ตอนที่ 1987
บทที่ 1987 หม้อมาจากไหน?
October 21, 2026
บทที่ 1987 หม้อมาจากไหน?
………………..
บทที่ 1987 หม้อมาจากไหน?
พรวด!
เสวี่ยอิ้งไห่ผู้ถูกลดเหลือเพียงสวะพิการถูกแขวนสูงเหนือตะแลงแกง และเสวี่ยอวิ๋นก็พิพากษ์โทษประหารเขาต่อหน้าต่อตาปวงชนจากตระกูลเสวี่ย
โลหิตสาดกระเซ็นย้อมนภา
ทว่าเหล่าคนตระกูลเสวี่ยล้วนไม่มีแม้แต่ความสงสารแม้เพียงน้อย กลับกัน พวกเขากลับสุดแสนยินดียามเห็นเสวี่ยอิ้งไห่ถูกพิพากษ์ประหาร
พวกเขาตระหนักดีว่าหากเสวี่ยอวิ๋นไม่ได้พาศิษย์สายตรงของเขาเทพพยากรณ์ เฉินซีมากับนางด้วย ตระกูลเสวี่ยคงสูญสิ้นไปโดยแท้!
แม้เรื่องทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นเพราะปราณวิญญาณหิมะเจ็ดอัศจรรย์ แต่ต้นตอก็คือเสวี่ยอิ้งไห่อย่างไร้กังขา
ดังนั้นจึงไร้ผู้สงสารยามเห็นเสวี่ยอิ้งไห่ถูกประหาร
หลังทำเรื่องทั้งหมดนี้เสร็จสิ้น เสวี่ยอวิ๋นก็พาหลีเหวินไท่และผู้อาวุโสใหญ่ของตระกูลเสวี่ย เสวี่ยเวิ่นชิงไปหาถูเมิ่ง
วูบ!
ปวงชนแหวกทางทันใด สายตาของพวกเขาพากันมาหยุดที่ถูเมิ่งซึ่งยืนอยู่ไกล ๆ นอกจากนั้น สีหน้าของพวกเขายังอดเผยความสงสัยใคร่รู้กันมิได้ แต่ก็ยังมีความนอบน้อมซาบซึ้งเป็นส่วนใหญ่
ขณะนี้ พวกเขาล้วนตระหนักชัดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ และทราบดีว่าถูเมิ่งเป็นศิษย์ผู้หนึ่งของเขาเทพพยากรณ์ นอกจากนั้น ยังเป็นถูเมิ่งที่เข้าช่วยเหลือยามคับขัน ขจัดอันตรายให้ตระกูลของพวกเขา
คนเช่นนี้ย่อมควรค่าให้นับถือชื่นชมจากใจ
“สหายเต๋าถูเมิ่ง ครั้งนี้ขอบคุณมาก” เสวี่ยเวิ่นชิงประสานกำปั้นโค้งตัว เขาคือผู้อาวุโสใหญ่แห่งตระกูลเสวี่ย ยามนี้เมื่อผู้นำตระกูลเสวี่ยฉางคงหมดสติอยู่ ผู้จัดการเรื่องราวต่าง ๆ ในตระกูลจึงย่อมเป็นเสวี่ยเวิ่นชิง
ถูเมิ่งแย้มยิ้มบาง “อย่าพูดถึงมันเลย อาจารย์อาของข้าเป็นสหายกับแม่นางเสวี่ยอวิ๋น จึงเป็นสิ่งที่ข้าควรกระทำอยู่แล้ว”
“เช่นนั้น ขอบังอาจถาม… ข้าขอพบสหายเต๋าเฉินซีได้หรือไม่?” เสวี่ยเวิ่นชิงลังเลอยู่ครู่สั้น ๆ สุดท้ายก็มิอาจรั้งตนเองได้
เหมือนเช่นผู้อื่นทั่วไป นามของเฉินซีเลื่อนลั่นเช่นอัสนีสะเทือนโสต เสวี่ยเวิ่นชิงก็ทราบวีรกรรมของเฉินซีเป็นอย่างดี
ดังนั้นเมื่อเขาพบว่าหายนะนี้ถูกคลี่คลายลงโดยศิษย์สายตรงในตำนานของเขาเทพพยากรณ์ เสวี่ยเวิ่นชิงจึงสุดตื่นเต้นในใจ
ถูเมิ่งกล่าวเสียงเรียบ “ขออภัยด้วย อาจารย์อากำลังปิดด่านบ่มเพาะ เขาตัดสินใจอยู่ที่นี่เป็นการชั่วคราวเพื่อป้องกันมิให้ตระกูลกงเหย่มาโจมตีซ้ำ”
เพียงวาจาเหล่านี้ลำพัง ร่างของเสวี่ยเวิ่นชิงก็สะท้าน ใบหน้าปรากฏเค้าความตื่นเต้น เดิมทีเขากังวลกับปัญหานี้อยู่ เพราะถึงอย่างไร จักรพรรดิถึงแปดคนของตระกูลกงเหย่ก็มาตายในตระกูลเสวี่ย
แม้เฉินซีกับถูเมิ่งจะช่วยพวกเขาพ้นอันตรายนี้ได้ แต่หากตระกูลกงเหย่มาล้างแค้นหลังเฉินซีไปแล้วเล่า?
ดังนั้นเมื่อได้ยินคำตอบจากถูเมิ่ง มันก็เหมือนพิรุณโปรยยามแล้งหนักสำหรับเสวี่ยเวิ่นชิง ทำให้เขารู้สึกขอบคุณเฉินซีเป็นอย่างยิ่ง
ตุบ!
ทันใดนั้น เสวี่ยเวิ่นชิงก็คุกเข่าลงโขกหัวให้ถูเมิ่ง “ขอบคุณ ขอบคุณสหายเต๋านักที่ช่วยเหลือกันอย่างอารี หากภายหน้าสหายเต๋ามีสิ่งใดจะไหว้วาน เราตระกูลเสวี่ยยินดีสู้ตายถวายชีวิตช่วยเหลือ!”
ถูเมิ่งผงะไปทันใด หาคาดคิดไม่ว่าจักรพรรดิจากตระกูลเสวี่ยผู้นี้จะคุกเข่าขอบคุณเขา
แต่อึดใจต่อมา เหตุอันชวนตกใจยิ่งกว่าก็บังเกิด หลังจากเสวี่ยเวิ่นชิงคุกเข่าลง สมาชิกตระกูลเสวี่ยทุกคนรวมถึงเสวี่ยอวิ๋นก็คุกเข่าลงอย่างพร้อมเพรียง พูดเป็นเสียงเดียวกัน….
“เรายินดีสู้ตายถวายชีวิต!”
“เรายินดีสู้ตายถวายชีวิต!”
“เรายินดีสู้ตายถวายชีวิต!”
เสียงอันผสานเป็นระเบียบของพวกเขากึกก้องทั่วฟ้าดิน ทำให้บรรยากาศดูเคร่งขรึมเป็นปึกแผ่น
ถูเมิ่งรีบประคองเสวี่ยเวิ่นชิงลุกขึ้น จากนั้นก็ยิ้มเจื่อนอยู่ในใจ ยามนี้ต่อให้อยากไป เราก็ไปไม่ได้แล้ว….
ทว่าเมื่อได้ประจักษ์สภาพการณ์น่าตกใจเช่นนี้ ถูเมิ่งก็อดทอดถอนในใจอกมิได้ว่า ตระกูลเสวี่ยนี้รู้จักทดแทนบุญคุณดีแท้ อาจารย์อากับข้ามิได้ช่วยพวกเขาเสียเปล่าจริง ๆ
…
เฉินซีย่อมหารู้เรื่องนี้ไม่ ขณะนี้เขากำลังบ่มเพาะ ณ จักรวาลในกายถูเมิ่ง
ก่อนหน้านี้ เหตุที่เขาให้ถูเมิ่งขอให้ตระกูลเสวี่ยปิดปากเงียบ ไม่เผยที่อยู่ของพวกเขานั้นก็ง่ายนัก เขามีศัตรูในแดนเทพโบราณมากมายเกินไป และยามนี้ยังอ่อนแอไม่สมบูรณ์ ดังนั้นหากศัตรูทราบข่าวนี้แล้วเร่งรุดมา ผลที่ตามมาจะเกินคาดคิด
เฉินซีแน่ใจอย่างยิ่งว่าบัณฑิตหนุ่มจะไม่แพร่ข่าวหลังหนีไปได้อย่างเด็ดขาด เพราะถึงอย่างไร ตัวตนของเฉินซีก็เลื่องลือยิ่งใหญ่เกินไป หากเขาเทพพยากรณ์ทราบเข้า ตระกูลกงเหย่ต้องเผชิญหายนะแน่นอน
เป็นไปเช่นเฉินซีคาดการณ์ หลังศึกจบลง ข่าวศึกทั้งหลายก็ถูกปิดเงียบ โลกภายนอกไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในอาณาเขตของตระกูลเสวี่ยแห่งดาราจักรนางแอ่นสงัดเกิดหนึ่งศึกอันชวนสะพรึงขึ้นมาก่อน
กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ในเดือนแรกที่เฉินซีบ่มเพาะ ในที่สุดเขาก็อาศัยพลังชีวิตเคลื่อนพลังเอกภพในกายเขาได้
เมื่อเอกภพในกายเขาเริ่มโคจร มันก็ทำให้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เงาทมิฬอันนิ่งงันตื่นขึ้นมาอีกครั้ง มันแผ่พลังศักดิ์สิทธิ์อันหนาแน่นบริสุทธิ์ไม่หยุดหย่อน
ดังนั้นชั่วกาลต่อจากนั้น ความแข็งแกร่งของเฉินซีจึงเริ่มฟื้นตัวอย่างรวดเร็วเกินคาดคิด ไม่ถึงครึ่งเดือน อำนาจต่อสู้ของเขาก็ฟื้นกลับมาเกินครึ่ง
ในชั่วกาลนี้ ตระกูลเสวี่ยคืนสู่ความสงบ ตระกูลกงเหย่ไม่ได้มาล้างแค้นเสียเนิ่นนาน ทำให้เสวี่ยเวิ่นชิงและสมาชิกตระกูลเสวี่ยคนอื่น ๆ พากันถอนหายใจโล่งอกอย่างไม่รู้ตัว