ตอนที่ 1948
บทที่ 1948 เผ่ามนตราอัคคีอนันต์
October 21, 2026
บทที่ 1948 เผ่ามนตราอัคคีอนันต์
………………..
บทที่ 1948 เผ่ามนตราอัคคีอนันต์
ส่วนหัวของงู เกล็ดที่ปกคลุมไปทั่วร่าง และลูกตาสีแดงคู่นั้น
ในช่วงยุคก่อน อิงหลงเป็นจ้าววิญญาณโบราณชาติกำเนิดสูงส่ง มาจากเผ่ามนตราปีศาจอสรพิษคำรน
วิชาที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่ามนตราปีศาจอสรพิษคำรนคือวิชาปีศาจคำราม! มันเป็นสุดยอดวิชาที่สามารถทำลายได้ทั้งแดน ทลายทั้งดวงดาวได้ในเสียงคำรามเดียว!
หากถูกเสียงคำรามนี้เข้าไป วิญญาณก็อาจจะสลายได้เลย!
การโจมตีที่เขาใช้เมื่อครู่ก็คือวิชาปีศาจคำราม มันโจมตีจิตวิญญาณของจ้าวชิงเหยาได้ในคราวจนนางแทบเอาชีวิตไม่รอด
“แม่นางจ้าว!” ด้านนอกสนามต่อสู้นั้น คนอื่น ๆ ร้องตะโกนลั่นด้วยความหวาดกลัว อยากจะพุ่งเข้าไปช่วยจ้าวชิงเหยาเสียเดี๋ยวนี้ แต่ข้อจำกัดเขตแดนสัประยุทธ์จ้าววิญญาณทำให้พวกเขาไม่อาจทำสิ่งใดได้เลย
รวมถึงที่พวกนอกรีตเผชิญหน้ากับพวกเขาจากระยะไกลกำลังจ้องเขม็งมา ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กล้าผลีผลามลงมือทำอันใด
จ้าวชิงเหยาร่างสะท้าน มุมปากมีเลือดไหลริน นางยังคงยืนหยัดอยู่และโจมตีออกไปอีกครั้ง เพราะศักดิ์ศรีในใจทำให้นางลืมความเป็นตายไปสิ้น!
ตู้ม!
การต่อสู้ยังดำเนินต่อ ความมุ่งมั่นของจ้าวชิงเหยาทำเอาอิงหลงถึงกับประหลาดใจ แต่หลังจากนั้นก็หัวเราะเสียงเยือกเย็นขึ้นมา
ด้วยรู้ดีว่านางยอมตายอย่างมีเกียรติดีกว่าต้องอับอาย
กรรร!
ไม่นานอิงหลงก็ใช้วิชาปีศาจคำรามออกมาอีกครั้ง คลื่นเสียงไร้ลักษณ์คล้ายกับขุนเขาหนักหน่วงซัดเข้าใส่จ้าวชิงเหยา ทำให้นางกระอักเลือดอึกใหญ่ออกมาพร้อมกับร่างกระดูกแหลก
ตอนนี้นางบาดเจ็บหนักจนแทบเอาชีวิตไม่รอด!
แต่นางก็ยังฝืนลุกขึ้นได้อีกครั้ง!
ทำให้เฉินซีและคนอื่น ๆ สะท้านใจ นอกจากความตกใจแล้วยังเริ่มมีความกังวลและความเป็นห่วงขึ้นมา หลายคนเริ่มกัดฟันแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยไฟโกรธ
“ข้าจะฆ่ามัน! ข้าฆ่ามันแน่! มันทำเกินไปแล้ว….” เย่เฉินแค่นเสียง นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
คนอื่น ๆ ก็มีท่าทีไม่ต่างกัน
อั่ก!
อาการบาดเจ็บของนางสาหัสเกินไป แม้ว่าจ้าวชิงเหยาจะรั้งจนถึงตอนนี้ แต่ก็ถูกการโจมตีของอิงหลงไม่หยุดจนต้องกระอักเลือดออกมาหลายครั้ง
สุดท้ายกระดูกทั่วร่างก็แตกละเอียด เลือดชุ่มไปทั่วกาย ที่ยังยืนหยัดอยู่ตอนนี้ได้ก็เพราะใจสู้เท่านั้น
“น่ารำคาญจริง” ตอนนี้อิงหลงมุ่นคิ้วเล็กน้อย ไม่คิดว่าคู่ต่อสู้จะมีจิตใจมุ่งมั่นเช่นนี้
เขาจะฆ่านางเลยก็ได้ แต่เขาก็ไม่ทำ
เพราะนับตั้งแต่เริ่มการต่อสู้มา อิงหลงก็ไม่ได้คิดจะสังหารนาง แต่คิดใช้การต่อสู้นี้เพื่อชิงเอาทุกอย่างที่นางมีมาเป็นของตนต่างหาก!
เพื่อการนั้น เขาต้องบีบคั้นนางด้วยความสามารถในการต่อสู้ที่เหนือกว่า ไม่เพียงแต่ต้องแกร่งกว่าในด้านกำลังต่อสู้เท่านั้น แต่ยังต้องทำลายความมั่นใจ ความตั้งใจ และศักดิ์ศรีของนางด้วย!
เช่นนี้จึงจะสามารถชิงเอาทุกสิ่งอย่างที่นางมีมาได้อย่างสมบูรณ์!
วิธีสังหารอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวนี้เรียกว่าการ ‘เปลื้องชะตา’ ของจ้าววิญญาณโบราณ
ทำให้อิงหลงนั้นคอยเยาะเย้ยถากถางจ้าวชิงเหยาตั้งแต่เริ่มสู้ เริ่มแรกก็ทำให้โกรธ จากนั้นทำลายความตั้งใจ และความเชื่อมั่นทั้งหลายในจังหวะที่นางรู้สึกโกรธแค้นและสิ้นหวังที่สุด!
“ฮึ่ม!” อิงหลงกัดฟัน ใช้วิชาปีศาจคำรามออกมาอีกครั้ง
อั่ก!
ตอนนี้ไม่อาจเกิดปาฏิหาริย์ขึ้นได้อีก เสียงคำรามตรงเข้าทำลายปราการด่านสุดท้ายในใจจ้าวชิงเหยาลง ทำให้ร่างนางแข็งค้างไป ก่อนล้มลงกับพื้น
“ไอ้เวร!” หลายคนที่ดูอยู่ร้องลั่นขึ้น มองด้วยความโกรธจนตาแทบถลน พร้อมกับพุ่งตัวออกไปด้านหน้า แต่ก็ถูกพลังแห่งข้อจำกัดรอบแท่นสังเวยวิญญาณมนตราดีดกลับมา เข้าใกล้สนามต่อสู้ไม่ได้เลย
ฟึบ!
อิงหลงสะบัดแขนเสื้อ จากนั้นอักขระสีดำดูประหลาดก็ปรากฏขึ้น มันขังร่างจ้าวชิงเหยาไว้ด้านใน ก่อนที่อิงหลงจะนำมันลงมายังแท่นบูชาพร้อมกัน
ร่างนางนอนแน่นิ่งอยู่ในกรงขังนั่น!
คนอื่น ๆ ก็เศร้าโศกเสียใจและโกรธแค้นเช่นกัน ไม่อาจยับยั้งความเกลียดชังลงได้ เฉินซีอยากพุ่งไปจัดการอิงหลงเสียเดี๋ยวนี้ ก่อนจะชิงร่างโชกเลือดของจ้าวชิงเหยากลับมา
แต่ยังไม่ทันเริ่ม อาลูเย่ก็เอ่ยเสียงเย็นหยุดเขาไว้ “อิงหลง เรายังจับเหยื่อคนอื่น ๆ ไม่ได้เลย ยังไม่ใช่เวลาเปลื้องชะตานาง!”
อิงหลงเหมือนไม่พอใจส่งเสียงคำรามออกมา แต่สุดท้ายก็หยุดมือ “เช่นนั้นรออีกหน่อยก็แล้วกัน”
“แม่นางจ้าวเหมือนจะยังมีชีวิตอยู่นะ” พอเห็นดังนี้ เฉินซีที่โกรธจัดก็สงบลงบ้าง เอ่ยข้อความผ่านกระแสปราณให้คนอื่นรู้อย่างรวดเร็ว
ใจคงโหยวหรานและคนอื่น ๆ แทบหยุดเต้น พวกเขาเองก็สังเกตเช่นกัน แม้ว่าร่างจ้าวชิงเหยาจะชุ่มเลือดและบาดเจ็บสาหัสจนหมดสติไปแล้ว แต่กลิ่นอายเบาบางก็ยังคงอยู่ นางยังหายใจอยู่
ทำให้คงโหยวหรานและคนอื่นถอนหายใจโล่งอก แต่ก็ไม่อาจยับยั้งไฟโกรธลงได้
แม้จะยังไม่สิ้นใจ แต่ก็ถูกขังกรงไว้เหมือนเหยื่อตัวหนึ่ง นับเป็นการหมิ่นเกียรติที่หนักหนากว่าการฆ่าให้ตายเป็นอย่างยิ่ง
“อิงหลวน เลือกคู่ต่อสู้รอบที่สองได้เลย” ครั้งนี้ร่างในชุดดำยังไม่ทันได้มีโอกาส อาลูเย่ก็เอ่ยขึ้น ตัดสินใจให้อิงหลวนที่เถียงกับอิงหลงก่อนหน้านี้ได้ออกไปต่อสู้
“ขอบคุณนายท่าน!” อิงหลวนรอไม่ไหว แวบหายไปโผล่บนแท่นบูชาทั้งที่ยังไม่ทันสิ้นเสียงสั่ง