ตอนที่ 645
บทที่ 645 แขกลึกลับ
October 21, 2026
บทที่ 645 แขกลึกลับ
บทที่ 645 แขกลึกลับ
ภายในหมู่เมฆ ดวงดาราพากันโคจร ในขณะที่ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ลอยละล่อง ปลดปล่อยวงแสงไร้ขอบเขต แต่กลับไม่อาจสลายเมฆแล้วหมอกหนานั่นไปได้
ในขณะที่พวกเขาเดินอยู่ภายในนั้น หมอกหนาก็บดบังทัศนวิสัยไปจนหมด ในขณะที่อีกาทองคำจำนวนมากและยักษ์น้ำแข็งส่งเสียงคำรามลั่นฟ้าดิน
เปลวเพลิงลุกโชนแผ่ขยายออกไปไกล ก่อตัวเป็นพายุเพลิงส่งเสียงหวีดหวิว ความเย็นเสียดแทงกระดูกปกคลุมฟ้าดิน ขู่คำรามโหมกระหน่ำไปทั่วบริเวณ
เฉินซียังสามารถสัมผัสได้ ว่าไม่ว่าจะเป็นพายุเพลิงหรือคลื่นน้ำแข็ง แค่สัมผัสก็มากพอให้ผู้บ่มเพาะขอบเขตสถิตกายาศูนย์สลายได้แล้ว ทำให้มันกลายเป็นสิ่งอันตรายยิ่งนัก
หากไม่อาจหาทางปลอดภัยเข้าสู่เหวเงาทมิฬจากตรงนี้ได้ เช่นนั้นก็นับว่าไปไม่กลับ กระทั่งผู้บ่มเพาะขอบเขตเซียนปฐพียังถูกบดขยี้จนสูญสลายเมื่อเผชิญหน้ากับตะวันและจันทราสุดขั้วที่โคจรไปมาเช่นนี้
“อ๊าก!”
“ช่วยด้วย!”
“ข้าไม่ยอมแพ้หรอก…”
เสียงร้องโหยหวนเป็นระลอกดังก้องขึ้นจากมหาสมุทรเมฆอยู่บ่อยครั้ง เป็นเสียงร้องเสียดแทงแก้ว ทำให้ทุกคนหวาดกลัว เพราะนั่นเป็นเสียงสุดท้ายของเราคนที่หาทางปลอดภัยเข้าไปไม่พบ
อย่างไรก็มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถค้นพบทางปลอดภัย ในขณะที่ตัวตนอย่างหลงเจิ้นเป่ยผู้มีเนตรวิญญาณมังกรอสรพิษก็หาได้ยากยิ่ง ดังนั้นผลีผลามเข้าไปมีแต่จะต้องพบกับความตายเท่านั้น
แต่ถึงจะรู้ดีอยู่แล้ว ก็ยังมีหลายคนที่ไม่อาจยับยั้งความโลภภายในใจไว้ได้ หมายอยากเข้าเหวเงาทมิฬเพื่อเสี่ยงโชคใหญ่ ดังนั้นจึงยอมรับความเสี่ยง ก้าวเข้าทะเลเมฆไป หวังว่าจะโชคช่วยแล้วผ่านไปได้
น่าเสียดายที่ความจริงนั้นไร้โชคช่วย สุดท้ายคนเหล่านั้นก็เหมือนแมงเม่าบินเข้ากองไฟ หากไม่ตายอย่างน่าสมเพชก็หลงอยู่ในหมู่เมฆเหล่านั้น ไม่อาจหลบหนีออกมาได้
“พวกนั้นประเมินความสามารถตนเองสูงเกินไป ไม่ใช่ว่าประเมินกำลังกันมาก่อนแล้วหรือ? ที่นี่คือเหวเงาทมิฬนะ จะเป็นสถานที่ที่คนธรรมดาเข้ามาได้อย่างไร?” หลงเจิ้นเป่ยนำทางอยู่ด้านหน้า อดส่ายหน้าไม่ได้เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้อง
แม้จะมีสมบัติมากมายซุกซ่อนอยู่ในเหวเงาทมิฬ แต่ก็มีอันตรายมากหลาย นับตั้งแต่บรรพกาลจนตอนนี้ ก็มีผู้เยี่ยมยุทธ์มากมายเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่ เป็นความจริงอันโหดร้าย เยียบเย็น และไม่อาจปฏิเสธได้
“เจ้าพูดถูก หากเข้ามาโดยเตรียมการไม่มากพอคงมีแต่เอาชีวิตมาทิ้ง” อันเวยพยักหน้าเห็นด้วย ยิ่งมีสมบัติมาก ย่อมหมายความว่ามีความเสี่ยงสูงกว่า นับเป็นความจริงที่เลี่ยงไม่ได้ตั้งแต่อดีตกาลแล้ว
“ศิษย์พี่หญิงอัน ท่านมีแผนอะไรหลังจากเราเข้าเหวเงาทมิฬไปได้แล้ว?” เฉินซีพลันถาม
“ย่อมต้องมุ่งหน้าไปดินแดนเร้นลับเงาทมิฬเพื่อหาชิ้นส่วนมหาเต๋า ผู้บ่มเพาะส่วนมากในครั้งนี้เข้าเหวเงาทมิฬไปก็เพื่อสิ่งนี้กันทั้งนั้น” อันเวยทัดผมดำไว้หลังหู เอ่ยด้วยเสียงไพเราะ “ในหมู่ความลึกล้ำแห่งมหาเต๋าที่ข้าทำความเข้าใจได้ มีอยู่สองอย่างที่ใกล้จะเข้าระดับสมบูรณ์แบบ หากข้าสามารถหาชิ้นส่วนมหาเต๋าของสองอย่างนี้ได้ ก็จะสามารถทำให้พละกำลังสูงขึ้นกว่าเดิมหกเท่าภายในเวลาอันสั้น!”
‘หกเท่าเลยหรือ?’ หลงเจิ้นเป่ยสะดุ้งในใจ รู้สึกประหลาดใจยิ่ง
ตอนนี้เขาทำได้เพียงห้าเท่าเท่านั้น ทั้งยังเข้ามาในเหวเงาทมิฬครั้งนี้ก็เพื่อหาชิ้นส่วนมหาเต๋าเพื่อทำให้ความเข้าใจเต๋ารู้แจ้งสมบูรณ์ และช่วยเสริมพละกำลังขึ้นได้
“เช่นนั้นศิษย์พี่หญิงอันก็เชี่ยวชาญจนได้พลังต่อสู้สี่เท่าแล้ว น่าชื่นชมจริง” เฉินซีอึ้งไป ราวกับว่าเป็นครั้งแรกที่เขาได้ยอมรับสาวงามผู้มีท่าทีสูงส่งคนนี้
เขาย่อมประหลาดใจไม่ใช่น้อย เพราะเขาเข้าเป็นศิษย์ชั้นยอดพร้อมกับอันเวย แต่เป็นครั้งแรกที่ได้รู้ว่าอีกฝ่ายก้าวสู่พลังสี่เท่าแล้ว!
สตรีผู้นี้สมควรเป็นศิษย์ชั้นสูงอันดับหนึ่งเมื่อตอนนั้นแล้ว เดิมทีความสามารถก็น่าตกใจมากอยู่แล้วแต่พรสวรรค์ยังไม่ธรรมดาอีกต่างหาก และหาได้ยากที่จะถ่อมตนมีความสุขุมนุ่มลึกเช่นนี้ ทำให้ผู้อื่นมองข้ามความสามารถไปได้ง่าย มองแต่รูปกายภายนอกที่งดงามของนางเพียงเท่านั้น
“เช่นนั้น… หลังจากได้ชิ้นส่วนมหาเต๋ามาแล้วเล่า?” เฉินซีอดถามไม่ได้ ในเมื่อเหวเงาทมิฬจะปรากฏขึ้นมาทุกหมื่นปีเท่านั้น ทั้งยังเข้ามาได้ยากลำบากเหลือแสน เขาจึงรู้สึกเสียดายหากเข้ามาแล้วรวบรวมเพียงชิ้นส่วนมหาเต๋า
เพราะอย่างไรในเหวเงาทมิฬก็ไม่ได้มีเพียงอาณาจักรเร้นลับเงาทมิฬเท่านั้น ยังมีสถานที่น่าพิศวงอย่างดินแดนรังสรรค์กระบี่และด่านแห่งความลึกล้ำอยู่ด้วย ทั้งยังมีมูลค่าสูงเกินดินแดนเร้นลับเงาทมิฬไปมากทีเดียว
อีกทั้งนอกจากสถานที่ทั้งสามแล้ว ก็ไม่มีอะไรยืนยันได้เลยว่าสถานที่อื่น ๆ ในเหวเงาทมิฬไม่ได้มีไม่ได้ซุกซ่อนความลับและสมบัติที่มากกว่าเอาไว้ รอให้ใครสักคนไปค้นพบพวกมันอยู่
“ข้าอยากไปเสี่ยงโชคที่อื่นเช่นกัน น่าเสียดายว่าที่ข้ารู้มาว่าหอกระบี่สยบดวงใจและนิกายฟ้ากำเนิดคุมอำนาจเหนือดินแดนรังสรรค์กระบี่อำนาจไปเป็นของตนเสียแล้ว อีกทั้งพวกเขายังมีเบาะแสมากมาย ที่พวกนั้นเข้าเหวเงาทมิฬมาในครั้งนี้ก็เพื่อเดินทางมายังดินแดนรังสรรค์กระบี่” ริมฝีปากอวบอิ่มของอันเวยเจียรอยยิ้มขื่นอยู่เล็กน้อย “น่าเสียดายที่เราไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับดินแดนรังสรรค์กระบี่มากนัก ดังนั้นการยื่นมือเข้าแทรกโดยไม่ยั้งคิดมีแต่จะนำหายนะมาให้ คงไม่คุ้มกัน”
หอกระบี่สยบดวงใจและนิกายฟ้ากำเนิด?
ภาพผู้เยี่ยมยุทธ์ทั้งสอง เหวินต้าวหรานและนักพรตเต๋าสุริยันชาดปรากฏขึ้นในใจเฉินซี เขาอดถอนหายใจออกมาไม่ได้ หอกระบี่สยบดวงใจและนิกายฟ้ากำเนิดสมกับที่เป็นหนึ่งในสิบสำนักเซียนเสียจริง สามารถหาเบาะแสเกี่ยวกับดินแดนรังสรรค์กระบี่มาได้เช่นนี้