ตอนที่ 2733
ตอนที่ 3039 ได้คืบจะเอาศอก
October 21, 2026
ตอนที่ 3039 ได้คืบจะเอาศอก
ซูไป๋ก็ถูกจับเป็นตัวประกันด้วย! ข่าวนี้ทำเอาในใจหลินสวินสะท้าน แต่ไม่นานเขาก็สงบลง เขาฟังออกแล้วว่าไม่ว่าจะเป็นหลินฝานหรือซูไป๋ก็ยังไม่ประสบเคราะห์ทั้งนั้น แค่นี้ก็พอแล้ว “พวกเจ้าเป็นใคร” หลินสวินไม่ถามฝ่ายตรงข้ามว่าจะปรึกษาเรื่องอะไร แต่ถามที่มาของพวกเขาแทน “เกาหยางหลี” ชายหนุ่มชุดดำแจ้งนามตนเองพร้อมรอยยิ้ม “ปีนั้นเคยเคลื่อนไหวรูปจำลองเจตจำนงแล้วเจอสหายยุทธ์หลินที่นอกเมืองเทพศุภโชคครั้งหนึ่ง เพียงแต่ข้าคิดไม่ถึงว่าเวลาไม่ถึงร้อยปี สหายยุทธ์หลินจะมีความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้บนมรรคานิรันดร์ ทำเอารู้สึกตะลึงจริงๆ” เขาเว้นช่วงไปแล้วชี้ไปที่ชายชุดขาวหิมะกับหญิงที่เย็นชาราวน้ำแข็งพลางกล่าวว่า “เขาคือจี้กุยเจิน นางคือเจียงเจวี๋ย มาจากยุคทวยเทพเหมือนข้าเช่นกัน” “ที่แท้เป็นเช่นนี้” หลินสวินขมวดคิ้วน้อยๆ เขาย่อมรู้จักยุคทวยเทพ ในอารยธรรมยุคสมัยนับร้อยในแหล่งสถานศุภโชค ยุคทวยเทพเป็นราชันอันดับหนึ่งสมชื่อ! และในยุคทวยเทพถูกยึดครองโดยสามขุมอำนาจเผ่าเทพ แบ่งเป็นตระกูลเกาหยาง ตระกูลจี้ ตระกูลเจียง! พวกเกาหยางหลีทั้งสามคนมาจากสามเผ่าเทพนี้อย่างไม่ต้องสงสัย “ไม่ใช่ว่าแหล่งสถานศุภโชคเปรียบดั่งกรงขัง ผู้ฝึกปราณของอารยธรรมยุคสมัยที่กระจายตัวอยู่ในนั้นล้วนไม่อาจออกมาได้หรือ” หลินสวินเอ่ยถาม “เวลาเปลี่ยนเหตุการณ์เปลี่ยน” ชายหนุ่มชุดดำเกาหยางหลียิ้มกล่าว “ถ้าสหายยุทธ์หลินอยากรู้จริงๆ รอหลังจากพวกเราหารือกันแล้ว ข้าค่อยคุยเรื่องนี้กับเจ้า” “ว่ามาเถิด พวกเจ้าต้องการอะไร” หลินสวินกล่าว “มอบนัยเร้นลับควบคุมเมืองเทพศุภโชคมาก็แลกลูกชายเจ้ากลับไปได้” เจียงเจวี๋ยที่สีหน้าเย็นชาเอ่ยเสียงเรียบ “มอบเรือนิรันดร์มาก็แลกลูกศิษย์เจ้ากลับไปได้” หลินสวินนัยน์ตาหดรัดน้อยๆ กล่าวว่า “ที่แท้ก็มาเพื่อสิ่งนี้ ข้าอยากเจอพวกเขาก่อนค่อยตัดสินใจ” “ได้” จี้กุยเจินในชุดขาวหิมะบริสุทธ์เอ่ยปากแล้ว เขาโบกแขนเสื้อคราหนึ่ง ม่านแสงสายหนึ่งก็ปรากฏออกมา ในม่านแสงสะท้อนเงาร่างของหลินฝานกับซูไป๋ ทั้งสองคนอยู่ในสภาพสลบไสล หมดสติ แต่ดูแล้วไม่ได้รับอันตราย หลินสวินกลับขมวดคิ้วกล่าว “นี่ก็แค่ม่านแสงเท่านั้น ข้าต้องการเจอตัวคน” จี้กุยเจินกล่าวด้วยสีหน้าเฉยชา “ตราบใดที่เจ้ามอบของที่พวกเราต้องการย่อมได้เจอพวกเขาแน่นอน” หลินสวินฝืนข่มไอสังหารที่พลุ่งพล่านในใจ พลิกฝ่ามือคราหนึ่ง เรือนิรันดร์ขนาดราวหนึ่งฉื่อก็ปรากฏออกมา “นี่คือเรือนิรันดร์ ข้าประทับนัยเร้นลับของเมืองเทพศุภโชคไว้ในม้วนหยกได้เช่นกัน นี่คือความจริงใจของข้า พวกเจ้าเองก็ควรให้ข้าเห็นความจริงใจของพวกเจ้าด้วยไม่ใช่หรือ”หลินสวินกล่าวเสียงเย็นพวกจี้กุยเจิน เกาหยางหลี เจียงเจวี๋ยมองหน้ากันปราดหนึ่ง คล้ายกำลังสื่อจิตปรึกษาบางอย่างพักใหญ่เจียงเจวี๋ยก็โบกแขนเสื้อคราหนึ่ง เงาร่างสองสายก็ปรากฏออกมากลางอากาศทว่ากลับไม่ใช่หลินฝานกับซูไป๋ แต่เป็นถังเจียงกับกู้ซี สองคนนั้นคนหนึ่งเป็นศิษย์ของหลินสวิน อีกคนเป็นคู่บำเพ็ญของซูไป๋ ตอนนี้ล้วนไม่ได้สติและถูกผนึกทั่วร่าง“ขอเพียงเจ้ามอบเรือนิรันดร์มาก่อน ตอนนี้ก็จะส่งสองคนนี้ให้เจ้า”เจียงเจวี๋ยจ้องหลินสวินด้วยสายตาเยียบเย็นดุจมีดดาบ สีหน้าราบเรียบเช่นดั่งเดิมหลินสวินนิ่งเงียบครู่หนึ่ง เอ่ยเน้นทีละคำ “ตอนนี้ข้าอยากจะรู้ว่าลูกชายและลูกศิษย์ของข้าอยู่ที่ไหน”ในน้ำเสียงมีไอสังหารเย็นเยียบรายล้อมตอนนี้หลินสวินคล้ายถูกยั่วโทสะ มุมปากจี้กุยเจินผุดแววเย้ยหยัน “หลินสวิน ตอนนี้ตัวประกันอยู่ในมือพวกเรา ถ้าเจ้าไม่อยากให้พวกเขามีชีวิตก็ลงมือได้เลย แต่ถ้าอยากให้พวกเขารอดชีวิตก็ทำตามที่พวกเราบอก ส่งเรือนิรันดร์มาก่อน การแลกเปลี่ยนขั้นแรกก็จะเสร็จสิ้น”เกาหยาหลีที่อยู่อีกด้านยิ้มไกล่เกลี่ย “ทุกคนต่างได้สิ่งที่ต้องการ ไม่จำเป็นต้องวุ่นวายเกินงาม สหายยุทธ์หลิน ก่อนหน้านี้ข้าก็บอกเจ้าแล้วว่าตอนนี้หลินฝานกับซูไป๋ล้วนปลอดภัยไร้กังวล เจ้าวางใจได้”หลินสวินสีหน้าเย็นชาขึ้นเรื่อยๆ สายตากวาดมองสามคนตรงหน้าแล้วกล่าว “ถ้าข้าส่งของให้แล้วพวกเจ้าไม่ปล่อยคนจะทำอย่างไร” ไอรีนโนเวลเกาหยางหลียิ้มกล่าว “สหายยุทธ์หลิน ในเมื่อพวกข้ามาเพื่อแลกเปลี่ยนย่อมไม่อยากสู้กับเจ้าอย่างเอาเป็นเอาตาย สำหรับพวกเรา นี่ล้วนไม่มีประโยชน์ ยิ่งกว่านั้นที่นี่คือโลกยอดนิรันดร์ ด้วยมรรควิถีของเจ้าในปัจจุบัน ถ้าสู้สุดชีวิตขึ้นมาจริงๆ พวกเราสามคนก็ไม่มั่นใจว่าจะต้านทานได้ เรื่องเปลืองแรงไม่เป็นผลดีนี่มีแต่คนโง่เท่านั้นถึงจะทำ”หลินสวินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งเขาโบกแขนเสื้อคราหนึ่ง เรือนิรันดร์ก็พุ่งไปหาฝ่ายตรงข้าม “ส่งคน”เกาหยางหลีเผยสีหน้าเหมือนยกภูเขาออกจากอกทันที เอ่ยชม “สหายยุทธ์หลินกล้าหาญนัก!”จี้กุยเจินกลับประหนึ่งเผชิญหน้าศัตรูผู้น่าเกรงขาม โคจรมรรควิถีทั่วร่างนำเรือนิรันดร์มาไว้ในมือ กระทั่งแน่ใจว่าไม่มีอันตรายเข้าถึงค่อยเบาใจลงไม่น้อย และหันไปพยักหน้ากับเจียงเจวี๋ยที่ด้านข้างเจียงเจวี๋ยโบกมือ เงาร่างของกู้ซีและถังเจียงที่ถูกนางผนึกมาตลอดก็พุ่งไปหาหลินสวินกลางอากาศหลินสวินแผ่จิตรับรู้สัมผัสร่างหญิงทั้งสองครู่หนึ่ง หลังแน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดปกติถึงค่อยเก็บพวกนางเข้าไปในเตากระบี่ไร้ก้นบึ้ง“ตอนนี้ปล่อยลูกศิษย์กับลูกชายข้าออกมาได้หรือยัง”หลินสวินเอ่ยเสียงเบากลับเห็นจี้กุยเจินขมวดคิ้วกล่าว “เหตุใดเรือนิรันดร์นี่ถึงไม่อาจเปิดได้”“มีแค่ต้องหลอมมันเท่านั้นถึงจะเปิดมันได้”หลินสวินกล่าวลวกๆ “พวกเจ้าอย่าบอกข้านะว่าแม้แต่หลักการง่ายๆ ข้อนี้ก็ไม่รู้”เสียงเจือแววเย้ยหยันอย่างไม่ปกปิดจี้กุยเจินสีหน้าไม่น่าดูอยู่บ้าง กล่าวอย่างเย็นชา “อยากได้ลูกศิษย์กับลูกชายเจ้าก็ย่อมได้ แค่ไปแหล่งสถานศุภโชคกับพวกเราก็พอ”“แหล่งสถานศุภโชค…”หลินสวินนัยน์ตาแผ่ไอสังหารน่ากลัวออกมา “พูดเช่นนี้ พวกเจ้าไม่คิดจะแลกเปลี่ยนกับข้าดีๆ ตั้งแต่แรกแล้วสินะ”