ตอนที่ 93
บทที่ 93 ข้าชนะแล้ว
October 22, 2026
บทที่ 93 ข้าชนะแล้ว
ฉินเสี่ยวฝูที่กึ่งหลับกึ่งตื่น เมื่อได้ยินคำพูดของฉินเฟิงพลันมีสติขึ้นมา พลางเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจนัก “นายน้อย มีคำพูดหนึ่ง ข้าน้อยไม่รู้ว่าสมควรพูดหรือไม่”
ฉินเฟิงยังคงสั่นขาของเขาต่อไป “มีอะไรจะพูดก็พูด อยากตดก็ปล่อย”
ฉินเสี่ยวฝูเกาหัว “นายน้อย ข้าน้อยอยากบอกว่า พระราชวังเป็นสถานที่สำคัญ ไม่ใช่ว่าใครจะไปก็ได้ หากฝ่าบาทไม่เรียกเข้าเฝ้า ไม่ต้องพูดถึงขุนนางคนสำคัญในราชสำนัก แม้แต่เชื้อพระวงศ์ก็ห้ามให้เข้าไปหากไม่มีการอนุญาต นายน้อยพูดประหนึ่ง… ทำนายอนาคตได้…”
ฉินเฟิงคว้าถั่วลิสงจำนวนหนึ่งติดมือมา นอนเอนกายบนเก้าอี้อย่างสบาย ๆ ไม่ตอบอะไร แต่ถามกลับไปว่า “ไม่เชื่อหรือ? ไม่สู้เรามาเดิมพันกันเป็นอย่างไร”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ฉินเสี่ยวฝูก็ส่ายหัวไปมาด้วยสีหน้าตกตะลึง “ข้าน้อยไม่มีเงินหรอกนะขอรับ”
ในฐานะผู้ดูแลใกล้ชิดฉินเฟิง ฉินเสี่ยวฝูเข้าใจนิสัยใจคอของนายน้อยเป็นอย่างดี ตราบใดที่เขาต้องการเดิมพัน เรื่องนี้ก็น่าจะมีโอกาสเป็นไปได้มาก กล่าวอีกนัยหนึ่งคือฉินเฟิงไม่เคยสู้ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน
อีกอย่าง…
ฉินเฟิงเป็นนักพนันตัวยง สามารถเดิมพันเงินนับหมื่นตำลึงเงิน หรือหลายแสนตำลึงเงินได้อย่างง่ายดาย แม้แต่ขุนนางระดับสูงในเมืองหลวงก็ยังถูกฉินเฟิงโกง ฉินเสี่ยวฝูเป็นคนรับใช้ตัวเล็ก ๆ เขาจะมีความกล้าเอาเงินทุนไปเดิมพันกับนายน้อยฉินได้อย่างไร
เมื่อเห็นท่าทางขี้ขลาดของฉินเสี่ยวฝู ฉินเฟิงก็อดไม่ได้ที่จะพูดออกมาว่า “เจ้าไม่มีเงินเหรอ ไม่เอาน่า ตั้งแต่เจ้าอยู่กับข้ามา เจ้าก็หาเงินได้มากมาย ถ้าข้าเดาไม่ผิด ในกระเป๋าของเจ้าคงจะมีเงินอยู่สามพันตำลึงเงินกระมัง”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา ฉินเสี่ยวฝูเกือบตกใจจนสิ้นลมทันที
เขาคุกเข่าลงบนพื้นเสียงดังตึ้ง ชายหนุ่มก้มศีรษะติดพื้นด้วยความกลัวพลางคร่ำครวญไม่หยุด “นายน้อย ข้าน้อยสมควรตาย ต่อไปข้าน้อยไม่กล้าอีกแล้ว”
ฉินเสี่ยวฝูไม่มีความกล้าแม้แต่จะเอ่ยอธิบาย เหตุผลนั้นง่ายมาก ตอนนี้เขามีเงินติดตัวทั้งหมดสามพันห้าสิบตำลึงเงินน่ะสิ!
ฉินเฟิงสามารถประมาณการได้อย่างแม่นยำโดยไม่ได้ใช้การ ‘คาดเดา’ แต่เป็นเพราะเขาจับตามองฉินเสี่ยวฝูอยู่ตลอด ผลประโยชน์ที่ฉินเสี่ยวฝูหาเข้าตัวในช่วงนี้ ฉินเฟิงรู้ดีที่สุด
ฉินเฟิงโยนถั่วลิสงขึ้นไปกลางอากาศ และปล่อยให้มันตกลงมาในปากอย่างแม่นยำ พลางพูดเบา ๆ “ข้าไม่ตำหนิเจ้า เจ้ากังวลอะไร? เอาผลประโยชน์เข้าตัวไม่ใช่ว่าไม่ได้ แต่ต้องรู้อยู่ในใจว่า อะไรแตะได้ อะไรไม่ควรแตะ หากเจ้าเหยียบเส้นสีแดงของข้า ข้าจะไม่มีวันให้โอกาสเจ้า และจะเหยียบย่ำเจ้าจนตาย เข้าใจไหม!”
ฉินเสี่ยวฝูไม่กล้าลังเล พยักหน้าเหมือนคนโง่ “นายน้อยมีเมตตา ข้าน้อยนับถือนัก ความชื่นชมของข้าน้อยที่มีต่อท่านเหมือนกับแม่น้ำที่ไม่มีที่สิ้นสุด! นายน้อยไม่ต้องกังวล ผลประโยชน์ทั้งหมดของตระกูลฉินและของนายน้อย แม้ว่าข้าน้อยจะมีร้อยความกล้าก็ไม่อาจเข้าไปยุ่ง”
อยากให้ม้าวิ่ง ก็ต้องปล่อยให้มันกินหญ้า
ฉินเสี่ยวฝูเป็นคนรับใช้จึงไม่สะดวกที่จะให้เงินเดือนมากเกินไปนัก มิฉะนั้นคนรับใช้คนอื่น ๆ ในจวนฉินจะอิจฉาหรือไม่พอใจได้ ท้ายที่สุดก็จะส่งผลกระทบต่อความสามัคคีภายในของตระกูลฉิน
แต่ฉินเสี่ยวฝูเป็นคนสนิทของฉินเฟิง จะต้องได้ผลประโยชน์เพียงพอ ผลกำไรและความภักดีเชื่อมโยงกัน ดังนั้นฉินเฟิงจึงเมินเฉยต่อปัญหาเล็กน้อยของฉินเสี่ยวฝูเรื่องที่อีกฝ่ายรับเงินใต้โต๊ะมาโดยตลอด
“ลุกขึ้นเถิด ไม่ต้องเล่นใหญ่ พนันห้าสิบตำลึงเงินเป็นอย่างไรเล่า?” ฉินเฟิงถามด้วยรอยยิ้ม
ก่อนที่ฉินเสี่ยวฝูจะตอบ ก็มีเสียงแผ่วเบาดังเข้ามา “ในเมื่อเจ้ามีความมั่นใจมากขนาดนี้ ข้าก็อยากจะลองดู”
ฉินเฟิงตัวสั่น หันซ้ายทีขวาที มองหาที่มาของเสียง ก็เห็นเพียงจิ่งเชียนอิ่งซึ่งปรากฏตัวที่เรือนเล็ก ๆ ของเขาตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้