ตอนที่ 2037
บทที่ 2037 เพียงชั่วพริบตาก็ผ่านไปครึ่งปี
October 21, 2026
บทที่ 2037 เพียงชั่วพริบตาก็ผ่านไปครึ่งปี
………………..
บทที่ 2037 เพียงชั่วพริบตาก็ผ่านไปครึ่งปี
ยังไม่ถึงเวลา?
เฉินซีงุนงง “เพราะเหตุใดหรือท่านพ่อท่านแม่?”
เฉินหลิงจวินและจั่วชิวเสวี่ยสบตากัน “ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ครั้งที่เรามาที่ตระกูลเฉินเพื่อหาที่พักพิง ข้าสัญญากับท่านบรรพบุรุษว่าข้าจะไม่ออกไปโดยพลการ ก่อนที่ศึกผู้พิทักษ์วิถีครั้งต่อไปจะเริ่มต้นขึ้น”
เขาหยุดครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวต่อ “ปัจจุบันเหลือเวลาอีกห้าร้อยปี ก่อนที่จะบรรลุข้อตกลงนั้น”
คิ้วของเฉินซีขมวดเข้าหากันแน่นยิ่งขึ้น “นี่เป็นเงื่อนไขระหว่างพวกท่านหรือ?”
เฉินหลิงจวินพยักหน้า “หากไม่เป็นเช่นนั้น แล้วท่านบรรพบุรุษจะกล้าเสี่ยงต่อสู้กับเต๋าแห่งสวรรค์เพื่อซ่อนเราไว้ที่นี่ได้อย่างไร? ตระกูลผู้พิทักษ์เต๋าศักดิ์สิทธิ์ปกป้องเต๋าแห่งสวรรค์ แต่ท่านบรรพบุรุษยังกล้าที่จะทำเช่นนี้ แล้วข้าจะกลับคำพูดได้อย่างไร”
บัดนี้เฉินซีเริ่มเข้าใจแล้วบางอย่างราง ๆ แล้ว “เท่าที่ข้ารู้ แดนมารดากำเนิดบรรพ์เป็นสถานที่ที่อยู่ใกล้เต๋าแห่งสวรรค์มากที่สุด ดังนั้นการอยู่ที่นี่จะเทียบเท่ากับการอยู่ต่อหน้าเต๋าแห่งสวรรค์ มันไม่อันตรายเกินไปหน่อยหรือ?”
เฉินหลิงจวินยิ้ม “ไม่มีสิ่งใดที่สมบูรณ์แบบในโลกนี้”
เมื่อตระหนักว่าเขาไม่สามารถโน้มน้าวเฉินหลิงจวินได้ เฉินซีเบนสายตาไปทางจั่วชิวเสวี่ยหวังให้นางโน้มน้าวเฉินหลิงจวิน
ทว่าจั่วชิวเสวี่ยกลับคลี่ยิ้มและส่ายศีรษะ
สิ่งนี้ทำให้เฉินซีปวดหัวทันที เขามาที่ตระกูลเฉินเพื่อพาบิดามารดากลับไป แต่เมื่อเขาบรรลุเป้าหมายนี้แล้ว บิดามารดากลับไม่เต็มใจที่จะจากไปเพราะข้อตกลงเมื่อหลายปีก่อน
เฉินซีลูบคิ้วและถอนหายใจ “แต่ทำไมพวกท่านถึงเห็นด้วยกับเงื่อนไขนี้? หรือว่ามีความนัยซ่อนอยู่ หากเป็นเช่นนั้น ก็ไม่มีทางเลือกอื่นจริง ๆ งั้นข้าจะไปถามเฉินไท่ชงเอง”
เฉินหลิงจวินส่ายศีรษะ “ซีเอ๋อร์ หากเจ้าคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของเรา เจ้าจะต้องเคารพการตัดสินใจของเรา!”
เสียงของเขาสงบ แต่ก็ไม่อาจโต้แย้ง
จั่วชิวเสวี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ซีเอ๋อร์ ที่บิดาของเจ้ารั้งอยู่ก็เพื่อชดใช้หนี้จากชาติก่อนของเขา ตอนนี้เขาได้ฟื้นคืนความทรงจำในช่วงชาติก่อนแล้ว เขาได้ครอบครองมรดกของตระกูลเฉินทั้งหมดและแม้แต่เคล็ดวิชาลับเฉพาะบางอย่างของตระกูล และมีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ ดังนั้นเฉินไท่ชงจะไม่ยอมให้บิดาของเจ้าจากไปในเวลานั้นเช่นกัน”
เมื่อนางกล่าวมาถึงจุดนี้ จั่วชิวเสวี่ยก็หายใจเข้าลึก ก่อนจะกล่าวอย่างจริงจัง “เมื่อเขาแก้ไขกรรมที่เกี่ยวข้องกับความทรงจำของเขาได้ นั่นถึงจะเป็นเวลาที่เราจรจาก ไม่ข้องเกี่ยวกันอีก ไม่เช่นนั้น บิดาของเจ้าคงจะไม่อาจกินอิ่มนอนหลับอย่างสงบสุขไปชั่วชีวิต”
แน่นอนว่าเขาให้ความเคารพต่อความปรารถนาและการตัดสินใจของบิดาอย่างไม่มีเงื่อนไข ทว่าเมื่อคิดว่าทั้งสองจะยังรั้งอยู่ที่นี่ในฐานะ ‘อาชญากร’ ที่ถูกจำคุกไปอีกห้าร้อยปี เขาก็รู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย
“ซีเอ๋อร์ ไม่ต้องกังวล ไม่ว่าจะในกรณีใด เจ้าจะต้องมาที่แดนมารดากำเนิดบรรพ์ในอีกห้าร้อยปีข้างหน้า เพื่อเป็นตัวแทนของตระกูลเฉินในศึกผู้พิทักษ์วิถี เราจะจากกันในเวลานั้น” จั่วชิวเสวี่ยยิ้มพลางกล่าวคำเหล่านี้
“แน่นอน เมื่อเจ้าเข้าร่วมในศึกผู้พิทักษ์วิถี ข้ายังสามารถให้คำแนะนำแก่เจ้าได้ ข้ามีความทรงจำเกี่ยวกับประสบการณ์ของข้าในศึกผู้พิทักษ์วิถีในช่วงชาติที่แล้ว แม้ว่ามันจะไม่สามารถช่วยเจ้าได้มากนัก แต่ช่วยได้เล็กน้อยก็ยังดี” เฉินหลิงจวินกล่าว
เฉินซีถอนหายใจยาวเมื่อได้ยินสิ่งนี้ จากนั้นเขาก็หัวเราะเสียงขื่น “ดูเหมือนว่าข้าคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตกลง”
เฉินหลิงจวินและจั่วชิวเสวี่ยต่างยิ้มให้กัน รู้สึกพึงพอใจอย่างมาก
…
ภายนอกโถงถามหทัย
“เป็นอย่างไรบ้าง” เมื่อเห็นร่างของเฉินซีเดินออกจากโถงถามหทัย เฉินไท่ชงที่รออยู่ก่อนแล้วก็ถามขึ้น
“ข้าจะขอบคุณอย่างยิ่ง หากผู้อาวุโสสามารถยกเลิกข้อตกลงและอนุญาตให้บิดามารดาไปกับข้าตอนนี้” เฉินซีกล่าวอย่างสบาย ๆ ในขณะที่ท่าทางของเขาเย็นชาและไม่แยแสเล็กน้อย
“ฮ่า ฮ่า ข้อตกลงคือคำสาบาน มันจะถูกยกเลิกอย่างง่าย ๆ ได้อย่างไร ไปถามบิดาของเจ้าเรื่องนี้สิ หากเขายืนกรานที่จะจากไป ข้าก็จะไม่ว่าอะไร” เฉินไท่ชงยิ้มพลางกล่าวอย่างสบาย ๆ
เฉินซีแค่นเสียงดังเฮอะ “ท่านคงรู้อยู่แล้วว่าบิดาของข้าจะไม่กลับคำใช่หรือไม่?”
เฉินไท่ชงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ “เจ้าหนู หากเจ้าตกลงที่จะเข้าร่วมตระกูลเฉิน ข้าก็คงยกเลิกคำสาบานและลากพ่อแม่เจ้าออกมาเดี๋ยวนี้เลย”
เฉินซีถึงกับพูดไม่ออก และกลอกตาเมื่อได้ยินเฉินไท่ชงพูดถึงการพาเขาเข้าตระกูลเฉินอีกครั้ง
หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็กล่าวเน้นย้ำทีละคำ “เป็นไปไม่ได้!”
กล่าวจบก็หันหลังจากไปทันที
“ช่างเป็นเด็กน้อยที่ดื้อรั้นเสียนี่กระไร….” เฉินไท่ชงจ้องมองไปที่เฉินซีอย่างว่างเปล่าพลางพึมพำ “หากเจ้ารู้ว่าข้าจะต้องรับการลงโทษจากเต๋าแห่งสวรรค์ไปชั่วนิรันดร์ หากข้าผิดคำสาบาน แล้วเจ้าจะเห็นด้วยหรือไม่?”
แม้จะกล่าวเช่นนี้ แต่เฉินไท่ชงก็ยังคงไล่ตามเฉินซีไป “เจ้าหนู เจ้าจะไปเลยเหรอ?”
“ไม่ ข้าตั้งใจจะอยู่ที่นี่สักครึ่งปี ให้อาการบาดเจ็บของข้าฟื้นตัวก่อน ผู้อาวุโส ท่านคงไม่คิดที่จะไล่ข้าออกไปกระมัง?” เฉินซีไม่ได้หันกลับมา ในขณะที่ตอบเฉินไท่ชง
ในระหว่างการประลองก่อนหน้านี้ เขาได้ต่อสู้อย่างสุดกำลังกับเฉินเต้าหยวน เฉินชิวสุ่ย และเฉินเซียวอวิ๋น มันทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส ประกอบกับความจริงที่ว่าเขาต้องทนทุกข์ทรมานจากผลข้างเคียงของเคล็ดระเบิดสังหารเทวะ มันทำให้เฉินซีตกอยู่ในสภาพที่แย่มากในขณะนี้
แน่นอนว่า เหตุผลที่เขาเลือกอยู่ครึ่งปี ส่วนใหญ่ไม่ใช่เพราะเขาต้องการพักฟื้น และเป็นเพียงเพราะเขาต้องการอยู่กับบิดามารดาให้นานกว่านี้อีกสักหน่อย
“ครึ่งปี?” ทันใดนั้น รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเฉินไท่ชง ในขณะที่เขาครุ่นคิดอยู่ในใจ วิเศษแท้ หากข้าเกลี้ยกล่อมอีกสักสองสามครั้ง ข้าเชื่อว่าเขาจะต้องใจอ่อนยอมเข้าตระกูลเป็นแน่ โอ้ บางทีข้าควรจะให้ผลประโยชน์บางอย่างแก่เขา ซึ่งเขาไม่อาจปฏิเสธได้
…