ตอนที่ 2011
บทที่ 2011 เชือดไก่ให้ลิงดู
October 21, 2026
บทที่ 2011 เชือดไก่ให้ลิงดู
………………..
บทที่ 2011 เชือดไก่ให้ลิงดู
นอกเคหาเป็นลานโล่งกว้าง
ขณะนี้ หนึ่งเสาอัคคีทะยานเวหาเรืองโรจน์ สาดซัดรัศมีศักดิ์สิทธิ์ร้อนแรง ผลาญแผดกระทั่งสุญตารอบข้าง
หนึ่งบุคคลถูกล่ามกับเสาอัคคี ทั่วร่างถูกโซ่ศักดิ์สิทธิ์สีม่วงรัดพัน ทำให้เขาไม่มีทางดิ้นหลุด เป็นเช่นเชลยรอรับทัณฑ์
เมื่อมองดี ๆ เส้นผมของคนผู้นั้นยุ่งกระเซิง อาภรณ์ถูกโลหิตย้อมแดง ใบหน้าบูดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด แต่ก็ทราบได้ไม่ยากว่าเขาคือเฉินหงซิ่ว!
ชายหนุ่มขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลผู้มาเยือนและเตือนเฉินซีเมื่อไม่กี่วันก่อน
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
อัสนีสีม่วงแลบแปลบปลาบกลางนภา สายฟ้าคมกริบเช่นคมมีดฟาดลงกระแทกร่างของเฉินหงซิ่ว ความเจ็บปวดทำให้ร่างของเขากระตุกชักรุนแรง แม้จะอดทนสุดกำลัง เขาก็ยังเปล่งเสียงโอดอู้อี้ดุจเสียงหายใจสัตว์ร้ายมิได้ เป็นภาพอันชวนสะพรึงยิ่งนัก
เมื่อรวมกับเพลิงศักดิ์สิทธิ์อันแผดผลาญบนเสาอัคคี มันก็ทรมานเฉินหงซิ่วเสียจนผิวกายปอกเปิด รวดร้าวถึงขีดสุด
เฉินซีเห็นภาพนี้ทันทีที่เดินออกจากเคหา ดวงตาของเขาหรี่ลง สีหน้าเย็นเยียบเฉยชาอย่างช่วยมิได้
เคหาที่เขาอาศัยอยู่ชั่วคราวตั้งอยู่ที่นี่ แต่ยามนี้ เฉินหงซิ่วกลับถูกล่ามบนเสาอัคคี ถูกทัณฑ์อัสนีฟาดร่าง แล้วทั้งหมดนี้เตรียมไว้เพื่อใคร?
สายตาของเฉินซีเบนออกไป และพบคนกลุ่มหนึ่งยืนหน้าแท่นบงกชสีม่วงอันลอยล่องบนฟ้าด้านข้าง ดุจหมู่ดาราล้อมจันทร์
แท่นบงกชสีม่วงนั้นกระจ่างใสเช่นหยก เรืองปราณเต๋าอันยิ่งใหญ่โดยธรรมชาติ ขณะนั้น หนึ่งร่างอันทะนงหยิ่งผยองทอดกายเอกเขนกบนนั้น
ร่างนั้นสวมอาภรณ์สีทองตัวหลวมอันประณีตงาม ผมสีม่วงสยายยาว รูปลักษณ์เย็นชา หยิ่งผยอง ชั่วร้ายแต่หล่อเหลา
ดวงตาหรี่เรียวเยี่ยมมีดดาบ ผิวขาวเช่นหยก ริมฝีปากยกยิ้มเย็นเยียบอำมหิตแผ่วบาง เอนกายเอกเขนกบนแท่นบงกชสีม่วง ดูสุดเฉื่อยชา ทว่าทั่วร่างกลับแผ่บรรยากาศเหนือล้ำ ชวนให้หัวใจผู้มองเต้นตุ้มต่อม
เขาไม่ธรรมดา อย่างน้อย ๆ ก็มีฤทธาเป็นจ้าวเอกภพเจ็ดดารา!
ดวงตาของเฉินซีหรี่ลงเมื่อสังเกตเห็นชายผมม่วงในชุดทองผู้นี้ เพียงปราณลำพัง เฉินซีก็ตัดสินได้ว่าความแข็งแกร่งของคนผู้นี้ร้ายกาจยิ่ง เลิศล้ำเสียยิ่งกว่าจ้าวเอกภพคนใดที่เฉินซีเคยพบพาน!
เห็นได้ชัดว่าชายชุดทองผู้นี้คือผู้สั่งการให้ล่ามลงทัณฑ์เฉินหงซิ่วที่นี่ นอกจากนั้น เจตนาที่เขาเลือกลงทัณฑ์เฉินหงซิ่วต่อหน้าเคหาของเฉินซีก็ชัดเจนในตัว เขาตั้งใจทำให้เฉินซีเห็น!
สีหน้าของเฉินซีเฉยชาราบเรียบ ไม่ว่าชายชุดทองจะมีเจตนาเช่นไร ก็เป็นที่ชัดเจนว่าอีกฝ่ายมีเจตนาร้าย
ขวับ!
พริบตาที่เฉินซีเดินออกจากเคหา สายตามากมายรอบกายชายชุดม่วงก็พากันหันมอง สีหน้าของพวกเขามีทั้งดูแคลน มาดร้าย ล้อเลียน เย้ยเยาะ และอื่น ๆ มากมาย
มีเพียงชายชุดทองที่ฉีกยิ้มให้เฉินซี ก่อนจะเบนสายตาไปมองเฉินหงซิ่วซึ่งถูกล่ามไว้บนเสาอัคคีช้า ๆ
“เฉินหงซิ่ว เจ้ารู้ความผิดหรือไม่?” ชายชุดทองกล่าวเสียงนุ่มนวลแผ่วเบา ฟังดูชวนขนลุกไม่น้อย
เฉินหงซิ่วส่งเสียงโอดอู้อี้ ดวงตาแดงฉาน แม้จะเจ็บปวดเหลือแสน แต่ก็ยังกัดฟันไม่ยอมพูด
“คนทรยศ เจ้ายังไม่ยอมสำนึกผิดอีกหรือ? เช่นนั้นก็รอดูว่าเจ้าจะทนได้เท่าไร!” ชายร่างกำยำผู้หนึ่งข้างกายชายชุดทองพลันสาวเท้าเข้ามาชี้หน้าด่าเฉินหงซิ่ว
เปรี้ยง! เปรี้ยง!
ไม่ทันสิ้นเสียง อัสนีม่วงเข้มขนาดมหึมามากมายพลันโปรยลงจากฟ้า กระแทกเข้าใส่ร่างเฉินหงซิ่วอีกครั้ง เพียงพริบตา ผิวเนื้อของเฉินหงซิ่วก็ปริแตก โลหิตสาดซัดทั่วทิศ กระทั่งกระดูกยังปรากฏรำไร
ขณะเดียวกัน ดวงตาของเฉินหงซิ่วเหลือกกลอกด้วยความเจ็บปวด หมดสติไป
แม้เขาจะเป็นเทพโดยกำเนิด แต่เขาก็ยังไม่อาจทนรับทัณฑ์อันโหดร้ายเช่นนี้ได้นานนัก
เฉินซีเห็นเช่นนี้ก็อดขมวดคิ้วมิได้ คนตระกูลเฉินไร้โหดเหี้ยมจริง ๆ กระทั่งญาติร่วมสายเลือดยังทำร้ายกันได้อย่างไร้ปรานี น่ารังเกียจยิ่งนัก
“ปลุกเขาขึ้นมา เรื่องยังไม่จบ จะปล่อยเขาหมดสติไปได้อย่างไร?” ชายชุดทองหัวเราะเบา ๆ ขณะลูบคางกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉยชาไร้ปรานีเนิบช้า
“หึหึ! ข้ากำลังจะทำอยู่พอดีเชียว” ชายร่างกำยำฟาดฝ่ามือจากไกล ๆ ท่ามกลางเสียงหัวเราะเหี้ยมเกรียม
เพียะ!
เฉินหงซิ่วถูกตบหน้าอย่างแรง ทำให้ใบหน้าของเขาบวมแดง สะดุ้งตื่นจากสภาวะหมดสติ
“เฉินเซียวอวิ๋น! กล้าก็ฆ่าข้าสิ! กล้าหรือไม่?” ครั้งนี้เฉินหงซิ่วไม่เงียบเสียง เขาถลึงตามองชายชุดทองขณะแผดเสียงราวสัตว์ป่า
เฉินเซียวอวิ๋น ที่แท้ก็เป็นเขา….
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ในที่สุดเฉินซีก็ทราบตัวตนของชายชุดทอง เขาเคยได้ยินเฉินหงซิ่วกล่าวถึงคนผู้นี้ ในหมู่จ้าวเอกภพของตระกูลเฉินมีสามผู้ยิ่งใหญ่ มีอำนาจต่อสู้เลิศล้ำเกินผู้ใดในขอบเขตเดียวกัน
เฉินเซียวอวิ๋นคือหนึ่งในนั้น
“ฆ่าเจ้า? นั่นมิเท่ากับช่วยคนทรยศอย่างเจ้าไปสบายหรือ?” เฉินเซียวอวิ๋นผู้เอนกายเอกเขนกบนแท่นบงกชม่วงลุกขึ้นอย่างเนิบช้า สองมือไพล่หลัง กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงยานคาง “เฉินหงซิ่ว แม้เจ้าไม่ยอมรับ แต่ก็ปฏิเสธมิได้อยู่ดีว่าเจ้าร่วมมือกับคนนอก ทรยศตระกูลเรา ต่อให้ข้าฆ่าคนทรยศอย่างเจ้าไป ข้าก็เชื่อว่าไร้ผู้ใดคัดค้าน”
กล่าวถึงตรงนี้ ดวงตาหรี่ปรือก็กวาดมองคนอื่น ๆ รอบกาย “ใช่หรือไม่?”
“ใช่!” พวกเขาตอบรับเป็นเสียงเดียว หลายคนกระทั่งตะโกนให้ฆ่าเฉินหงซิ่วเสียยามนี้ มิให้ผู้อื่นใช้เป็นเยี่ยงอย่าง
ขณะนี้ สีหน้าของเฉินซีเฉยชา เขาหรือจะยังไม่รู้ว่าเฉินหงซิ่วถูกลากมาพัวพันเพราะตัวเอง?