ตอนที่ 1264
บทที่ 1266 ครอบครัวใหญ่
October 22, 2026
บทที่ 1266 ครอบครัวใหญ่
จิ่งเชียนอิ่งยังคงเชิดหน้าขึ้น กล่าวอย่างไม่พอใจว่า “อย่าคิดว่าแค่นี้จะจบเรื่อง รอกลับไปอำเภอเป่ยซี ดูสิว่าข้าจะจัดการเจ้าอย่างไร”
ฉินเฟิงย่อมต้องพยักหน้าก้มตัวต่ำ ขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ว่าไปแล้ว ก็เป็นความผิดของเขาเอง ที่ทั้งวันเอาแต่รบเพื่อแผ่นดินของฮ่องเต้เหลียง สุดท้ายกลับกลายเป็นคนที่ไม่เป็นที่ยอมรับทั้งในและนอก การเป็นขุนนางนั้นยาก การเป็นขุนนางที่จงรักภักดีนั้นยิ่งยากกว่า
แต่ดีที่วันเวลาเช่นนี้กำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว วันนี้ต่อให้เทพเจ้ามาเอง ก็ไม่มีทางแยกฉินเฟิงออกจากครอบครัวได้
หลังจากปลอบหลี่เซียวหลานและจิ่งเชียนอิ่งแล้ว ฉินเฟิงก็ไม่ลังเลอีกต่อไป ยื่นมือออกไป โอบเสี่ยวเซียงเซียงและชูเฟิงเข้ามาในอ้อมกอด
สาวน้อยทั้งสองร้องอุทานด้วยความตกใจ ใบหน้าเล็ก ๆ ก็แดงก่ำราวกับมีเลือดหยด
หากเป็นในอดีต พวกนางคงจะวางตัวได้สบาย ๆ แต่ตอนนี้ฉินเฟิงแต่งงานแล้ว ความกังวลของพวกนางทั้งสองย่อมมีมากขึ้นเป็นธรรรมดา
“คุณชาย ได้โปรดท่านอย่าทำแบบนี้…มีคนมองอยู่มากมายอยู่เจ้าค่ะ” เสี่ยวเซียงเซียงประหม่าจนทำอะไรไม่ถูก ก้มหน้า ขอร้องอ้อนวอนอย่างอ้ำอึ้ง
ชูเฟิงผู้มีหน้าบางยิ่งกว่า กัดริมฝีปาก พูดเสียงเบาว่า “คุณชายช่างร้ายกาจ แต่งงานแล้วยังล้อเล่นกับบ่าวเช่นนี้”
ฉินเฟิงไม่สนใจมากนัก โอบกอดหญิงสาวทั้งสองไว้ในอ้อมอก หากออกแรงอีกนิด บางทีทั้งสองอาจจะขาดอากาศหายใจตรงนั้น
“ข้าคิดถึงพวกเจ้าเหลือเกิน! ให้ข้าได้รักใคร่พวกเจ้าให้เต็มที่เถอะ ฮ่า ๆ ๆ”
“ช่วงเวลาที่ผ่านมา พวกเจ้าลำบากแล้ว อย่าโทษข้าที่ใจร้าย ทิ้งพวกเจ้าไว้ในเมืองหลวง ด้วยเหตุที่ข้างกายเซียวหลานและเชียนอิ่งต้องการคนดูแล ให้คนอื่นดูแลพวกนาง ข้าไม่วางใจ”
“เมื่อไปถึงอำเภอเป่ยซี และทุกอย่างลงตัวแล้ว ข้าจะแต่งงานกับพวกเจ้า ฮ่ะ ๆ”
อย่างไรก็ตาม ฉินเฟิงได้ตัดสินใจเด็ดเดี่ยวแล้ว ไม่สนใจว่าใครจะคิดอย่างไร ตอนนี้เขาต้องการกลับไปอำเภอเป่ยซีเพื่อใช้ชีวิตอย่างสงบสุข หากผู้ใดกล้าขัดขวาง ต่อให้เป็นเทพเจ้า ฉินเฟิงก็จะดึงเขาลงมาจากตำแหน่ง
เสี่ยวเซียงเซียงและชูเฟิงยิ่งรู้สึกอายมาก จนอยากจะหาช่องว่างในพื้นดินเพื่อหลบซ่อนตัว
หลี่เซียวหลานและจิ่งเชียนอิ่งเห็นเช่นนั้น กลับไม่รู้สึกอะไร อย่างไรเสีย เพราะสาวน้อยทั้งสองอยู่เคียงข้างฉินเฟิงมาโดยตลอด จงรักภักดีต่อตระกูลฉิน และดูแลหลี่เซียวหลานกับจิ่งเชียนอิ่งอย่างดีเยี่ยมทุกอย่าง
แม้จะไม่มีความดีความชอบ แต่ก็มีความเหนื่อยยาก หากฉินเฟิงจะให้สถานะที่ถูกต้องแก่พวกนางในอนาคต ก็ถือว่าสมเหตุสมผล
ในขณะนั้นเอง ฉินเทียนหู่ก้าวเข้ามา ยื่นมือตบบนไหล่ของฉินเฟิงอย่างแรง
“บุตรชายของข้าช่างเป็นลูกผู้ชายมากขึ้นทุกที!”
ฉินเฟิงรีบปล่อยมือจากหญิงสาวทั้งสอง แทบไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย คุกเข่าลงเสียงดัง แล้วคำนับฉินเทียนหู่สามครั้ง
“คารวะท่านพ่อ”
ฉินเทียนหู่เห็นดังนั้นก็ยื่นมือดึงฉินเฟิงขึ้นมาทันที ดูเหมือนไม่ใส่ใจ แต่แท้จริงแล้วใจเต็มไปด้วยความยินดี
สำหรับบุตรชายคนนี้ สิ่งที่ฉินเทียนหู่ภูมิใจที่สุดคือ ไม่ว่าฉินเฟิงจะประสบความสำเร็จมากเพียงใด ตั้งแต่ต้นจนจบ ก็ไม่เคยลืมเจตนารมณ์เดิม
ฉินเทียนหู่ไม่เพียงแต่ปลื้มใจ แต่ยังภูมิใจอย่างยิ่ง การเลี้ยงดูบุตรชายเช่นนี้ได้ ถือว่าเพียงพอที่จะปลอบประโลมบรรพบุรุษได้แล้ว
“เจ้าหนุ่ม เจ้าต้องเตรียมตัวให้ดี ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป พ่อจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับกิจการใด ๆ อีก หลังจากกลับไปอำเภอเป่ยซีและอยู่ร่วมกับแม่ของเจ้าแล้ว ก็จะใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบสุข”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ฉินเฟิงกลับรู้สึกเศร้าใจ ไม่ว่าจะเป็นฉินเทียนหู่หรือฉินเฉิงซื่อ ต่างก็เสียสละให้กับครอบครัวนี้มากเหลือเกิน
และวิธีที่ดีที่สุดในการตอบแทนบิดามารดาก็คือ การทำให้พวกท่านได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันโดยเร็วที่สุด
ฉินเฟิงขยี้จมูก แล้วพยักหน้าอย่างหนักแน่นทันที “วางใจเถอะ วันนี้ต่อให้ฟ้าถล่ม ก็ไม่มีใครสามารถขัดขวางพวกเราตระกูลฉินได้แม้แต่ก้าวเดียว”