์โลกาวินาศมาถึง ทุกทักษะวิชาและเต๋าในโลกหล้าจะถูกลบล้าง ผู้บ่มเพาะทั้งหลายจะเสียรากฐานชีวิตของตนไป!
จากตำนานว่าไว้ อำนาจทัณฑ์อันสามารถทำลายหนึ่งยุคสมัยได้ถูกเก็บไว้ในประตูแห่งวันโลกาวินาศ
ขณะนี้ เฉินซีและคณะต่างมีสีหน้าเคร่งขรึม มองไปยังประตูแห่งวันโลกาวินาศอันลึกลับตั้งตระหง่านอยู่ไกล ๆ ทั่วร่างรู้สึกหนาวเยือกเล็กน้อย
“ก่อนหน้านี้ ข้าพยายามสะกดทุกสิ่งที่นี่ด้วยกำลังข้า น่าเสียดายที่ข้าเพิ่งตระหนักยามนี้ว่าประเมินความสามารถตัวเองสูงเกินไป….” เจียหนานกระอักเลือด ใบหน้าซีดขาว ดวงตาหม่นหมองสุดขีด นอกจากนั้น น้ำเสียงยังแฝงความเศร้าหมองและจนใจอย่างลึกล้ำ
ยามนี้เอง ผู้อื่นจึงตระหนักว่าเหตุที่เจียหนานมานั่งขัดสมาธิบริกรรมที่นี่ แท้จริงก็เพื่อหยุดการปรากฏของประตูแห่งวันโลกาวินาศ!
น่าเสียดายที่สุดท้ายเขาก็ล้มเหลว ทำให้เขาต้องกระอักเลือดไม่จบสิ้น ดูหมองหม่นอิดโรย
“สหายเต๋าทุกท่าน ข้าไม่อาจช่วยอะไรได้แล้ว” เจียหนานยิ้มเจื่อนพลางรำพึง
“เจียหนาน เจ้าช่วยเราได้มากแล้ว อย่างน้อยที่สุด หากมิใช่เพราะเจ้า เราคงไม่รู้อะไรเกี่ยวกับที่นี่เลย” เฉินซีสูดหายใจลึก ๆ “ที่เหลือให้เราจัดการเอง ไม่ว่าอย่างไร ข้าจะพยายามสุดความสามารถเพื่อนำทุกท่านกลับสู่แดนเทพโบราณให้ได้!”
เสียงของเขาสุขุม ทว่าเด็ดเดี่ยว
ทว่ามีเพียงเฉินซีที่ตระหนักชัดว่า หากทุกสิ่งเป็นไปตามคำพูดเจียหนาน โอกาสเดียวที่พวกเขาจะออกจากที่นี่ได้ก็จะชี้ชัดได้ด้วยการเปิดประตูแห่งวันโลกาวินาศเท่านั้น
แต่หากทำเช่นนั้น….
ผลลัพธ์ก็จะเกินคาดหยั่ง!
ข้าควรทำเช่นไร? เฉินซีรู้สึกกดดันอย่างยิ่งในใจ สายตาจับจ้องประตูแห่งวันโลกาวินาศสูงแสนจั้งจากไกล ๆ อย่างเงียบงัน
ประตูแห่งวันโลกาวินาศนั้นปกคลุมไปด้วยโครงกระดูกทั่วบาน ไม่อาจเห็นลักษณ์แท้จริงของมันได้เลย
เจียหนานกล่าวว่า มีเพียงเฉินซีเท่านั้นที่เปิดประตูลึกลับบานนี้ได้ แต่ขณะนี้ เฉินซีไม่รู้เลยว่าจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร
“เฉินซี เราฉวยโอกาสนี้ไปกันดีหรือไม่?” สืออวี๋ถามเสียงเบา
“เป็นไปไม่ได้” เฉินซีไม่ทันเปิดปาก เจียหนานก็ส่ายหน้าตอบ “หุบเหวทัณฑ์หายนะนี้ เข้าได้ออกไม่ได้ หากพยายามหนีจาก ก็จะเผชิญทัณฑ์ตกตาย”
“ไม่ลองดู เราจะรู้ได้อย่างไร?” สืออวี๋ขมวดคิ้ว
“เห็นโครงกระดูกเหล่านี้หรือไม่? พวกเขาทำเช่นนั้นในอดีต แต่สุดท้ายก็ต้องตกตาย” เจียหนานถอนหายใจ “นี่คือทางตันไร้ทางออก วิธีเดียวที่จะออกจากที่นี่ได้คือต้องเปิดประตูแห่งวันโลกาวินาศ”
หัวใจทุกดวงยิ่งหนักอึ้งยามได้ยินเช่นนี้ พวกเขาไร้ทางหนี ทางออกเดียวคือต้องเปิดประตูแห่งวันโลกาวินาศ สิ่งนี้ทำให้พวกเขาจนมุมมืดแปดด้าน
เพราะหากเปิดประตูแห่งวันโลกาวินาศ พวกเขาจะรับผลกระทบสาหัสจากการกระทำนี้ได้หรือ?
มิต้องพูดถึงว่าตลอดกาลนานมา มีคนมากมายพยายามเปิดประตูบานนี้ แต่กลับต้องตกตายล้มเหลว พวกเขาจึงอาจไม่สามารถทำสำเร็จก็เป็นได้!
“เจียหนานพูดถูก เมื่อพวกเจ้ามาถึงในหุบเหวทัณฑ์หายนะ ก็ไร้หนทางกลับออกไป” ขณะนั้นเอง หนึ่งเสียงเสสรวลก็แว่วมาจากแสนไกลเบื้องบน พร้อมกันนั้น ตัวตนกลุ่มหนึ่งก็ทะยานเวหาเข้ามา
ผู้นำนั้นสวมชุดคลุมสีเลือด แผ่บรรยากาศดุร้ายเย็นชา ซึ่งก็คือหวังจง!
บุคคลชุดดำสิบกว่าคนติดตามเบื้องหลัง สวมชุดคลุมมิดชิด ปกคลุมอีกชั้นด้วยหมอกดำหนาทึบ มีปราณเย็นเยียบ ไร้อารมณ์ใด ๆ
พริบตานั้น ม่านตาของเฉินซีและคณะล้วนหดตัว
แม้พวกเขาจะตระหนักดีว่าทายาทจ้าววิญญาณโบราณอันอยู่รอดมาแต่ยุคก่อนจะปรากฏตัวขึ้นแน่ ยามเกิดเหตุขึ้นจริง หัวใจกลับอดรู้สึกหนักอึ้งเล็กน้อยมิได้
สิ่งที่ทำให้ประหลาดใจเป็นพิเศษก็คือ หวังจงเป็นผู้นำ!
บรรยากาศที่นี่เงียบสงัด คุกรุ่นด้วยจิตสังหาร ตึงเครียดเสียจนยากหายใจ