ตอนที่ 685
บทที่ 685 แดนเนรเทศ
October 21, 2026
บทที่ 685 แดนเนรเทศ
บทที่ 685 แดนเนรเทศ
ครืน! ครืน! ครืน!
คลื่นโคลนสีดำที่พลุ่งพล่านเป็นเหมือนกับมังกรเกรี้ยวกราดที่ม้วนตัวและส่งเสียงคำราม เสียงของพวกมันดังก้องดุจเสียงของฟ้าร้อง ก้อนหินกระเด็นขึ้นสู่ท้องฟ้า ในขณะที่คลื่นปั่นป่วนซัดเข้าหาฝั่ง และมันสุดแสนจะอันตราย
เหยี่ยวกระดูกที่มีรูปลักษณ์น่าเกลียดน่ากลัวบินผ่านริมฝั่งแม่น้ำ และถูกคลื่นยักษ์ซัดเข้าอย่างจัง ทำให้มันตกลงสู่แม่น้ำและหายไปในพริบตา
แม่น้ำสายใหญ่นี้สุดแสนจะอันตราย น้ำของมันขุ่นมัวและไหลเชี่ยวเป็นอย่างมาก ทำให้สิ่งมีชีวิตทั้งหลายไม่กล้าเข้าใกล้
ทว่าในเวลานี้กลับมีร่างสีดำลอยอยู่กลางแม่น้ำเหมือนจอกแหนที่ล่องลอยไปอย่างไร้จุดหมาย หากดูดี ๆ แล้วละก็ มันคือร่างของคน!
ร่างกายของคนผู้นี้เปียกโชก ผิวหนังปริแตก และถูกน้ำในแม่น้ำพัดพาจนซีดเซียว จนไม่อาจเห็นสีแดงระเรื่อของเลือดได้จากตัวคน อีกทั้งยังเห็นชิ้นส่วนกระดูกที่แตกหักโผล่ออกมาจากร่างกาย ซึ่งร่างกายของคนผู้นี้แทบไม่มีส่วนไหนที่ไม่บุบสลายเลยแม้แต่ส่วนเดียว และอาการบาดเจ็บก็ดูสาหัสมาก
เฉินซีไม่เคยนึกมาก่อนว่าหลังจากที่หม้อใบจิ๋วได้เปิดมิติและพาเขาหนีออกมา ปลายทางกลับเป็นแม่น้ำไหลเชี่ยวกรากที่รอเขาอยู่ ซึ่งก่อนจะทันได้ตอบสนอง เขาก็ถูกกระแสน้ำพัดพาไปไกล ราวกับท่อนไม้ผุ ๆ ที่ไหลไปเรื่อย ๆ อย่างควบคุมไม่ได้
ไม่เพียงแค่นั้น ตลอดทางเฉินซียังถูกโขดหินกระแทกนับครั้งไม่ถ้วน และร่างกายที่บาดเจ็บสาหัสอยู่แล้วของเขาก็แทบจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ แม้กระทั่งอวัยวะภายในก็ยังบาดเจ็บจากการกระแทกอย่างรุนแรงนี้
ในตอนนี้ ร่างกายของเฉินซีมีบาดแผลฉกรรจ์และรอยฟกช้ำมากมาย เส้นชีพจรภายในร่างกายของเขาเสียหาย ในขณะที่แดนฮุ่นตุ้นของชายหนุ่มก็แตกเป็นเสี่ยง ๆ ส่งผลให้ร่างกายของเขาเหมือนกับก้อนสำลีเปื่อยยุ่ย พลังชีวิตแห้งเหือด ทำให้ตัวคนไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะขยับปลายนิ้ว!
“ข้า…กำลังจะตายหรือ? ไม่…ข้าไม่ยอมตาย!”
เฉินซีฝืนลืมตาขึ้น แต่เขาพบว่าแม้แต่เปลือกตาของตนก็ยังหนักอึ้งและไม่สามารถเปิดได้ บางครั้งสติของเขาก็ชัดเจน บางครั้งก็พร่ามัว ชายหนุ่มดูเหมือนกับคนใกล้ตาย และสามารถสิ้นลมได้ทุกขณะ
โครม!
ในเวลาต่อมา ศีรษะของเฉินซีก็ชนเข้ากับก้อนหินโดยตรง ความเจ็บปวดนั้นรุนแรงราวกับเจาะเข้าไปในหัวใจของเขา จากนั้นการมองเห็นของชายหนุ่มก็มืดลง …หมดสติไป
…
“เสี่ยวเฉิน ระวังตัวด้วย แม่น้ำนรกนี่เชี่ยวกรากมาก อย่าได้เข้าใกล้มันมากนัก”
“ท่านลุงเหมิงเหวย อย่าได้กังวลเลย ข้าไม่เป็นอะไรหรอกเจ้าค่ะ”
“ฮ่า ๆ ยัยหนู ความปรารถนาที่จะแข็งแกร่งของเจ้านั้น เหนือกว่าคนอื่น ๆ ในเผ่ายิ่งนัก”
“ฮิ ฮิ ท่านลุงเหมิงเหวย ข้าจะเป็นอันดับหนึ่งในเผ่า ดังนั้นข้าย่อมไม่เกรงกลัวสิ่งใดอยู่แล้ว”
ที่นี่เป็นสถานที่รกร้างซึ่งอยู่ติดกับแม่น้ำสีดำที่กว้างใหญ่ มันถูกปกคลุมด้วยก้อนหินทุกขนาดทุกรูปร่าง มันรกร้างและแห้งแล้งเหลือเกิน แม้แต่สภาพอากาศก็ยังมืดและชื้น
ท้องฟ้าดูจะก่อตัวขึ้นจากชั้นเถ้าถ่านที่หนาทึบ ทำให้แสงแดดถูกขวางกั้น ส่งผลให้สภาพแวดล้อมถูกปกคลุมด้วยสีเทาดำ และไม่มีทางที่จะเห็นแสงแดดที่นี่ได้
จากระยะไกล ร่างใหญ่และเล็กเข้ามาใกล้แม่น้ำสายใหญ่นี้
ร่างหนึ่งเป็นชายวัยกลางคนร่างกำยำ คิ้วหนา ดวงตากลมโต และหน้าผากกว้าง เขาสวมชุดหนังสัตว์ธรรมดาที่เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่แข็งแรงดุจหิน ถือคันธนูสีดำสนิทที่มีคุณภาพต่ำซึ่งทำจากเขาของสัตว์ร้ายไว้
ที่ด้านข้างของชายวัยกลางคนคือ เด็กหญิงที่มีผมสีดำนุ่มสลวยที่ปล่อยลงมาบนไหล่ของนาง ดวงตากลมโตของเด็กหญิงทั้งชัดเจนและสดใส นางสวมชุดหนังสัตว์ที่คล้ายกัน ซึ่งเผยให้เห็นแขนและขาเรียวขาวคู่หนึ่ง
แม้ว่านางจะสวมชุดหนังสัตว์เนื้อหยาบ แต่มันก็ไม่อาจปกปิดความงามและความน่ารักของเด็กหญิงได้ ซึ่งรูปลักษณ์ที่อ่อนเยาว์ของนางก็เผยให้เห็นถึงความดุร้ายที่ดื้อรั้นอย่างชัดเจน
เด็กหญิงถือถังไม้ที่สูงกว่านางด้วยซ้ำ แต่ท่าทีกลับดูผ่อนคลาย ขณะเดินไปที่ริมแม่น้ำ ก่อนจะย่อตัวลงไปตักน้ำขึ้นมา
“เสี่ยวเฉิน ให้ข้าทำเถอะ” ชายวัยกลางคนร่างกำยำที่มีนามว่าเหมิงเหวยกวาดสายตามองแม่น้ำที่เชี่ยวกราก และความกังวลเล็กน้อยก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา
“ไม่จำเป็น ท่านปู่นักบวชบอกข้าว่า ข้าควรจัดการเรื่องของข้าเอง” เสี่ยวเฉินส่ายศีรษะด้วยท่าทางแน่วแน่
เหมิงเหวยลอบถอนหายใจ เสี่ยวเฉินเป็นเด็กที่นักบวชเลี้ยงดูมาด้วยตัวเอง นางเป็นคนมีเหตุผลและเฉลียวฉลาดตั้งแต่เด็ก ในขณะที่ท่านนักบวชกำลังป่วยและใกล้จะเสียชีวิต
เสี่ยวเฉินคนนี้เคยได้ยินจากใครบางคนว่า ถ้าใช้น้ำในแม่น้ำนรกเพื่อต้มยา มันจะสามารถยืดอายุขัยของคนคนนั้นและฟื้นฟูพลังชีวิตได้ ดังนั้นตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา นางจะมาที่แม่น้ำนรกเพื่อนำน้ำมาต้มยาให้แก่นักบวชทุกวัน
น่าเสียดายที่สาวน้อยคนนี้ไม่เคยรู้ว่า แท้จริงแล้วนักบวชไม่ได้ป่วย แต่ถูกใครบางคนทำร้ายอย่างรุนแรง ทำให้นักบวชได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงตาย และเขาจะมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียงไม่กี่วัน
“ท่านลุงเหมิงเหวย เร็วเข้า! ที่นั่น! ดูเหมือนจะเป็นคน!” ในขณะนั้นเอง จู่ ๆ เสี่ยวเฉินก็ร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ จากนั้นนางก็ปลุกเหมิงเหวยที่กำลังครุ่นคิดอยู่ให้ได้สติกลับมา
ดวงตาของเขาจดจ่อและกวาดสายตาไปยังใจกลางแม่น้ำอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าเขาเห็นร่างหนึ่งลอยอยู่ในแม่น้ำเหมือนท่อนไม้ผุ ๆ
…
เมื่อพวกเขากลับมาที่เผ่าอีกครั้ง ก็ได้มีร่างหนึ่งอยู่บนหลังของเหมิงเหวยติดตามมาด้วย