ตอนที่ 858
บทที่ 858 ลอบโจมตีซ้ำ
October 21, 2026
บทที่ 858 ลอบโจมตีซ้ำ
บทที่ 858 ลอบโจมตีซ้ำ
ข้อจำกัดบนเจดีย์ต้าเหยี่ยนชั้นเก้าคือข้อจำกัดเซียนที่มีพลังอำนาจมหาศาลพอจะยับยั้งเซียนลึกลับได้
ตอนนี้เฉินซียืนอยู่ที่บันไดขั้นแรกเหมือนรูปปั้น แต่กลับทำให้กู่หลิวสุ่ยและคนอื่น ๆ รู้สึกไร้พลัง คล้ายไม่อาจทำอะไรชายหนุ่มได้ เป็นเพราะข้อจำกัดเซียนที่อยู่บนบันไดหินเหล่านั้นนั่นเอง!
ถึงจะเป็นเซียนจากภพเซียน พวกเขาก็ยังไม่อาจก้าวพ้นความลึกล้ำแห่งข้อจำกัดเหล่านี้ไปได้ ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงผู้อื่นเลย
เหวินเหรินเยี่ยคล้ายคิดอะไรบางอย่างออก นัยน์ตาพลันส่องประกายแสงเยือกเย็น “สหายเต๋ากู่ เราไม่ลองทดสอบอำนาจตราประทับเทพปฐพีหน่อยเป็นไร ถึงจะแน่ใจว่าจะต้องใช้สมบัติศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่จึงจะสามารถทะลวงผ่านได้ แต่แม้มีเพียงชิ้นเดียว มันก็ควรจะมีประโยชน์บ้าง?”
นางพูดได้ไม่ผิด บรรพบุรุษของทั้งสี่ตระกูลใหญ่เคยร่วมมือกันหลายครั้งในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา และสามารถเอาชนะข้อจำกัดชั้นเก้าเพื่อขึ้นสู่ชั้นสูงสุดได้ด้วยการรวบรวมสมบัติศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ชิ้น
แต่หากใช้ชิ้นเดียว โอกาสที่จะขึ้นสู่ยอดได้ก็ลดลงมาก อีกทั้งมันยังเต็มไปด้วยอันตราย ฉะนั้นถึงจะขึ้นไปได้หลายขั้น แต่ก็ยังไม่แน่ว่าจะสามารถขึ้นสู่ยอดได้หรือไม่
อีกทั้งหากทำเช่นนั้น พวกเขาก็อาจถูกกักขังอยู่ในข้อจำกัดเซียนบนบันไดหินเหล่านั้นไปจนตาย!
ดังนั้นหลัวจื่อเซวียนจึงอยากชิงไม้บรรทัดหยั่งรู้สวรรค์ของเหลียงปิงมา เนื่องจากเขามีกระบี่สะบั้นเต๋าและตราประทับเทพปฐพีแล้ว ถ้ามีเพิ่มอีกสักหนึ่งชิ้น ก็จะยิ่งปลอดภัยมากขึ้น
เมื่อได้ยินเหวินเหรินเยี่ยเอ่ยเตือนเช่นนี้ ทุกคนจึงเข้าใจพลางหันไปมองทางกู่หลิวสุ่ย
กู่หลิวสุ่ยสูดหายใจเข้าลึกแล้วพยักหน้า “เอาล่ะ ในเมื่อข้าไม่จำเป็นต้องเผชิญกับข้อจำกัดบนบันไดหินแห่งนี้ และสหายน้อยผู้นั้นก็ยืนอยู่บนขั้นแรกแล้ว อำนาจตราประทับเทพปฐพีคงจะทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสทีเดียว!”
จริง ๆ แล้วเขาก็คิดเช่นนี้เหมือนกัน แต่มีเพียงตัวกู่หลิวสุ่ยเองที่รู้ว่าตราประทับเทพปฐพีชั้นยอดไม่อาจหยิบออกมาใช้ได้ง่าย ๆ ขนาดตัวเขายังนำออกมาใช้เพียงแค่สามครั้งเท่านั้น
หลังจากใช้ไปสามครั้ง ก็ต้องใช้เวลาฟื้นฟูปราณเซียนในร่างกายไปสักระยะ
ทว่ากู่หลิวสุ่ยย่อมไม่อยากทำให้ตนเองต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนั้น เพราะเขาจะไม่สามารถปกป้องตนเองได้หากมีใครคิดฉวยโอกาสสังหารแล้วแย่งตราประทับเทพปฐพีไป!
เพราะอย่างไรแล้ว ไม่ว่าจะเป็นผู้สืบทอดจากภพเซียนหรืออินผิง คนรอบกายเหล่านี้ล้วนไม่ธรรมดา อาจแทงข้างหลังกันได้ทุกเมื่อ!
เขาจึงลังเลมาจนถึงตอนนี้
แต่ในเมื่อถูกเรียกออกมาเช่นนี้ ปราณเซียนของเขาก็ฟื้นฟูได้บางส่วนแล้ว ชายหนุ่มก็รู้สึกว่าไม่เป็นอันตรายอีกต่อไป ดังนั้นจึงตอบตกลง
ครืน!
ชั่วพริบตาต่อมา ตราประทับเทพปฐพีสี่เหลี่ยมที่ส่องประกายแสงทองก็พุ่งขึ้นฟ้า ส่งประกายแสงศักดิ์สิทธิ์จ้าออกมา จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นลำแสงสีทองเข้าซัดร่างของเฉินซีอย่างรุนแรง
ตู้ม!
ข้อจำกัดบนบันไดหินสะเทือนอย่างหนักและไม่ได้สะท้อนพลังโจมตีกลับมา กลับรั้งอยู่แค่ชั่วครู่ ก่อนจะถูกบดขยี้จนแหลก ส่งผลให้ตราประทับเทพปฐพีรุดหน้าเข้าไป
เมื่อเห็นดังนี้ ทุกคนต่างตาเป็นประกาย เผยความตื่นเต้นออกมา เป็นไปได้จริง ๆ ด้วย!
แต่ยังไม่ทันได้ดีใจก็ได้ยินเสียงตู้มครั้งใหญ่ดังสะท้อนออกมา พริบตาที่ตราประทับเทพปฐพีซึ่งนำพากลิ่นอายน่าเกรงขามเกินใครสัมผัสกับร่างเฉินซี ก็เสมือนกระทบเข้ากับแผ่นเหล็กกล้าจนเสียงดังกึกก้อง
เหมือนกับว่าร่างกายของชายหนุ่มนั้นแข็งแกร่งกว่าตราประทับเทพปฐพี…
สิ่งที่ทำให้กู่หลิวสุ่ยและคนอื่น ๆ ตกใจที่สุดคือตราประทับเทพปฐพีกลับสั่นสะท้านแล้วถูกดีดกระเด็นออกมา เซไปด้านซ้ายทีขวาทีเหมือนคนเมา
อึ่ก!
เลือดคำใหญ่พุ่งออกจากปากของกู่หลิวสุ่ย เพราะถูกพลังย้อนกลับ ทำให้ใบหน้าเต็มไปด้วยเลือดสีทอง
แต่เขาไม่สนใจ รีบเอื้อมมือออกไปคว้าตราประทับเทพปฐพีกลับ ด้วยเกรงว่าคนอื่นจะฉวยโอกาสชิงมันไป ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นต้องแย่แน่
ฟิ้ว!
แต่ก็ต้องประหลาดใจ ด้วยยังไม่ทันสัมผัส มันกลับแวบหายไปเหมือนพยายามหลบเขาอย่างไรอย่างนั้น
ภาพตรงหน้าทำให้กู่หลิวสุ่ยกลัวจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง เหมือนสาวงามเพิ่งเสียความบริสุทธิ์ สีหน้าผันเปลี่ยนไปมากมาย รีบเร่งติดตามมันไป โดยเขาในยามนี้ไม่คิดสนใจจะรักษาท่าทีสง่างามแล้ว
โชคร้ายที่ตราประทับเทพปฐพีราวกับมีมือที่มองไม่เห็นควบคุมอยู่ ไม่ว่าจะเรียกจะไล่ตามมันอย่างไรก็ไร้ผล ไม่อาจสัมผัสมันได้เลย!
จึงออกมาเป็นภาพที่น่าขันยิ่ง กู่หลิวสุ่ยไล่ตามไม่หยุด ส่วนตราประทับเทพปฐพีก็หลบไม่หยุด ก่อนจะเคลื่อนที่ไปหน้าบันไดหิน ทำเหมือนกำลังเล่นซ่อนแอบ ทำให้หนานซิ่วชง เหวินเหรินเยี่ย และคนอื่น ๆ เบิกตากว้างมองด้วยความตกตะลึง
เกิด…เรื่องอันใดกันเนี่ย?
กู่หลิวสุ่ยผู้นี้ไม่ไร้ประโยชน์เกินไปหน่อยหรือ? สมบัติของบรรพบุรุษตนเองยังไม่สามารถควบคุมได้เลยหรือ?
“เวรเอ๊ย! เจ้าบ้า! ไอ้เวรที่ไหนมันกล้าทำเช่นนี้!?” กู่หลิวสุ่ยพลันหยุดเคลื่อนไหวแล้วหอบหายใจถี่ ใบหน้าเครียดขึงไม่น่าดูอย่างยิ่ง เขากัดฟันแน่นแล้วกวาดสายตาเย็นชามองทุกคน ดวงตาเต็มไปด้วยไฟโกรธ
สิ่งที่เขากลัวที่สุดได้เกิดขึ้นแล้ว! ต้องมีใครคิดไม่ดีหมายฉวยโอกาสนี้ชิงตราประทับเทพปฐพีของเขาไปแน่!