ตอนที่ 2002
บทที่ 2002 ที่มาของนาง
October 21, 2026
บทที่ 2,002 ที่มาของนาง
………………..
บทที่ 2,002 ที่มาของนาง
เฉินซีได้แต่ยิ้มแห้งยามได้ยิน เพราะรู้ว่าศิษย์พี่คงเข้าใจผิดเข้าแล้ว
เฉินซีไม่ได้เอ่ยอะไรดี เพียงแต่พลิกมือหยิบเอายันต์ศัสตราออกมา จากนั้นส่งให้พวกเขาดู “ศิษย์พี่เชิญดู”
ถังเสียนยิ่งขมวดคิ้วแน่น คิดในใจว่า หรือยันต์ศัสตราของเด็กนี่จะแกร่งกว่ากระบี่ศาลเจ้าอัคคีของข้างั้นหรือ?
เขามองยันต์ศัสตราของเฉินซีไปอย่างนั้น แต่พริบตาเดียวนัยน์ตาดั่งอัญมณีเพลิงก็เบิกกว้าง ก่อนเขาจะร้องเสียงประหลาดใจออกมา
หลังจากนั้น เขาก็หยิบยันต์ศัสตราจากเฉินซี ใช้นิ้วลูบมันเบา ๆ แล้วก็พินิจพิเคราะห์มันอย่างเงียบเชียบ
เมื่อเห็นดังนี้ อู๋เซวี่ยฉานก็เหลือบมองเฉินซีที่ดูสุขุมนัก จากนั้นก็เบนไปทางกระบี่
ไม่ทันไรเขาก็เลิกคิ้วขึ้น “น่าสนใจนี่!”
“ไม่แปลกที่เจ้าปฏิเสธกระบี่ศาลเจ้าอัคคี” ถังเสียนส่งยันต์ศัสตราให้อู๋เซวี่ยฉานดู “ศิษย์พี่ใหญ่ดูเจ้านี่สิ สมบัติชิ้นนี้หาได้ยากแม้ผ่านมานับล้านรุ่น นับว่าเป็นประวัติการณ์เลยทีเดียว ตั้งแต่ที่ข้าเริ่มบ่มเพาะพลังมาก็เพิ่งเคยเห็นสมบัติวิญญาณธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์เช่นนี้”
“มหัศจรรย์จริง ๆ ” อู๋เซวี่ยฉานพิเคราะห์แล้วก็คืนมันให้เฉินซีก่อนคลี่ยิ้ม “เจ้าไม่จำเป็นต้องใช้กระบี่ศาลเจ้าอัคคีหรอกถ้ามีเจ้านี่อยู่แล้ว”
เฉินซียิ้มแล้วเก็บยันต์ศัสตราไปอย่างระมัดระวัง
นับตั้งแต่ที่เข้าแดนรวนเรลืมเลือนไปฝึกพลัง เวลาที่ไม่ได้ต่อสู้ เขาจะเก็บยันต์ศัสตราไว้ภายในร่าง ให้มันขัดเกลาและกลืนกินแก่นพลังสสารของสมบัติวิญญาณธรรมชาติชิ้นอื่นมาโดยตลอด
จึงเป็นสาเหตุให้ยันต์ศัสตรานั้นแกร่งมาก มันเป็นแค่ยันต์ศัสตราที่เทียบได้กับสมบัติวิญญาณประดิษฐ์เท่านั้น แต่พอขัดเกลาและฟูมฟักมันจากรากฐานวิญญาณธรรมชาติ มันก็กลายเป็นสมบัติวิญญาณธรรมชาติจริง ๆ ได้
เป็นที่รู้กันว่ายันต์ศัสตรานั้นเติบโตได้อย่างไร้ขีดจำกัด และยังสามารถรักษาคุณสมบัติเดิมของมันเองไว้ได้ด้วย
จึงทำให้ยันต์ศัสตราของเฉินซีไม่เหมือนกับสมบัติวิญญาณธรรมชาติชิ้นไหนเลย
แต่อย่างไรก็เป็นเพราะยันต์ศัสตรามีพลังกลืนกิน ขัดเกลา และดูดซับสมบัติวิญญาณธรรมชาติชิ้นอื่นนั่นเอง ความสามารถสะท้านฟ้าเช่นนี้นับว่าหาได้ยากไม่มีใครเคยพบเห็น ไม่อาจนำสมบัติวิญญาณธรรมชาติชิ้นอื่นมาเทียบได้เลย
พอเวลาผ่านไป ยันต์ศัสตราก็กลืนสมบัติวิญญาณธรรมชาติไปได้สำเร็จเก้าชิ้น จึงทำให้อำนาจของมันเพิ่มสูงขึ้นด้วย
ตอนนี้คุณภาพของยันต์ศัสตรานั้นเหนือกว่าตาข่ายครอบคลุมสวรรค์และเหรียญทองแดงโปรยสมบัติอยู่เล็กน้อย ถึงจะเอาไปเทียบกับกระบี่ศาลเจ้าอัคคีที่ถังเสียนคิดจะให้ยืม แต่ทั้งสองอย่างมีจุดแข็งต่างกัน ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันแต่อย่างใด
ทว่าอู๋เซวี่ยฉานกับถังเสียนนั้นช่างสังเกตและเป็นผู้มีประสบการณ์สูง ดังนั้นทั้งเมื่อคู่เห็นอำนาจยันต์ศัสตราของเฉินซีก็รู้สึกชื่นชม เข้าใจดีว่าทำไมเฉินซีถึงปฏิเสธศาลเจ้าอัคคีไปเช่นนั้น
“แค่มีสมบัติชิ้นนี้ก็ทำให้ศิษย์น้องเล็กต่อสู้ได้เปรียบแล้ว แต่การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่การเดินทางปกติ ดังนั้นระมัดระวังสักหน่อยดีกว่า” อู๋เซวี่ยฉานคิดเล็กน้อยก่อนเอ่ยกับเฉินซี “ถึงเจ้าจะเก่งจนเหนือกว่าใครในขั้นพลังเดียวกัน แต่พอเทียบกับยอดฝีมือตระกูลผู้พิทักษ์เต๋าศักดิ์สิทธิ์ก็นับว่าไม่เท่าไหร่”
เฉินซีพยักหน้า ในใจก็คิดเช่นกัน พวกคนตระกูลผู้พิทักษ์เต๋าศักดิ์สิทธิ์แกร่งขนาดนั้นเลยเหหรือ?
“ศิษย์น้องเล็ก เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องระมัดระวังมากขนาดนั้นหรอก หากต้องสู้กัน ไม่ว่าศัตรูจะเป็นใคร เจ้าสู้สุดฝีมือก็พอแล้ว” ถังเสียนคิดบางอย่างแล้วก็เอ่ยเสียงเย็นออกมา “ถึงแม้ว่าตระกูลผู้พิทักษ์เต๋าศักดิ์สิทธิ์จะแกร่งมาก แต่มันก็แค่พรสวรรค์ติดตัวมา ไม่ต้องไปสนใจอะไรมากหรอก”
เฉินซีกับอู๋เซวี่ยฉานเหลือบมองกัน จากนั้นก็ยิ้มออกมา
ถังเสียนเป็นทายาทตระกูลผู้พิทักษ์เต๋าศักดิ์สิทธิ์ แต่กลับพูดเช่นนี้ออกมา นับว่าเกินคาดไม่ใช่น้อย
หืม? ในจังหวะนั้นเอง อู๋เซวี่ยฉานกับถังเสียนก็เหมือนสังเกตเห็นบางอย่าง สายตาตวัดไปทางเดียวกันทันใด
ตู้ม!
ถึงขั้นที่ถังเสียนซัดฝ่ามือออกไปไม่ลังเล กระบี่เพลิงกรีดผ่านฟ้า ซัดพลังโจมตีออกไปไกลกว่าหกสิบลี้
ไม่ว่ามันจะกวาดไปทางใด ก็ทำให้ดวงดาราระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ ไม่อาจมีสิ่งใดหยุดยั้งได้ เต็มไปด้วยพลังทำลายล้างขั้นสูง
ฟ่าว!
เมื่อเฉินซีหันไปมอง ก็เห็นเงาดำยืนอยู่บนเตาหลอม เงานั่นแวบหายไป หลบการโจมตีของถังเสียนไปได้!
นั่นคือการโจมตีของมหาเทพเต๋าเชียวนะ การโจมตีนี้มีพลังกล้าแข็งมาก แต่เงานั่นกลับสามารถหลบได้ทันที นับว่าน่าตกใจอยู่ไม่น้อย
เงานั่นเป็นใครกัน? หรือจะเป็นมหาเทพเต๋า? แต่ทำไมถึงมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ได้? เฉินซีหรี่ตาลงเล็กน้อย ในใจเกิดความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด เหมือนเคยเห็นเงานี้มาก่อน
ทำให้ใจเขาเต้นตุบ รู้สึกว่าเรื่องนี้แปลกไม่ใช่น้อย
“เป็นนาง” อู๋เซวี่ยฉานพลันเอ่ยด้วยสองมือให้ไพล่หลัง สีหน้าเต็มไปด้วยแววครุ่นคิด
“อ้อ ไม่แปลกเลย” ถังเสียนพยักหน้า จากนั้นก็มุ่นคิ้ว “นางกล้าตามพวกเรามาแบบนี้ หรือคิดจะขัดขวางหรือ?”