ตอนที่ 1961
บทที่ 1961 ทินกรอัสดง
October 21, 2026
บทที่ 1961 ทินกรอัสดง
………………..
บทที่ 1961 ทินกรอัสดง
คัมภีร์โบราณรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสโปร่งแสงสกาวราวแผ่นหยก แฝงไปด้วยรัศมีอันเยือกเย็นและเก่าแก่อย่างไม่อาจพรรณนาเป็นคำพูดได้
ที่ด้านหน้าของมันคือคำสองคำที่ถูกเขียนไว้ด้วยลายเส้นอันทรงพลัง ระเบียนแดนมรณะ!
พรึ่บ!
ทันใดนั้น ระเบียนแดนมรณะก็กางออก ฟ้าดินพลันหมุนวนกลับทิศ ราวกับว่ายุคสมัยใหม่และวัฏจักรแห่งสังสารวัฏได้บังเกิดขึ้นอีกครั้ง!
ภาพแรกที่ปรากฏขึ้นมาคือดอกไม้สีเพลิงที่วับวาวราวโลหิตต้องแสง กลีบสีแดงสุกใสที่กวัดไกวไปทั่วบริเวณโดยรอบของมันสำแดงซึ่งพลังที่คล้ายจะสูบกลืนวิญญาณของผู้คนไปเสียให้ได้
ทุ่งดอกปารมิตา!
ดอกปารมิตามีอีกชื่อหนึ่งว่าดอกมัญชูษกะ*[1] หรือดอกไม้แห่งปรโลกที่นำทางดวงวิญญาณของผู้ตายไปสู่ดินแดนหลังความตาย และปารมิตาก็นับเป็นหนึ่งในกฎสูงสุดของยมโลก
ทันใดนั้น ดอกปารมิตาพลันบานสะพรั่งไปทั่วฟ้าดิน แต่งแต้มผืนปฐพีให้กลายเป็นมหาสมุทรเลือด ประหนึ่งประตูแห่งยมโลกได้ถูกเปิดออกในบัดดล
การโจมตีที่หมายจะเอาชีวิตของอาลูเย่นั้นน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง กระนั้นทันทีที่มันสัมผัสกับผืนสมุทรแห่งบุปผาปารมิตา มันกลับละลายเหมือนหิมะที่ตกลงสู่ธารน้ำ สลายเถ้าไปในพลันคล้ายไม่เคยมีอยู่!
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าเหตุการณ์ที่ชวนให้พรึงเพริดจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาอันคับขันนี้
ดอกไม้สีแดงเลือดเบ่งบานอย่างไร้สุ้มเสียง มันทำลายการโจมตีอันฉกาจของอาลูเย่ลงง่ายดาย!
“หืม?” สีหน้าของอาลูเย่เผยให้เห็นความหวาดกลัวที่วูบไหวในดวงตา เต๋ารู้แจ้งแห่งปารมิตา วิถีที่ลุกโชนด้วยเปลวเพลิง!
“นี่มัน…” ร่างของสืออวี๋และคนอื่น ๆ ชะงัก เดิมทีพวกเขาตั้งใจจะพุ่งตัวเข้าไปในแท่นสังเวยวิญญาณมนตราเพื่อช่วยเหลือเฉินซี กระนั้นพวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าสถานการณ์จะพลิกผันไปเช่นนี้
คืออะไรกันแน่?
พลังปารมิตาอย่างนั้นหรือ? สืออวี๋และคนอื่น ๆ ตกตะลึง ร่างกายของพวกเขาแข็งทื่อในทันที
“ปารมิตาปรากฏขึ้นแล้ว สังสารวัฏอยู่ใกล้เพียงเอื้อม!” หัวใจของเจียหนานสั่นระริกอย่างไม่อาจควบคุมไปชั่วขณะ ทันใดนั้น คำทำนายที่พระพุทธองค์ได้มอบไว้เมื่อนานมาแล้วก็ดังก้องในโสตประสาทของเขา วันโลกาวินาศซ่อนกายใต้หุบเหวลึก กรรมทัณฑ์สังสารวัฏก่อกำเนิด!
บริเวณโดยรอบเงียบกริบไปในทันที ฟ้าดินพลันสว่างไสวด้วยถูกย้อมเป็นสีแดงฉานจากดอกปารมิตา นับเป็นฉากที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
ร่างของเฉินซีที่อาบไปด้วยเลือดจวนจะแตกสลายทุกขณะ ถึงอย่างนั้น ดวงตาของเขาก็ยังคงสดใสสะท้อนนัยน์เรียบเฉย ราวกับว่าเขาได้กลายเป็นคนที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
ระเบียนแดนมรณะส่องสว่างอยู่เบื้องหน้า มันเปล่งรัศมีเทวะอันเยือกเย็นและลึกล้ำประหนึ่งหุบเหวไร้ก้นบึ้งออกมา ส่งผลให้รัศมีอันสง่างามเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม มันยิ่งใหญ่เสียจนเสียดแทงเข้าไปในหัวใจของผู้ที่ได้พบเห็น
คล้ายกับว่าบัดนี้เขาสูญสิ้นซึ่งอารมณ์ความรู้สึกทั้งปวง และกลายเป็นเทพชั้นสูงที่ปกครองทุกสรรพสิ่งในยมโลกท่ามกลางกาลเวลาที่ผันผ่านไปอย่างยาวนาน
ตึกตัก!
หัวใจของอาลูเย่สั่นไหว ในที่สุดเหตุการณ์ที่เขาไม่อยากเจอมากที่สุดก็บังเกิดขึ้นจนได้!
อาลูเย่ไม่มีเวลาจะมานั่งรำพันทุกข์ เขาปลดปล่อยแสงศักดิ์สิทธิ์จำนวนมหาศาลออกมาตามสัญชาตญาณ พร้อมกันนั้น เขาก็คำรามเสียงดังก่อนจะเปิดฉากโจมตีอีกครั้งด้วยกระบี่ศักดิ์สิทธิ์แห่งจ้าววิญญาณในมือ
โครม!
บัดนี้ ร่างของมนุษย์โบราณผู้ทรงพลังจำนวนมากได้ปรากฏขึ้นรอบ ๆ กระบี่ พวกเขาเป็นเหมือนกับจ้าววิญญาณผู้ไร้เทียมทานจากยุคอดีต!
เสียงร่ายมนตราที่ก้องกังวานไปทั่วแผ่นดินเปล่งพลังอันไร้ขอบเขตบรรจบกับกระบี่อย่างสมบูรณ์
แกรก! แกรก!
ทันใดนั้น พื้นที่ของแท่นสังเวยวิญญาณมนตราไม่อาจต้านทานต่อพลังที่มาบรรจบกันภายในกระบี่ได้อีกต่อไป มันเริ่มแตกออกจากกันด้วยแรงสั่นสะเทือนมหาศาล ทุกสรรพสิ่งที่อยู่โดยรอบถูกบดขยี้จากพลังภายในกระบี่เพียงพริบตา
พลังโจมตีนี้น่ากลัวยิ่งกว่าคราวก่อนมาก มันทำให้สืออวี๋และคนอื่น ๆ ตัวสั่นด้วยความกลัว สีหน้าซีดเผือดราวกระดาษขาว ความหวาดหวั่นก่อตัวขึ้นในใจอย่างยากจะควบคุม บัดนี้พวกเขาไม่ต้องการอะไรไปมากกว่าการหอบพาตัวเองหลีกหลีไปจากที่แห่งนั้น
“ตายซะ!” อาลูเย่แผดเสียงผยอง พลังของเขารุนแรงไร้ขอบเขต ดูเหมือนว่าเขาตั้งใจที่จะใช้การโจมตีนี้สร้างฟ้าดินขึ้นใหม่
อย่างไรก็ดี ไม่มีใครรู้เลยว่าท่ามกลางเสียงที่คำรามคร้ามนั้น มันซ่อนความกลัวที่ยากจะสลัดหลุดออกไปได้ไว้ภายใน
หวือ!
เฉินซียังคงยืนนิ่งไม่ขยับไหวประหนึ่งไม่ได้สนใจในสิ่งที่เกิดขึ้นรอบกาย มีเพียงดวงตาของเขาเท่านั้นที่ทอดมองอาลูเย่อย่างเฉยเมย
ทันทีที่อาลูเล่เริ่มโจมตี อีกหน้าหนึ่งของระเบียนแดนมรณะก็พลันเปิดออก
ฉับพลัน มหาสมุทรแห่งดอกปารมิตาดับสลาย มันถูกแทนที่ด้วยทะเลที่กว้างใหญ่ไร้ขอบเขตซึ่งเต็มไปด้วยโคลนตม
ทะเลกว้างใหญ่นี้เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการลืมเลือน ภายใต้ผืนน้ำทอดไกล เทพอสูรจำนวนนับไม่ถ้วนกู่คำราม เหล่าปราชญ์ส่งเสียงครวญคร่ำ พวกเขาถูกสะกดกั้นไว้ในที่แห่งนั้นชั่วนิรันดร์กาล ไร้ทางจะหลบหนีไปได้
ทะเลทุกข์!
มีเพียงนิพพานเท่านั้นที่เป็นทางออกไปจากทะเลทุกข์ หากพลาดเผลอร่วงหล่นลงไป ก็ไม่ต่างอะไรจากการถูกพันธนาการนับนิรันดร์!
นี่คือหนึ่งในมหาเต๋าชั้นยอดของยมโลก มหาเต๋าแห่งการลืมเลือน!
ตู้ม!
เหตุชวนให้ทั้งโลกตกตะลึงปรากฏขึ้นโดยพลัน แม้ว่าการโจมตีของอาลูเย่จะแฝงไปด้วยพลังอันกล้าแกร่ง ทว่าในทันทีที่มันเข้าสู่ทะเลทุกข์ มันก็ถูกสะกดไว้ด้วยพลังที่มองไม่เห็นและจมลงสู่ก้นทะเลลึกโดยสมบูรณ์!
ร่างของจ้าววิญญาณเหล่านั้นต่อสู้ดิ้นรนทั้งเสียงโหยหวน หากสุดท้ายกลับคว้าได้เพียงความปราชัย!
ด้านหนึ่ง พลังที่สนับสนุนการโจมตีของอาลูเย่ถูกทำลายล้างโดยผลจากทะเลทุกข์ในทันที มันกระจัดกระจายไปสู่ความว่างเปล่า
หากอาลูเย่หลบหนีไม่ทันการณ์ เขาก็คงจะถูกกักขังอยู่ในทะเลทุกข์อันกว้างใหญ่!
นี่เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่ออย่างยิ่ง
หากพินิจอีกครั้งจะเห็นว่าเฉินซีเพิ่งก้าวเข้าสู่การเป็นจ้าวเอกภพไม่นาน ในขณะที่ความแข็งแกร่งของอาลูเย่นั้นไม่ได้ด้อยกว่าจ้าวเอกภพเก้าดาราเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งก่อนหน้านี้ เขาก็ได้จัดการเฉินซีด้วยความแข็งแกร่งขนาดที่อีกฝ่ายไม่สามารถต้านทานการโจมตีของเขาได้มาแล้ว
ทว่าตอนนี้สถานการณ์กลับพลิกผันไปอย่างกะทันหัน!
ทั้งที่การโจมตีของเขานั้นน่ากลัวยิ่งกว่าเมื่อก่อนมาก จิตสังหารเข้มข้นกว่าคราวไหน ๆ แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น เขากลับถูกขัดขวางซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่เพียงแต่เขาไม่สามารถทำร้ายเฉินซีได้ หากยังเกือบจะถูกโจมตีด้วยน้ำมือของเฉินซีแทน!
หากเรื่องนี้ไม่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา สืออวี๋และคนอื่น ๆ ก็ไม่กล้าคิดว่ามันจะเป็นความจริง