ตอนที่ 1963
บทที่ 1963 การกระทำผิดปกติของเฉินซี
October 21, 2026
บทที่ 1963 การกระทำผิดปกติของเฉินซี
………………..
บทที่ 1963 การกระทำผิดปกติของเฉินซี
เขตแดนสัประยุทธ์จ้าววิญญาณ
สังสารวัฏหลั่งริน เผยสารพัดปรากฏการณ์ตะลึงหล้า
ขณะนี้ อาลูเย่กลายสภาพเป็นเด็กน้อย ยืนตะลึงมึนงงกับที่ การบ่มเพาะของเขาสูญสิ้น
เขาดูใสซื่อไร้เดียงสา มึนงงไร้มลทิน ทว่าพวกสืออวี๋กลับไร้ความรู้สึกสงสาร
กลับกัน พวกเขากลับรู้สึกปรีดายามจะได้ล้างแค้น!
แน่นอน พวกสืออวี๋ต่างตกใจยิ่งกับความสามารถที่เฉินซีแสดงในขณะนี้ ทำให้พวกเขาได้เข้าใจเสียทีว่าสังสารวัฏน่าสะพรึงกลัวเพียงไร
เพียงพริบตา มันก็ฉกชิงความทรงจำ ประสบการณ์และความแข็งแกร่งของหนึ่งตัวตนน่าสะพรึงกลัวเทียบเท่าจ้าวเอกภพเก้าดาราไปอย่างไร้ร่องรอย แปรเปลี่ยนตัวตนผู้นั้นเป็นเด็กน้อยไร้ทางสู้!
ผู้บ่มเพาะคนใดจะยอมตกต่ำถึงเพียงนั้น?
เกียรติยศ สถานะ ความแข็งแกร่ง ประสบการณ์ เส้นทางแสวงเต๋า… สรรพสิ่งล้วนมอดมลายสู่ความไม่มี นี่… เจ็บปวดยิ่งกว่าตายอีก!
สิ่งที่ทำให้พวกสืออวี๋ตะลึงเป็นที่สุดนั้นก็คือ พลังสังสารวัฏยังคงซอกซอนสู่กายอาลูเย่ไม่จบสิ้น แปรเปลี่ยนเขาไปอย่างไม่รู้จบ
ท้ายที่สุด อาลูเย่ก็กลายเป็นเพียงโลหิตหยดหนึ่ง!
มันคือโลหิตสีทองเข้มอันเต็มไปด้วยปราณจ้าววิญญาณอาถรรพ์!
สิ่งนี้น่าตกใจยิ่งนัก ใครเล่าจะคาดคิดว่าตัวตนน่าสะพรึงกลัวอย่างอาลูเย่ แท้จริงจะเกิดขึ้นจากโลหิตเพียงหยดเดียว?
สิ่งสำคัญเหนือใดคือ โลหิตทองเข้มหยดนี้เป็นของใครกัน?
สืออวี๋และคณะต่างพรั่นพรึง พวกเขาพลันนึกย้อนถึงวาจาที่เจียหนานเคยกล่าวไว้ได้ ว่าอาลูเย่เป็นทายาทของนายใหญ่หนึ่งเดียวแห่งยุคก่อน ราชันศักดิ์สิทธิ์! สถานะจึงสูงส่ง เป็นที่เคารพอย่างยิ่ง
นี่มิได้หมายความหรือ ว่าโลหิตทองเข้มนี้จะเป็นของราชันศักดิ์สิทธิ์ผู้ลึกลับเกินคาดหยั่งนั่น?
เมื่อความคิดมาหยุดที่นี่ หัวใจของพวกสืออวี๋ก็หนาวเยือกอย่างช่วยไม่ได้ โลหิตหยดเดียวยังเกิดเป็นตัวตนน่าสะพรึงกลัวเทียบจ้าวเอกภพเก้าดาราได้ แล้วความแข็งแกร่งของราชันศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้ต้องเลิศล้ำเพียงไร?
ยิ่งกว่านั้น ในเมื่ออาลูเย่อยู่รอดยามยุคก่อนถูกทำลายได้ นี่มิได้หมายความหรือว่าราชันศักดิ์สิทธิ์ก็น่าจะยังมีชีวิตอยู่?
ยิ่งไตร่ตรองอย่างระมัดระวัง พวกเขาก็ยิ่งประหลาดใจระคนว้าวุ่น ความตกใจต่อพลังสังสารวัฏก็ยิ่งถดถอย
ครืด! ครืด!
ขณะนี้เอง โลหิตทองเข้มก็สูญสลายสู่สุญตา หายสิ้นจากโลกหล้าไปเช่นกัน
กล่าวคือ ขณะนี้ อาลูเย่ผู้ถูกพลังสังสารวัฏซอกซอนได้ดับสิ้นไม่เหลือซาก
เมื่อเห็นเช่นนี้ พวกสืออวี๋ก็สังเกตทันทีว่าพลังสังสารวัฏทั่วฟ้าดินนี้สูญสลายไปอย่างรวดเร็ว
ยิ่งกว่านั้น พวกเขายังคืนอิสระ ไม่นิ่งค้างกับที่เช่นหุ่นกระบอกกันแล้ว
สิ่งนี้ทำให้พวกเขาผ่อนหายใจยาวอย่างโล่งอก แล้วจึงหยุดคิดถึงสิ่งอื่นใด มุ่งสายตาไปยังเฉินซีผู้ยืนบนแท่นสังเวยวิญญาณมนตราอย่างพร้อมเพรียง
ขณะนี้เป็นเช่นกาลก่อน เฉินซียังคงร่างโชกเลือดเจียนสลาย นอกจากนั้น ใบหน้ายังชุ่มโลหิต มีเพียงดวงตาที่เย็นเยียบเฉยชากว่ากาลก่อน
มือข้างหนึ่งถือพู่กันพิพากษามาร อีกข้างถือระเบียนแดนมรณะ ดูเหมือนยืนท่ามกลางการเปลี่ยนผันแห่งกาลเวลา มองชั่วยามผันผ่าน สรรพสิ่งวนเวียนเป็นตาย
ขณะนี้ สืออวี๋และคณะต่างรู้สึกคลับคล้ายว่าเฉินซีตรงหน้ากลายเป็นคนไม่คุ้นเคย ทำให้ยากนักที่พวกเขาจะปฏิบัติกับอีกฝ่ายเช่นที่เคยทำในอดีต นอกจากนั้น ความรู้สึกหวาดกลัวและเกรงขามอันซับซ้อนก็บังเกิดขึ้นในใจพวกเขา
เฉินซีผู้ควบคุมสังสารวัฏยังเป็นเฉินซีคนเดิมหรือไม่?
เปรี้ยง!
ก่อนที่พวกสืออวี๋จะทันคืนสติ หนึ่งเสียงระเบิดก็ดังเลื่อนลั่น จ้าววิญญาณโบราณผู้บาดเจ็บสาหัสทั้งหลาย ณ อีกฟากของแท่นสังเวยต่างตกตายตามกัน ร่างสลายสู่สุญตา!
อะไรนี่? สืออวี๋และคณะต่างผงะ
“ข้าทิ้งร่องรอยพลังแห่งจุดจบไว้ในตัวพวกเขายามจับเป็นก่อนหน้านี้” ขณะเดียวกัน เฉินซีบนแท่นสังเวยก็เปิดปาก เสียงของเขาไร้อารมณ์ใด ๆ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาพูดหลังสังหารอาลูเย่ลง
คำพูดของเขาเป็นคำอธิบายชั้นดีว่าเหตุใดจ้าววิญญาณโบราณทั้งหลายจึงตกตายเฉียบพลัน และนอกจากรู้สึกอึ้งทึ่ง สืออวี๋และคณะก็รู้สึกชื่นชมในฝีมือการรับมือสถานการณ์ของเฉินซี ที่แท้เขาก็วางแผนไว้แต่ต้น ไม่ได้คิดปล่อยพวกเขาไปเลย!
ขณะเดียวกัน การได้ยินเฉินซีเปิดปากทำให้พวกสืออวี๋ผ่อนลมหายใจโล่งอกกันอย่างไร้เหตุผล ราวประจักษ์ว่าเฉินซียังคงเป็นคนเดิมที่พวกตนคุ้นเคย
พวกเขาไม่อยากให้เฉินซีกลายเป็นคนแปลกหน้าไปเพราะสังสารวัฏ
เปรี้ยง!
ครู่ต่อมา ทั่วทั้งเขตแดนสัประยุทธ์จ้าววิญญาณก็สั่นสะท้าน แหลกสลายไปทีละน้อยราวแก้วแตกร้าว ก่อนจะสลายสิ้นเป็นผุยผง
เพียงพริบตา เฉินซีและคณะก็ปรากฏตัวขึ้น ณ ส่วนลึกของหุบเหวทัณฑ์หายนะอีกครั้ง
สิ่งนี้พิสูจน์คำพูดของอาลูเย่เมื่อกาลก่อนทางอ้อม ว่าการจะออกจากเขตแดนสัประยุทธ์จ้าววิญญาณ มีแต่ต้องตัดสินเป็นตายกันไปข้างก่อนเท่านั้น