ตอนที่ 1999
บทที่ 1999 สตรีลึกลับ
October 21, 2026
บทที่ 1999 สตรีลึกลับ
………………..
บทที่ 1999 สตรีลึกลับ
หนึ่งม่านแสงสะท้อนภาพเอกภพปรากฏขึ้นเหนือร่างของเฉินซี มันกลมเกลี้ยงเรืองรอง จักรวาลมากมายโคจร หมู่ดาวเคลื่อนคล้อยเวียนวน เป็นภาพอันลึกล้ำไร้ขอบเขต
หลังของเฉินซีเหยียดตรง นั่งนิ่งขัดสมาธิอาบรัศมีศักดิ์สิทธิ์เบื้องบนดุจสนตระหง่าน ทั่วร่างปกคลุมด้วยพลังสีม่วงทอง ดูเคร่งขรึม นิ่งสงบ และเกินใดในหล้าเปรียบเทียบ
ขณะเดียวกัน เอกภพในร่างของเขาก็เหมือนความโกลาหลอันพลุ่งพล่านด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ ส่งเสียงเลื่อนลั่นเช่นสายฟ้าฟาด
ขณะนี้ พลังชีวิต แก่นโลหิต ความแข็งแกร่ง วิญญาณ… ทุกสิ่งในกายเดือดพล่านไม่หยุดนิ่ง เป็นภาพเปรียบปาฏิหาริย์ยิ่งนัก
นอกจากนั้น ราชผกายม่วงทองดวงใหม่ก็เฉิดฉันเหนือเพลิงศักดิ์สิทธิ์วิญญาณของเขา เสริมรัศมีราชผกายม่วงทองเดิมทั้งสาม เรืองฤทธิ์ม่วงทองจรัสจ้าในดวงวิญญาณของเฉินซี ฉาบย้อมด้วยชั้นอำนาจศักดิ์สิทธิ์
ขอบเขตจ้าวเอกภพสี่ดารา!
ยี่สิบปีที่ปิดด่านบ่มเพาะครั้งนี้ เฉินซีทำเพียงแค่แปรสภาพดูดซับมรดกภายในผนึกจ้าววิญญาณเพื่อช่วยเจิ้นหลิวชิง แต่ปรากฏว่าเขากลับบรรลุขอบเขต ความแข็งแกร่งพัฒนาไปอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง!
เอกภพในกายเขาขยายขึ้น ความแข็งแกร่งพัฒนาอีกหน อำนาจวิญญาณโผนทะยานสูง กระทั่งแก่นแท้ ปราณ และวิญญาณในกายยังหนาแน่นเรืองฤทธิ์ถึงขีดสุด!
กระทั่งตัวเฉินซีเองยังรู้สึกเหลือเชื่อเล็กน้อยที่ความแข็งแกร่งของเขาพัฒนาสูงขึ้นอีกขั้นในเวลาสั้น ๆ เพียงยี่สิบปี หากข่าวนี้ถูกแพร่งพราย โลกหล้าคงคิดไปว่าเขาเป็นตัวประหลาดอมนุษย์แน่แท้
แต่เฉินซีก็ตระหนักดี ว่าการที่เขาทำเช่นนี้ได้ก็เป็นเพราะผนึกจ้าววิญญาณ!
มรดกอันสมบูรณ์ของหนึ่งยุคสมัยทั้งยุคถูกอัดรวมกันในผนึกจ้าววิญญาณ อำนาจของมันจึงมหาศาลสุดขั้ว ยามนี้เมื่อเฉินซีแปรสภาพดูดซับมัน ผลประโยชน์ที่ได้จึงเกินคาดคิดเป็นธรรมดา
หากบ่มเพาะด้วยความเร็วเช่นนี้ต่อไป การบ่มเพาะของข้าไม่ทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่องเพียงแค่แปรสภาพดูดซับตราประทับยุคสมัยอื่น ๆ อีกเจ็ดชิ้นหรือ? หลังได้พบเรื่องประหลาดใจน่ายินดีในคราวแรก เฉินซีก็สงบใจลงและเหมือนคิดบางเรื่องออก
การแปรสภาพดูดซับผนึกจ้าววิญญาณทำให้เขาได้มาซึ่งความรู้อันสมบูรณ์ว่าจะอนุมานหยั่งทราบมรดกยุคต่าง ๆ ด้วยเต๋าแห่งยันต์อักขระอย่างไร
ด้วยเหตุนี้ เฉินซีจึงมั่นใจยิ่งว่าการแปรสภาพดูดซับตราประทับยุคสมัยอื่น ๆ จะไม่เกิดอุปสรรคใด ๆ อีก!
ทว่าอึดใจต่อมา เฉินซีก็ต้องส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้ เขาสัมผัสได้ว่าการบ่มเพาะของตนมาถึงจุดอิ่มตัวแล้ว คงไม่มีทางย่อยพลังของตราประทับยุคสมัยอื่น ๆ มากกว่านี้ได้ในกาลอันสั้น
เขาเป็นเหมือนสระน้ำอันเต็มเอ่อ ต้องขุดขยายมันเสียก่อนจึงรับวารีมากกว่านี้ได้
สภาวะการบ่มเพาะปัจจุบันของเฉินซีก็เป็นเช่นนั้น มันอิ่มตัวเจียนแน่นสนิท แต่เฉินซีก็ไม่ได้ขาดน้ำเติม เขาแค่ขาดการขัดเกลาขยายศักยภาพของตนเท่านั้น ก็จะดูดซับพลังและพัฒนาสู่ระดับอันสูงขึ้นกว่านี้ได้ต่อไป
“ว่าแล้วเชียว การทำสำเร็จในคราวเดียวเป็นไปไม่ได้จริง ๆ….” เฉินซียิ้มเจื่อน แต่ก็ไม่ได้รู้สึกท้อถอย กลับกัน การแปรสภาพดูดซับผนึกจ้าววิญญาณนั้นเหมือนเปิดประตูบานใหม่ ทำให้เขาได้ผลลัพธ์อันชวนประหลาดใจยินดีอย่างยิ่งใหญ่สุดขั้ว
ประการแรก เขาแน่ใจว่าแม้ตราประทับยุคสมัยจะถูกผนึกในชิ้นส่วนแผนภาพวารีหลาก พวกมันก็ไม่ใช่อุปสรรคหยุดเขามิให้แปรสภาพดูดซับตราประทับยุคสมัยได้อีกต่อไป
ประการที่สอง ตราประทับยุคสมัยเป็นเหมือนต้นกำเนิดพลังให้เขาพัฒนาการบ่มเพาะไปไกลขึ้นอันถูกตระเตรียมไว้สำเร็จรูป เขาไม่ต้องไปแสวงโอกาสที่ใดยามบ่มเพาะ แค่รอปัจจัยสำคัญทั้งหลายประสานลงตัว ก็สามารถใช้ตราประทับยุคสมัยพัฒนาตนเองอย่างเป็นขั้นเป็นตอนได้
สุดท้าย ผลประโยชน์ที่เขาได้จากการแปรสภาพดูดซับตราประทับยุคสมัยไม่ได้สะท้อนโดยการเปลี่ยนแปลงการบ่มเพาะเพียงอย่างเดียว สิ่งสำคัญที่สุดคือ มรดกภายในนั้นถูกเฉินซีตีความบรรลุครบถ้วน!
นี่คือผลพลอยได้สูงสุดของเฉินซี
มรดกภายในผนึกจ้าววิญญาณครอบคลุมถึงระบบการบ่มเพาะ ทักษะวิชา ความรู้ภูมิปัญญา และเรื่องอื่น ๆ มากมายในอารยธรรมจ้าววิญญาณทั้งหมดทั้งมวล
ด้วยเหตุนี้ หากเฉินซีหลุดไปอยู่ในยุคก่อน เขาก็ถือได้ว่าเป็นตัวตนผู้รอบรู้ทุกเรื่องราว!
เขาจะไม่ต่างจากเหล่าไป๋ผู้ถูกมองเป็น ‘สรรพวิญญาจารย์’
นอกจากนั้น ในเมื่อเฉินซีได้มรดกทั้งหลายมาในยุคนี้ มันก็ย่อมนำมาซึ่งผลกระทบเกินจินตนาการ
เช่นยามนี้ กระทั่งอู๋เซวี่ยฉานยังจนใจรับมือกู่ศักดิ์สิทธิ์อวมนตราในร่างเจิ้นหลิวชิง กระทั่งน้อยคนทั่วโลกหล้าที่ก้าวผ่านเคล็ดวิชานี้ไปได้
แต่ในความเห็นของเฉินซีผู้แปรสภาพดูดซับผนึกจ้าววิญญาณเสร็จสิ้น กู่ศักดิ์สิทธิ์อวมนตราเป็นเพียงเคล็ดวิชาจิตวิญญาณแขนงหนึ่งของเผ่าอวมนตราในยุคก่อนเท่านั้น และเขาก็รู้วิธีจัดการกับมันแล้ว
…
ไม่รอช้า เฉินซีลุกขึ้น ทอดสายตาลงบนโลงหยกใส
เปรี๊ยะ!
ชายหนุ่มเปิดมันออก บรรจงอุ้มเจิ้นหลิวชิงออกมาจากภายใน จากนั้นก็วางนางลงบนฟูกทำสมาธิ
หลังจากนั้น เขาก็สูดหายใจลึก ๆ ย้อนนึกถึงวิธีกำจัดกู่ศักดิ์สิทธิ์อวมนตรา หลังยืนยันได้ว่าไร้สิ่งใดตกหล่นผิดพลาด ในที่สุดก็เริ่มลงมือ
วิ้ง!
สองมือของเขาวาดลวดลายประทับตรา วาดอักขระจ้าววิญญาณประหลาดลึกลับมากมายด้วยปลายนิ้ว แล้วอักขระจ้าววิญญาณเหล่านี้ก็หลั่งไหลเข้าไปในร่างของเจิ้นหลิงชิงดุจกระแสธาร
…
นอกโถงใหญ่ ถูเมิ่งนั่งขัดสมาธิบนพื้น
นับแต่ยามที่เฉินซีเริ่มปิดด่านบ่มเพาะเมื่อยี่สิบปีก่อน อู๋เซวี่ยฉานก็ให้ถูเมิ่งมาอยู่ที่นี่ เพื่อให้ถูเมิ่งแจ้งเขาโดยเร็วที่สุดยามเฉินซีออกจากโถง
ทว่าถูเมิ่งก็ต้องประหลาดใจเมื่อการรอคอยยาวนานมายี่สิบปี