ตอนที่ 1969
บทที่ 1969 แดนวิปโยค
October 21, 2026
ที่ 1969 แดนวิปโยค
………………..
บทที่ 1969 แดนวิปโยค
ร่างเฒ่าชราหลังคุ้มในชุดคลุมสีดำปรากฏขึ้นบนสายธารขุ่นข้น ใบหน้าผอมแห้งพร่ามัวปรากฏขึ้นครึ่งหนึ่ง
เขาใช้ไม้เท้าไม้สีดำค้ำกาย ร่างเผยบรรยากาศลึกลับ สายตาเย็นเยียบคล้ำดำคมกริบเช่นอัสนี จับจ้องเฉินซีอยู่เนิ่นนาน ก่อนจะยกมือขวาของตนขึ้นอย่างเฉียบพลัน
นิ้วเรียวยาวเช่นกิ่งไผ่ เส้นเลือดที่หลังมือดูคดเคี้ยวเช่นตัวหนอน ดูชราวัยอย่างยิ่ง
ขณะเดียวกัน ฝ่ามือของเขามีรอยสักลึกลับประทับอยู่
รอยสักนั้นเหมือนอักขระอันมีเส้นขีดหนาทึบ ดูไม่เหมือนอักษรใดในโลกหล้า ลึกลับเป็นอย่างยิ่ง เรืองประกายชวนขวัญผวา
วิ้ง!
แสงศักดิ์สิทธิ์สายหนึ่งพุ่งออกจากรอยสักบนฝ่ามือ ดุจคมมีดทะลวงมิติ ฟาดฟันแยกน้ำขุ่นข้นในสระออก โรยตัวลงใส่ร่างของเฉินซีอย่างรุนแรง
การโจมตีนี้ไม่ได้น่ากลัว แต่เผยอำนาจทรงพลังร้ายแรง ดุจร่างของเฉินซีจะถูกผ่าเป็นสองเสี่ยงอย่างไร้ปรานีโดยเฉียบพลัน
ทว่าหนึ่งเหตุประหลาดก็เกิดขึ้น ทันทีที่แสงศักดิ์สิทธิ์สายนั้นเข้าประชิดร่างของเฉินซี มันก็เหมือนเป็นวัวดินเหนียวจมสมุทร นอกจากไม่อาจทำร้ายเฉินซีได้ มันยังถูกร่างของเขากลืนหายไปอย่างไร้เสียง!
“ว่าแล้วเชียว….” ชายในชุดคลุมสีดำพึมพำ น้ำเสียงนั้นเปี่ยมวัยวุฒิและประสบการณ์ไร้ขอบเขต
เปรี้ยง!
เขาเหมือนไม่ยอมแพ้ ปราณร้ายกาจรุนแรงพลุ่งพล่านจากร่าง ก่อนจะขยุ้มนิ้วยาวเรียวเข้าใส่เฉินซีอีกครั้ง
ราวแหปากใหญ่อันคิดจับมัจฉาทั้งมวลในสระน้ำ
เปรี้ยง!
วารีสาดกระฉอก มือขยุ้มเข้าที่คอของเฉินซีอย่างรุนแรง ก่อนจะออกแรงกระชากเฉียบพลันหมายลากเฉินซีให้พ้นน้ำ
ทว่าขณะนั้นเอง พลังลึกลับอันกล้าแข็งสายหนึ่งก็ปะทุออกจากร่างอันนิ่งงัน
เปรี้ยง!
ชายในชุดคลุมสีดำสัมผัสคลื่นความเจ็บแปลบกวาดกระหน่ำทั่วแขนขวาตน ขณะที่อำนาจอันน่าสะพรึงกลัวยิ่งสายหนึ่งชำแรกเข้าสู่ร่าง ดุจสัตว์ร้ายกัดขย้ำไม่อาจดิ้นหลุด เขากระทั่งขัดขืนมันไม่ได้!
พลังประหลาดสายนี้น่าสะพรึงกลัวเกินไป ไม่ว่าชายในชุดคลุมสีดำจะดิ้นรนเพียงไร เขาก็ไม่อาจหนีมันพ้น ขณะที่มันยังคงชอนไชบุกรุกร่างของเขาเสียแทน
“ไม่!!! เป็นไปได้อย่างไร? เราเป็นผู้ช่วงชิงเหมือนกันแท้ ๆ แต่เหตุใดเขาจึงนำแผนภาพวารีหลากเข้ามาในประตูแห่งวันโลกาวินาศด้วยได้!?” ชายในชุดคลุมสีดำแผดเสียงอย่างสุดตกตะลึง ประหนึ่งเผชิญหน้าบางสิ่งอันสุดแสนชวนผวา
เสียงของเขากึกก้องทั่วทิศ ชวนให้หัวใจผู้ฟังเต้นตุ้มต่อมด้วยความกลัว
เห็นได้ชัดเจนว่า ขณะที่มือขวาของชายในชุดคลุมสีดำยังคงกำคอของเฉินซี ร่างของเขาสะท้านเทิ้มรุนแรงเกินควบคุม ราวกำลังอดทนต่อความเจ็บปวดสุดพรรณนา
“เวรเอ๊ย! ผ่านไปกี่ปีแล้วหนอ? หรือข้าจะถูกทำลายไปด้วยน้ำมือผู้มาทีหลัง?” ชายในชุดคลุมสีดำแผดเสียงไม่หยุดหย่อน กระทั่งชุดคลุมสีดำที่เขาสวมยังฉีกขาดจากกัน เผยร่างอันผอมบางราวหนังหุ้มกระดูก
เรือนผมยาวขาวโพลนปล่อยสยาย ใบหน้าเฒ่าชราเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น มีเพียงดวงตาที่ยังเรืองรองเช่นตะวัน เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งกาลเวลาและประสบการณ์
ปราณของเขาแข็งแกร่งโดดเด่น เก่าแก่โบราณเกินธรรมดา ทั่วร่างแผ่ปราณยิ่งยงเกินบรรยาย
ทว่าขณะนี้ สีหน้าของเขาเผยความตกตะลึงสุดขีด กระทั่งดวงตายังปิดความประหลาดใจไว้ไม่มิด ทั่วร่างสั่นสะท้านราวถูกล่ามตรวนมิอาจสะบัดหนี
วิ้ง!
พลังลึกลับนั้นยังคงแผ่ซ่านเข้าสู่ร่างของชายชราอย่างไม่จบสิ้น แผ่ขยายจวนเจียนปกคลุมทั่วร่างเต็มที
“น นี่…. นี่มันไม่ใช่พลังของแผนภาพวารีหลาก!” ทันใดนั้น ชายชราก็เหมือนสังเกตเห็นบางสิ่ง เขาแผดเสียงสนั่นสุดคอ ดูประหนึ่งเผชิญเรื่องน่าสะพรึงกลัวที่สุดในโลกหล้า
ฟ้าดินสั่นสะท้าน ท้องนภาหมองมัวเต็มไปด้วยบรรยากาศกดดันชวนผวา
ขณะเดียวกัน ร่างของชายชราสะท้านเทิ้ม เสียงแผดก้องสนั่นนภา แต่เฉินซีก็เหมือนไม่สังเกตรับรู้ใด ๆ เหมือนคนตายที่ยังมีพลังชีวิตในตัว
ภาพนี้ดูชวนสะพรึงยิ่ง ให้บรรยากาศประหลาดพิกล
เปรี้ยง!
ท้ายที่สุด ชายชราก็เหมือนฟื้นกำลัง โบกไม้เท้าสีดำในมือฟาดลงยังแขนขวาของตนอย่างรุนแรง
เปรี้ยง!
แขนขวาของเขาระเบิดเป็นเสี่ยง สลายหายเป็นผุยผง ขณะที่ตนก็เหมือนว่าวสายป่านขาด ปลิวลงกระแทกพื้นเบื้องหลัง
พรวด!
เขากระอักโลหิตคำโต ร่างชักกระตุกบนพื้น นอกจากนั้น ใบหน้ายังเปี่ยมความพรั่นพรึงเช่นผู้รอดจากความตายอย่างเฉียดฉิว สภาพดูไม่ได้ยิ่งนัก
ขณะนี้ เขาดูไม่ต่างจากชายชราผู้มีเวลาเหลือเพียงไม่มาก ไร้ซึ่งอำนาจยิ่งใหญ่ใด ๆ
“เวรแท้! มิคาดเลยว่ายุคนี้จะมีสัตว์ประหลาดยากรับมือเช่นนี้เกิดมา…. พลังนั่นคืออะไรกันแน่? เหตุใดมันจึงสยบทุกความสามารถของข้าได้?” ชายชรานอนแผ่ หอบหายใจกับพื้น สีหน้าแปรเปลี่ยนไม่อยู่นิ่ง นอกจากนั้น ยังเต็มไปด้วยความประหลาดใจระคนงุนงงเกินลบหาย
ท้ายที่สุด เขาก็กระเสือกกระสนลุกขึ้น ก่อนจะหัวเราะแห้ง ๆ เมื่อสังเกตพบว่าความแข็งแกร่งของตนหายไปเกินครึ่ง และได้รับบาดเจ็บสาหัสเจียนตาย