ตอนที่ 2123
บทที่ 2123 ยึดตำหนัก ....................
October 21, 2026
บทที่ 2123 ยึดตำหนัก
………………..
บทที่ 2123 ยึดตำหนัก
บัดซบ! ในที่สุดชายในชุดผ้าแพรก็คืนสติเมื่อร่างของเฉินซีหายไปจากคลองสายตา ใบหน้าของเขาบูดบึ้งสุดขีด
เมื่อครู่ เขารู้สึกเหมือนเหยียบคาธรณีประตูมรณะอย่างแรงกล้ายามเฉินซีมองมา ทำให้เขาเผลอตัวมอบข้อมูลที่เฉินซีต้องการออกไป
และยามนี้เองที่เขาตระหนักว่าตนกระทำการน่าอายเพียงไร! เขากลัวจนเสียขวัญ!
ในที่สุดยามนี้ เขาก็เข้าใจว่าเหตุใดอิงซานคุนจึงกระทำตัวน่าผิดหวังนักเมื่อกาลก่อน คนผู้นั้น… น่ากลัวเกินไปจริง ๆ
…
“เราจะไปไหนกันหรือ?” ท้ายที่สุด จินอวิ๋นเซิงก็มิอาจยั้งตนถามออกมา
“ไปยึดตำหนัก” เฉินซีตอบโดยไม่เหลียวหลัง
“ยึดตำหนัก?” เปลือกตาของจินอวิ๋นเซิงกระตุก รู้สึกพูดไม่ออก เจ้านี่ไม่สังเกตหรือว่าผู้เข้าร่วมศึกส่วนใหญ่วางตัวเป็นปรปักษ์กับเขา?
ขณะนี้ อีกฝ่ายไม่มาหาเรื่องเขาก่อนก็ควรขอบคุณแล้ว เหตุใดจึงคิดไปยึดตำหนัก?
ไม่กลัวกลายเป็นศัตรูสาธารณะหรือไร?
“อันที่จริง หากไม่บาดเจ็บสาหัสเกินทนไหว จะยึดตำหนักได้หรือไม่ก็หามีความหมาย” จินอวิ๋นเซิงพยายามเรียบเรียงคำพูด แล้วแนะขึ้นเสียงเบา “ข้าคิดว่า เราอยู่ในค่ายที่มั่นก็ปลอดภัยมากแล้ว”
“เจ้าพูดถูก แต่นั่นไม่ได้ช่วยจัดการปัญหาที่อาจเกิดกับข้าได้ ดังนั้นแทนที่จะทำตามที่ว่า ข้ารับมือทุกปัญหาก่อนมานั่งคิดเรื่องความปลอดภัยจะดีกว่า” เฉินซีกล่าวอย่างสุขุม ทว่าถ้อยคำเหล่านั้นเผยอำนาจเกินโต้เถียง
จินอวิ๋นเซิงเผยยิ้มเจื่อน หุบปากไปทันทีขณะพึมพำในใจว่า ตำหนักทั้งสามสิบหกถูกยึดไปหมดแล้ว แต่ละตัวตนที่ยึดตำหนักได้ล้วนเป็นตัวตนสูงสุดในหมู่ค่ายที่มั่น!
หากเขาไปยึดตำหนักยามนี้ ศึกอันดุเดือดก็ต้องปะทุอย่างช่วยไม่ได้
ช่างมันแล้ว!
ในเมื่อเขายืนกรานจะทำ ข้าก็แค่คืนชีวิตนี้ให้เขาหากจำเป็น!
จินอวิ๋นเซิงส่ายหัววืด หยุดคิดเรื่องทั้งหมดนี้ไป
ชั่วกาลจากนั้น เฉินซีหยุดฝีเท้าตรงหน้าประตูตำหนักอันปิดสนิท ตำหนักแห่งนี้สูงราวพันจั้ง เป็นสีดำสนิททั้งหลัง ให้บรรยากาศเก่าแก่
ประตูปิดสนิท แสดงชัดว่าถูกยึดไปแล้ว บรรยากาศรอบข้างก็เงียบสนิท เห็นได้ชัดว่ายอดฝีมือที่ยึดตำหนักนี้ได้ร้ายกาจสุดขั้ว จึงไร้ผู้ใดบุ่มบ่ามมายึดตำหนัก
แต่ยามนี้ เฉินซีมาแล้ว
จินอวิ๋นเซิงตามเขามา ขณะที่บุคคลอีกกลุ่มตามจินอวิ๋นเซิงมาไกล ๆ เหมือนรอชมเรื่องสนุก
ปรากฏว่าเฉินซีมิได้ถีบประตูเข้าไปอย่างมาดร้าย มิได้ประกาศสงครามอย่างผ่าเผยยิ่งใหญ่ เขาทำเพียงเดินไปที่ประตูแล้วยื่นมือออกเคาะเฉย ๆ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะนั้นไม่ได้ดัง มีจังหวะเฉพาะตัวที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกค่อนข้างสบายใจ
ยอดฝีมือจากไกล ๆ ล้วนสิ้นวจี หากพวกเขาไม่รู้สถานการณ์ปัจจุบัน คงคิดไปแล้วว่าเฉินซีแค่มาทักทายเจ้าของตำหนัก
“ผู้ใด?” หนี่งเสียงอันไม่เป็นมิตรดังมาจากภายใน
เพียงวาจานั้นลำพังก็ทำให้จินอวิ๋นเซิงทราบตัวตนเจ้าของตำหนักทันที สีหน้าของเขาอดเปลี่ยนไปมิได้ ขณะรีบถ่ายทอดกระแสปราณบอกเฉินซี “สหายเต๋า เจ้าของตำหนักนี้น่าจะเป็นฉางอวิ๋นเหยี่ยจากตระกูลฉางอวิ๋นระดับกลาง! เขาเจ้าแผนการ โหดเหี้ยมอำมหิตนัก แต่ซุ่ยเหรินขวงหลันให้ค่าเขาสูงแท้….”
เฉินซีย่อมทราบดีว่าตำหนักแห่งนี้ยึดครองโดยฉางอวิ๋นเหยี่ย เหตุที่เขาหยุดชายในชุดผ้าแพรไว้ก็เพื่อถามที่อยู่ของฉางอวิ๋นเหยี่ย!
ส่วนเรื่องที่ทำไมเขาจึงมาหาฉางอวิ๋นเหยี่ย มิใช่สั่วหยิ่งฝู ไท่รุ่ย หรือเฟยหลิงเสวี่ยนั่นก็เพราะ…. พวกเขาล้วนอยู่ในตำหนักแห่งเดียวกันหมด!
“ตำหนักนี้เป็นของข้าแล้ว ข้าให้เวลาพวกเจ้าสามสิบอึดใจในการเก็บสัมภาระไปเสียเดี๋ยวนี้” เฉินซีกล่าวเสียงเรียบด้วยเสียงที่มิได้ดัง แต่รับประกันได้ว่าจะกังวานชัดแก่ทุกคู่โสตในตำหนัก
ให้เวลาสามสิบอึดใจในการเก็บสัมภาระ?
อวดดีไม่เบาเลย! ผู้ชมทั้งหลายจากไกล ๆ อดประหลาดใจไม่ได้ พวกเขาตระหนักดีว่าเฉินซีเป็นใคร และทราบว่าคนในค่ายที่มั่นมากมายคิดอยากฆ่าเฉินซีเหลือเกินเพื่อบำเหน็จรางวัลมากมาย
พวกเขาคิดไปว่าเมื่อมาถึงค่ายที่มั่น เฉินซีจะเก็บตัวเงียบและพยายามปกปิดร่องรอยสุดชีวิต มิชักศึกนำหายนะมาสู่ตน
ไร้ผู้ใดคาดคิดว่าคนผู้นี้มิเพียงเดินเข้ามาอย่างผ่าเผย หามีเจตนาปกปิดตัวตนไม่ เขากระทั่งตั้งใจบังคับยึดตำหนักในครอบครองของผู้อื่น!
พวกเขารู้สึกว่าอีกฝ่ายมิเพียงกร่างกำแหง ยังอยู่ดีไม่ว่าดี รนหาที่ตายด้วย!
“น่าสนใจ! เขายังไม่รู้ตัวหรือว่าตนอยู่ในสถานการณ์เช่นไร?”
“ในที่สุดเรื่องสนุกก็จะเริ่ม พวกเจ้าคิดว่าเฉินซีจะถูกฆ่าทันทีเลยหรือไม่?”