ตอนที่ 1257
บทที่ 1259 ช่วงเวลาวิกฤต
October 22, 2026
บทที่ 1259 ช่วงเวลาวิกฤต
แผ่นดินของต้าเหลียงจะต้องใช้แซ่หลี่เท่านั้น ผู้ใดก็ตามที่คิดจะช่วงชิงไป จะต้องเผชิญกับการถูกปราบปรามอย่างรุนแรง!
บัดนี้ ภัยคุกคามจากภายนอกของต้าเหลียงได้ถูกปราบปรามเรียบร้อยแล้ว ส่วนปัญหาภายในเหลือเพียงตระกูลใหญ่ทางชายแดนใต้ที่ยังคงต่อต้านอย่างดื้อรั้น แต่การจัดการพวกเขาก็เป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น
หากตระกูลฉินทั้งหมดกลับมายังเมืองหลวง อยู่ภายใต้การจับตามองของฮ่องเต้ต้าเหลียงและปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างซื่อสัตย์ ฮ่องเต้ต้าเหลียงย่อมทรงปล่อยให้ตระกูลฉินจบลงด้วยดีอย่างแน่นอน เพราะตระกูลฉินมีความดีความชอบมากมาย การเกษียณอย่างสมเกียรติก็เป็นสิ่งที่พวกเขาสมควรได้รับ
แต่บัดนี้ ทุกสิ่งที่ตระกูลฉินทำลงไป ล้วนได้แตะต้องจุดอ่อนของฮ่องเต้ต้าเหลียงอย่างไม่ต้องสงสัย
ฉินเฟิงกลับไปยังชายแดนเหนือโดยตรง ส่วนฉินเทียนหู่ยังพาครอบครัวย้ายออกไปพร้อมกัน
พวกเขากำลังจะทำอะไร? หลบหนีจากการควบคุมของฮ่องเต้ต้าเหลียง แล้วไปตั้งตัวใหม่หรือ?
ฮ่องเต้ต้าเหลียงแค่นเสียงเบา ๆ “คิดจะไปงั้นรึ? ไม่ง่ายถึงเพียงนั้นหรอก!”
เพียงประโยคเดียวนี้ จางจงไห่ก็เข้าใจความหมายลึกซึ้งของฮ่องเต้ต้าเหลียงแล้ว จึงถอยออกไปทันที
เมื่อออกจากห้องทรงพระอักษร จางจงไห่รีบเรียกหน่วยองครักษ์ชุดดำมาทันที และสั่งการด้วยเสียงเข้ม “รีบส่งกองทหารม้าออกไปทันที ไปขัดขวางคณะของฉินเทียนหู่ พาตัวพวกเขากลับมา! ฉินเทียนหู่อยากไปก็ไปได้ แต่คนอื่น ๆ หากไม่มีราชโองการจากฝ่าบาท ห้ามออกจากเมืองหลวงไปแม้แต่ก้าวเดียว!”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หน่วยองครักษ์ชุดดำนายหนึ่งอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อย และถามอย่างระมัดระวัง “หากคนตระกูลฉินไม่ให้ความร่วมมือ และยืนกรานที่จะจากไป ควรทำอย่างไรขอรับ?”
จางจงไห่มีประกายสังหารวาบผ่านในดวงตา แล้วกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ฆ่าได้ทันที ไม่ต้องไว้ชีวิต!”
องครักษ์ชุดดำผู้นั้นตะลึงงันไปชั่วครู่ แต่เพียงพริบตาเดียวก็เข้าใจว่า นี่ต้องเป็นพระประสงค์ของฝ่าบาทแน่นอน จึงไม่พูดอะไรอีก รีบรับคำสั่งและจากไปทันที
ในขณะที่จางจงไห่กำลังออกคำสั่ง จางซิวเย่ก็ยืนอยู่ไม่ไกลนัก ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยตาตนเอง
เมื่อตระหนักว่าตระกูลฉินและฮ่องเต้ต้าเหลียงกำลังจะแตกหักกันในที่สุด สายตาของจางซิวเย่ก็เต็มไปด้วยความรู้สึกสับสน จิตใจของเขาก็หนักอึ้งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เขาไม่ได้ส่งเสียงอะไร เพียงแค่ยืนกุมมือไว้ด้านหลังและเดินจากไปอย่างเงียบ ๆ แต่ในใจกลับถอนหายใจคร่ำครวญไม่หยุด
“เห็นอยู่ว่าต้าเหลียงเพิ่งจะแก้ไขปัญหาทั้งภายในและภายนอกได้แล้ว ราษฎรกำลังจะได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบสุข แต่ฝ่าบาทกลับทรงเร่งรีบเช่นนี้ หรือว่าราษฎรในต้าเหลียงจะไม่มีวาสนาได้อยู่อย่างสงบสุขกันแน่?”
“ฉินเฟิงไม่ใช่คนที่จงรักภักดีอย่างโง่เขลาเลยนะ…”
“เขาจงรักภักดีต่อราษฎรทั่วหล้ามาโดยตลอด ไม่ใช่ต่อฝ่าบาท หากใช้กำลังบังคับเขา ในอนาคตคงหนีไม่พ้นที่จะเกิดการนองเลือดขึ้นอีกครั้ง เฮ้อ!”
จางซิวเย่ถอนหายใจยาว แม้เขาจะเป็นข้าราชบริพารใกล้ชิดฮ่องเต้ต้าเหลียง แต่ก็เป็นเพียงคนต่ำต้อยที่ไร้อำนาจ ถึงแม้ไม่อยากเห็นความวุ่นวายเกิดขึ้นอีกครั้ง แต่เขาจะทำอย่างไรได้เล่า?
หน่วยองครักษ์ชุดดำส่งกองทหารม้าไปขัดขวางคนตระกูลฉิน ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วยาม ข่าวก็ส่งไปถึงหูของฉินเทียนหู่แล้ว
เพราะท้ายที่สุด ทั้งพลพรรคเถาหลินในราชสำนักและองครักษ์เสื้อแพรที่กระจายอยู่ทั่วเมืองหลวง ล้วนเป็นหูเป็นตาของคนตระกูลฉิน ไม่ว่าจะมีความเคลื่อนไหวใด ๆ เกิดขึ้นในเมือง ก็ไม่อาจหลบพ้นสายตาของฉินเทียนหู่ได้
เมื่อรู้ว่าฮ่องเต้ต้าเหลียงได้ทรงลงมือแล้ว ใจของฉินเทียนหู่ก็อดรู้สึกหนักอึ้งไม่ได้
“ในที่สุด สิ่งที่ต้องมาถึง ก็มาถึงเสียที”
ในเวลานี้ ทางเลือกที่ดีที่สุดคือเร่งออกเดินทาง เพราะด้วยความได้เปรียบจากเครือข่ายสายลับ ฉินเทียนหู่สามารถหลบหนีออกจากขอบเขตการควบคุมของฮ่องเต้ต้าเหลียงได้อย่างง่ายดาย
แต่หลี่เซียวหลานและจิ่งเชียนอิ่งกำลังตั้งครรภ์ ไม่สามารถเดินทางด้วยความเร่งรีบได้ หากเกิดข้อผิดพลาดขึ้น ใครเล่าจะรับผิดชอบได้
คิดไปคิดมา ฉินเทียนหู่ได้แต่ทำตามแผนเดิม เดินทางไปยังชายแดนเหนืออย่างไม่เร่งรีบ ในขณะเดียวกันก็ส่งองครักษ์เสื้อแพรออกไป ติดต่อกองกำลังเสริมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้