ตอนที่ 1967
บทที่ 1967 สระน้ำโคลน
October 21, 2026
บทที่ 1967 สระน้ำโคลน
………………..
บทที่ 1967 สระน้ำโคลน
บุ๋ง….
ฟองอากาศผุดพรายจากกลางสระน้ำโคลนเป็นเสียงเกลือกกลั้วประหลาด ดุจสัตว์ร้ายกรนยามนิทรา
ร่างของเฉินซีจมอยู่ในสระ ผิวกายแหลกเป็นเสี่ยง เผยกระดูกต่อวารีในสระ ทั่วร่างเจียนสลายเป็นเสี้ยว
ดวงตาของเฉินซีปิดสนิท พลังชีวิตอ่อนแออย่างยิ่งประหนึ่งชีวิตแขวนค้างบนเส้นด้าย ดูเหมือนเขาจะหมดสติไป กระทั่งสติสัมปชัญญะยังพร่ามัว….
…
ยามเข้ามาในประตูแห่งวันโลกาวินาศ ร่างของเฉินซีดูประหนึ่งไม่อาจทานทนภาระที่กดทับลงมาได้อีก จึงทรุดลงเข้าสู่สภาวะหมดสติ
เขาหารู้ไม่ว่าตนเป็นหรือตาย
มิอาจทราบว่าตนอยู่ที่ใด
เขารู้สึกราวตนตายไปจริง ๆ แตกต่างแค่เพียงร่างอันเจียนพังทลายยังคงมีพลังชีวิตหลงเหลือเล็กน้อย
สามปีผ่านไป
หกปีพ้นสิ้น
เก้าปีจบลง
…
กาลเวลาดูจะไร้ความหมายความสำหรับเฉินซีโดยสิ้นเชิง เขาหมดสติสลบไสล มิอาจสัมผัสถึงกาลเวลา และมิอาจตระหนักสถานการณ์รอบกาย ไม่แม้แต่ตัวเขาเอง….
นี่เป็นสภาวะสุดประหลาด ประหนึ่งสูญเสีย ไม่อาจรับรู้ทุกสิ่งอย่าง
ขวับ!
หลังชั่วกาลเกินรับรู้ พลังอันซับซ้อนสายหนึ่งซอกซอนเงียบเชียบสู่สระน้ำโคลนประหนึ่งฉลามได้กลิ่นเลือด ก่อนจะบรรจงแทรกเข้าไปในร่างอันหมดสภาพสุดขั้วของเฉินซี
พลังอันซับซ้อนสายนี้ระแวดระวังอย่างยิ่ง มันเหมือนกำลังสำรวจพินิจบางสิ่ง นิ่งค้างอยู่ที่กระดูกข้อเท้าอยู่เนิ่นนาน ก่อนจะเริ่มลงมือขยับเขยื้อน
มันเคลื่อนขึ้นจากข้อเท้าไปสู่กระดูกเข่าด้านในเนื้อกายอันเสียหายของเฉินซี ก่อนจะค่อย ๆ คืบคลานสู่ส่วนท้อง ขึ้นไปยังอก….
ท้ายที่สุด มันก็หยุดนิ่งที่คอของเฉินซี เหมือนสังเกตเห็นและหวาดกลัวบางสิ่ง
การรอคอยนี้ใช้เวลาปีกว่า มันดูสุดแสนอดทนนัก
วิ้ง!
พลังชีวิตอันเบาบางยิ่งสายหนึ่งไหลผ่านร่างอันเจียนตายของเฉินซี ก่อนจะมลายไปแทบจะพร้อมกัน
วูบ!
ขณะนั้นเอง พลังอันซับซ้อนนั้นเหมือนได้โอกาสงาม มันกลายสภาพเป็นอัสนีไหลผ่านคอ ทะลวงสู่ห้วงจิตสำนึกที่หว่างคิ้วของเฉินซีอย่างรวดเร็ว!
ห้วงจิตสำนึกของเฉินซีหมองมัวเทาทึมอย่างสมบูรณ์
เพลิงศักดิ์สิทธิ์วิญญาณของเขาเสียหายหม่นแสงราวเจียนมอดดับ เต็มไปด้วยปราณเย็นเยียบ หนึ่งราชผกายม่วงทองลอยเหนือดวงวิญญาณ ทว่ายามนี้มันหม่นแสงไร้รัศมี ไม่มีพลังชีวิตแม้เพียงเสี้ยวเช่นกัน ประหนึ่งดาวร้างอันวังเวง
ทว่าพลังอันคลุมเครือสายนั้นดูสุดตื่นเต้นยามเห็นเรื่องทั้งหมดนี้ มันเต้นระริกไม่จบสิ้น ดุจหมาป่าโหยเห็นเนื้อชิ้นใหญ่
แต่มันก็ยังสุดระแวดระวังแม้จะเป็นในขณะนี้ มันเฝ้ามองอย่างระมัดระวังอยู่นาน ก่อนจะตัดสินใจแล้วทะยานเข้าหาวิญญาณของเฉินซีอย่างรวดเร็ว
แต่มันกลับหยุดลงเมื่อกระโจนเข้ามาเพียงครึ่งทาง แล้วเริ่มพินิจอย่างระมัดระวังอีกครั้ง
เห็นได้ชัดว่าการกระทำเมื่อครู่ของมันเป็นการลองเชิง คิดใช้การกระทำล่ออันตรายใด ๆ ที่อาจมีอยู่ออกมา!
หากมันไม่ใช่พลังอันซับซ้อนคลุมเครือ คงสงสัยแล้วว่านี่คือนักล่าเจ้าเล่ห์มากประสบการณ์หรือไม่
ห้วงจิตสำนึกของเฉินซีว่างเปล่าอย่างสมบูรณ์ เงียบกริบไร้การเคลื่อนไหวใด ๆ
สิ่งนี้ทำให้พลังอันคลุมเครือนั้นแน่ใจได้เสียที มันแปรเปลี่ยนเป็นลวดลายประหลาดอันบิดเบี้ยว พุ่งเข้าใส่วิญญาณของเฉินซีดุจสายฟ้าฟาด
สำเร็จแล้ว!
ทันทีที่เข้ามาในวิญญาณของเฉินซี มันก็เริ่มแผลงฤทธิ์ กลายสภาพเป็นอำนาจกลืนกินอันน่าสะพรึงกลัว ดูคิดจะชิงวิญญาณอันอ่อนแรงเหมือนตายนี้
วิ้ง!
ทว่าทันทีที่มันเริ่มแผลงฤทธิ์นี้เอง ปราณลึกลับสายหนึ่งพลันปรากฏขึ้นจากส่วนลึกของวิญญาณ ดุจหัตถ์ไร้ลักษณ์ซึ่งสยบพลังประหลาดนั้นลงได้ทันที!
หลังจากนั้น พลังอันคลุมเครือนั้นก็ดูเหมือนหวาดกลัว มันเริ่มดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งอย่างเฉียบพลัน แต่สุดท้ายก็ไร้ผล มันสั่นสะท้านระเบิดเป็นเสี่ยง กลายสภาพเป็นประกายแสงพรมลงบนวิญญาณอันแห้งแล้ง
ขณะเดียวกัน ปราณลึกลับสายนั้นก็หายไปเช่นกัน
ขวับ!
ละอองแสงพรมลงเยี่ยงพิรุณคืนชีวิต ยามมันกระทบดวงวิญญาณอันดูหม่นแสงเหมือนตายของเฉินซี มันก็เหมือนเป็นเสี้ยวพลังชีวิตอันให้กำเนิดพลังซึ่งสุดแสนเปี่ยมประโยชน์บำรุง
เพียงพริบตา ร่างอันเสียหายของเฉินซีสะท้าน ก่อนจะกลับสู่ความเงียบงันอีกครั้งหนึ่ง
ทว่ายามนี้ สติของเฉินซีราวถูกอัสนีฟาดกระตุ้น ทำให้เขาฟื้นสติขึ้นมาชั่วครู่สั้น ๆ
หลังจากนั้น ภาพมากมายก็ปรากฏขึ้นในห้วงจิตสำนึกของเขา
มีทั้งยามต่อสู้กับอาลูเย่….
เขาพยายามใช้พลังแห่งจุดจบเพื่อจบอำนาจทำลายล้างน่าสะพรึงกลัวนี้ แต่ก็ห่างไกลเกินพอจะทำได้