ตอนที่ 2738
ตอนที่ 3044 มาถึงกะทันหัน
October 21, 2026
ตอนที่ 3044 มาถึงกะทันหัน
จี้ป๋อเหวินร่างสูงใหญ่ องอาจดุจภูผา สวมชุดม่วงทั้งตัว เยื้องย่างดุจมังกรพยัคฆ์ เขากุมอำนาจของตระกูลมาในกาลเวลาไร้สิ้นสุด ตนเองยังเป็นระดับนิรันดร์ขั้นล่วงกฎขั้นปลายคนหนึ่ง ส่วนคนที่ตามมาข้างกายจี้ป๋อเหวิน ล้วนเป็นคนใหญ่คนโตของตระกูลจี้ ในจำนวนนั้นก็มีผู้อาวุโสขั้นล่วงกฎสองคน ทั้งตระกูลจี้ถึงตอนนี้มีขั้นสรรสร้างสี่คน ขั้นล่วงกฎสิบสองคน! ในบรรดาร้อยกว่าอารยธรรมยุคสมัยในแหล่งสถานศุภโชค รากฐานพลังระดับนี้สามารถก้าวขึ้นเป็นสามอันดับแรกอย่างมั่นคง ราตรีดั่งสีหมึก จี้ป๋อเหวินยืนนิ่งอยู่หน้าเสาหินสีดำสองต้นนั้น สายตาพิจารณาหลินฝานกับซูไป๋ที่ถูก ‘โซ่กักเทพ’ พันธนาการอยู่ กล่าวเสียงเบาทอดถอนใจ “คนหนึ่งมีสายเลือดหุบเหวกลืนกิน สามารถสืบทอดมรดกวิชาของจักรพรรดิเทพรัตติกาลนิรันดร์ได้ อีกคนมีกระดูกกระบี่แห่งยุค พรสวรรค์ของคนหนุ่มสองคนนี้ล้วนโดดเด่นไม่น้อยกว่าคนรุ่นเดียวกันในตระกูลเรา” พวกคนใหญ่คนโตที่อยู่ข้างกายก็กำลังสังเกตหลินฝานกับซูไป๋ที่กำลังสลบไสลไม่ได้สติเช่นกัน สายตากำเริบเสิบสานราวกับสำรวจเหยื่อ “ผู้นำตระกูลพาพวกเรามากลางดึก คงไม่ใช่เพื่อวิจารณ์พรสวรรค์ของเจ้าตัวจ้อยสองคนนี้กระมัง” มีคนกล่าวยิ้มๆ คนผู้นี้สวมชุดเขียว หนวดเคราโบกพลิ้ว มีนามว่าจี้ฉางซาน เป็นขั้นล่วงกฎสัมบูรณ์คนหนึ่ง “แน่นอนว่าไม่ใช่” จี้ป๋อเหวินยิ้ม “มีตัวประกันสองคนนี้ในมือ รวมกับฝีมือของผู้อาวุโสกุยเจิน ย่อมพาหลินสวินนั่นมาอาณาเขตของพวกเราได้” เขาเว้นช่วงไปแล้วกล่าวต่อ “ส่วนที่พาทุกท่านมายามนี้เพราะมีเรื่องหนึ่งต้องทำ” “เชิญผู้นำตระกูลชี้แจง” จี้ฉางซานกล่าว จี้ป๋อเหวินแววตาวาบวาว “เมื่อวานเฒ่าชราบางส่วนของตระกูลเกาหยางและตระกูลเจียงพากันมาเยือน เพื่อแบ่งศุภโชคบนร่างหลินสวินกับพวกเรา นัยเร้นลับที่ควบคุมเมืองเทพศุภโชคอาจจะแบ่งได้ ทว่าเรือนิรันดร์กลับมีเพียงชิ้นเดียว” นัยน์ตาพวกคนใหญ่คนโตพลันเปลี่ยนเป็นลุ่มลึก “ผู้นำตระกูลคิดจะเตรียมการบางอย่างล่วงหน้าหรือ” หญิงชราผมเงินทั้งศีรษะ ท่าทางกระฉับกระเฉงคนหนึ่งเอ่ยปาก นางมีนามว่าจี้ฉางอวิ๋น มีมรรควิถีขั้นล่วงกฎสัมบูรณ์ “ไม่ผิด” สายตาจี้ป๋อเหวินมองไปทางหลินฝาน “บนร่างเด็กนี่มีพรสวรรค์หุบเหวกลืนกิน ทุกท่านล้วนรู้ชัด ในข่าวลือมีเพียงพลังพรสวรรค์เช่นนี้ถึงจะควบคุมนัยเร้นลับทั้งหมดในเรือนิรันดร์ได้” “ข้าเข้าใจแล้ว ผู้อาวุโสคิดจะชิงพลังพรสวรรค์บนร่างเจ้านี่มา ก่อนที่กำลังพลของตระกูลเกาหยางและตระกูลเจียงจะมาถึง” จี้ฉางอวิ๋นเอ่ยหัวเราะเบาๆ “เช่นนี้ดียิ่ง เช่นนี้ดียิ่งแล้ว” นางใบหน้านางเมตตา แต่รอยยิ้มนั่นกลับเต็มไปด้วยความน่าสะพรึงชัดเจนภายใต้แสงโคมไฟ คนอื่นๆ เองก็หัวเราะออกมาเช่นกัน เข้าใจในทันที “เอากระดูกกระบี่บนร่างเจ้าหมอนี่มาด้วยเสียเลย” สายตาจี้ฉางซานมองไปทางซูไป๋ เจือแววร้อนแรง “ต่อให้พรสวรรค์ของเหลนข้าคนนั้นจะแข็งแกร่ง แต่อย่างไรก็เทียบกับกระดูกกระบี่ฟ้าประทานนี่ไม่ได้ หากมีพรสวรรค์เช่นนี้ ไม่เกินหมื่นปี เหลนคนนั้นของข้าต้องครอบครองโอกาสทะลวงระดับนิรันดร์แน่” “ถ้าตระกูลเกาหยางกับตระกูลเจียงสังเกตเห็นเรื่องนี้แล้วไม่พอใจจะทำอย่างไร”มีคนกล่าวอย่างลังเล โนเวลพีดีเอฟจี้ป๋อเหวินสีหน้าเรียเฉยกล่าว “ครั้งนี้ใต้เท้าผู้อยู่เบื้องหลังเคราะห์แห่งยุคสมัยผู้นั้นเลือกพวกเราตระกูลจี้เป็น ‘ทูต’ ทั้งมอบรูปปั้นไท่ชูให้ตระกูลจี้ของพวกเรา ต่อให้พวกเขาไม่พอใจก็ทำได้เพียงข่มเอาไว้เท่านั้น”พวกคนอดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้“ทุกท่าน ตั้งแต่อดีตพวกเราตระกูลจี้ต้องผ่านภัยพิบัติมาไม่รู้เท่าไรและอยู่รอดมาถึงปัจจุบัน และตอนนี้โอกาสเปลี่ยนโชคชะตาของตระกูลเราอยู่ตรงหน้า! ขอแค่คว้าไว้ได้ ภายหน้าพวกเราตระกูลจี้อาจจะไม่ต้องถูกพันธนาการในแหล่งสถานศุภโชคนี้อีกต่อไป!”แววตาจี้ป๋อเหวินวาววามคำพูดนี้ล้วนทำให้ความรู้สึกของคนอื่นๆ ปั่นป่วนไม่ว่าจะเป็นเรือนิรันดร์หรือนัยเร้นลับควบคุมเมืองเทพศุภโชค ล้วนเรียกได้ว่าเป็นศุภโชคชั้นเลิศ แต่เมื่อเทียบกับโอกาสในการเปลี่ยนโชคชะตาของตระกูลพวกเขา กลับล้วนไม่สำคัญครั้งนี้ขอเพียงพวกเขาทำตามคำสั่งของนายเหนือหัวหลังม่านเคราะห์แห่งยุคสมัยผู้นั้นได้สำเร็จ ตระกูลจี้ของพวกเขาก็ไม่ต้องถูกพันธนาการในแหล่งสถานศุภโชคอีก และสามารถเดินออกจากโลกยุคทวยเทพนี้ได้อย่างแท้จริง!นี่จึงจะเป็นสิ่งที่พวกเขาเฝ้าฝันที่สุด!เมื่อสงบจิตใจลงแล้ว สายตาจี้ป๋อเหวินมองไปทางหลินฝานอีกครั้ง “ผู้อาวุโสฉางอวิ๋น ขอเชิญท่านลงมือด้วย นำพรสวรรค์หุบเหวกลืนกินบนร่างเจ้านี่ออกมา”จี้ฉางอวิ๋นที่คล่องแคล่วกระปรี้กระเปร่ายิ้มตอบรับ พุ่งไปข้างหน้าโดยไลนแล้วยื่นแขนขวาออกมา นิ้วทั้งห้าที่คมกริบผอมบางดุจกรงเล็บไก่ปักเข้าไปในทรวงอกของหลินฝานโดยพลันพรูด!หลุมโลหิตหลุมหนึ่งปรากฏ เลือดสดๆ สาดกระจาย หลินฝานที่สลบอยู่พลันร้องครวญเจ็บปวด ได้สติขึ้นมาแล้วเขามองไปยังเหล่าคนที่อยู่ไกลๆ จากนั้นก้มมองมือที่แทงเข้าหน้าอกตน ใบหน้าหล่อเหลาเปลี่ยนเป็นซีดขาวแล้ว เหงื่อเย็นไหลผุดเต็มหน้าผากความเจ็บปวดรุนแรงประหนึ่งอกแหวกทรมานจิตใจเขาไม่หยุด ทว่าภายใต้ความทรมานอันโหดร้ายและนองเลือดเช่นนี้ สีหน้าเขากลับยังสงบหาใดเปรียบเช่นเดิม“เด็กดี เจ็บแค่ครู่เดียว รอข้าตัดพลังพรสวรรค์ของเจ้าออกมาเรียบร้อยก็จะช่วยรักษาบาดแผลของเจ้า”จี้ฉางอวิ๋นหน้าตามีเมตตา ยิ้มแย้มบางๆ น้ำเสียงเองก็อบอุ่นยิ่งเพียงแต่การกระทำที่มือของนางกลับเรียกได้ว่าโหดเหี้ยม นิ้วมือปักเข้าไปในหน้าอกหลินฝาน ห้านิ้วปลดปล่อยพลังนิรันดร์อหังการ ทำการตัดแยกชีพจรปราณวิญญาณต้นกำเนิดของหลินฝานเลือดสดคล้ายน้ำตกไหลนองออกมาไม่หยุด“เจ้าเฒ่า มีฝีมืออะไรก็สำแดงออกมาให้หมดเป็นพอ”เสียงหลินฝานแหบแห้ง กัดฟันอย่างเอาเป็นเอาตาย นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นเย็นชา “ครั้งนี้ขอเพียงข้าหลินฝานไม่ตาย วันหน้าต้องมาฆ่าพวกเจ้าทุกคน!!”“เหอะๆ ทุกท่านดูเอาเถิด เดรัจฉานน้อยนี่ยังข่มขู่พวกเราด้วย” จี้ฉางซานที่อยู่ไกลๆ อดขำขึ้นมาไม่ได้คนอื่นๆ เองก็ล้วนหัวเราะเช่นกันการข่มขู่ของผู้อ่อนแอ แต่ไหนแต่ไรล้วนเป็นเสียงร้องแห่งความสิ้นหวังก็เท่านั้นคนโง่เท่านั้นถึงจะใส่ใจ“เกรงว่าเด็กน้อยนี่จะไม่รู้ว่าบิดาของเขาก็ประสบเคราะห์ไปแล้วเช่นกัน โลกหล้านี้ใครจะยังช่วยเขาได้อีก”มีคนกล่าวเนิบๆ