ตอนที่ 15
ตอนที่ 321
October 21, 2026
ภูเขาชำระจิต โดย ProjectZyphon ท่ามกลางความมืด
หลินสวินกับชายชราอยู่ในรถม้า เดินทางผ่านถนนที่เจริญรุ่งเรืองเข้าไปในส่วนลึกของนครต้องห้าม
“เจ้าวางแผนจะทำอย่างไร”
“ใช้สถานะผู้สืบทอดตระกูลหลินรับหน้าที่ดูแลตระกูล”
“เส้นทางนี้ลำบากนัก”
“ข้าเข้าใจขอรับ”
ภายในรถม้า หลินสวินกับชายชราถามคำตอบคำ
“ข้าอยากเตือนเจ้า ตำหนักแสงทมิฬ คุณหนูกับข้าจะไม่ให้ความช่วยเหลือเจ้า เพราะนี่เป็นเรื่องในตระกูลของเจ้า ข้าคิดว่าเจ้ารู้เหตุผลดี” ชายชราใคร่ครวญอยู่นานสองนาน สุดท้ายก็เอ่ยปาก
“ข้าเข้าใจ” หลินสวินคล้ายตะหนักถึงข้อนี้อยู่แล้ว
ชายชราเปลี่ยนหัวข้อสนทนา ริมฝีปากกดยิ้มลึก “แน่นอน ตอนนี้หลายคนในนครต้องห้ามเข้าใจว่าเจ้ามีความสัมพันธ์กับตำหนักแสงทมิฬ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ อย่างนั้นก็ให้พวกเขาเข้าใจผิดต่อไปแล้วกัน”
หลินสวินนิ่ง ในใจพลันรู้สึกถึงความอบอุ่น ชายชรากำลังบอกเขาว่าแม้จะไม่ช่วยเหลือ แต่ก็ยังสามารถใช้อำนาจของตำหนักแสงทมิฬในการจัดการเรื่องราวได้ เพียงแค่คำพูดยืนยัน ก็เพียงพอให้หลินสวินจัดการปัญหาคณามือได้ไม่น้อย หลังจากนี้หากใครอยากจัดการหลินสวิน ก็ต้องคิดถึงอำนาจของตำหนักแสงทมิฬ ซึ่งไม่แตกต่างไปจากการถลกหนังเสือเลย
บางที อำนาจอย่างนี้ย่อมได้ใช้ในยามคับขัน
ยิ่งไปกว่านั้น หลินสวินไม่คิดว่าตำหนักแสงทมิฬจะทนมองเขาทำลายตนเอง ไม่อย่างนั้นสองปีมานี้ชายชราคงไม่ช่วยเหลือเขาไว้ตั้งหลายครั้ง ภายในต้องมีเหตุผลบางประการ เด็กหนุ่มเคยคิดว่าอาจเกี่ยวข้องกับซย่าจื้อ หรืออาจเกี่ยวกับท่านลู่ และบางทีอาจจะเกี่ยวข้องกับสถานะของตัวเขาเอง
แต่ไม่ว่าอย่างไร หลินสวินก็เชื่อมั่นว่าตนเองกับตำหนักแสงทมิฬเกี่ยวข้องกันมากจนแยกไม่ออกแล้ว
“ผู้อาวุโสขอรับ ขอบคุณท่านมาก” หลินสวินไม่รู้ว่าเอ่ยขอบคุณไปกี่รอบแล้ว แต่เขารู้ว่าตนติดค้างบุญคุณชายชราไว้มากทีเดียว
ชายชรายิ้ม ยังคงมีท่าทีโอบอ้อมอารีเช่นเคย
ไม่นานรถม้าก็หยุดลง
ชายชราพาหลินสวินลงมาจากรถม้า หลินสวินพลันผงะ เพราะตรงหน้าไม่ไกลมีภูเขาลอยได้ขนาดใหญ่อยู่ลูกหนึ่ง
ภูเขานั้นใหญ่กว่าร้อยจั้ง สูงกว่าพันจั้ง ด้านบนมีสิ่งก่อสร้างทรงโบราณมากมาย
ท่ามกลางความมืดมิด ภูเขาลูกนี้ลอยอยู่เหนือพื้นดินกว่าร้อยจั้ง มีแสงสีเงินเปล่งประกายรายล้อม ดูศักดิสิทธิ์และยิ่งใหญ่
นี่คือหนึ่งในเจ็ดสิบสองภูเขาแห่งอำนาจ
ตอนอยู่นอกนครต้องห้าม หลินสวินเคยมองจากที่แสนไกล แต่เมื่อเข้ามามองใกล้ๆ แล้ว เด็กหนุ่มถึงรู้ว่าภูเขานี้ยิ่งใหญ่ตระการตาเพียงใด
“ภูเขาลูกนี้มีนามว่าชำระจิต เป็นพื้นที่ในครอบครองของตระกูลหลิน ทว่านับแต่เกิดเรื่องนองเลือดนั้นขึ้น คนอื่นในตระกูลหลินต่างพากันย้ายออกไป ตอนนี้ที่นี่มีเพียงบ่าวชราเฝ้าอยู่เพียงลำพัง” ชายชราว่า
หลินสวินใจเต้น ไม่คิดว่าด้วยอำนาจของตระกูลหลิน จะสามารถครอบครองหนึ่งในภูเขาแห่งอำนาจได้ เขาเดาในใจว่าอย่างน้อยตระกูลหลินเมื่อวันวานก็ต้องเป็นตระกูลอำนาจระดับกลาง
“ข้าทราบมาว่า ถ้าตระกูลอำนาจตกต่ำจะถูกยึดภูเขาแห่งอำนาจคืน แล้วนี่หมายความว่าอย่างไรเล่าขอรับ” หลินสวินอดถามไม่ได้
“พูดแล้วซับซ้อน เกี่ยวโยงกับเรื่องราวของตระกูลหลินในอดีต รอเจ้าเข้าไปอยู่ในภูเขาชำระจิตแล้ว ก็จะมีคนบอกทุกอย่างแก่เจ้าเอง”
ชายชราว่าพลางก้าวนำไป ชายผ้าสะบัดพริ้ว แสงรำไรสาดส่องกระทบส่วนล่างของภูเขาชำระจิต หลินสวินจึงมองเห็นว่าที่ข้างล่างของภูเขาชำระจิตนั้น มีกระบวนรอยสลักวิญญาณอยู่ด้วย
วิ้ง
แสงรำไรสาดกระทบบนกระบวนรอยสลักวิญญาณจนเกิดเป็นคลื่นกระทบ จนรอยสลักวิญญาณหมุนเคลื่อนไหวแลดูลึกลับ
พลันเสียงหนึ่งก็ลอยออกมาจากกระบวนรอยสลักวิญญาณ “ที่นี่คือภูเขาชำระจิต พื้นที่ของตระกูลหลิน ไม่รู้ท่านคนใดมาเยี่ยมเยือน”
ชายชราพูดสบายๆ “บุตรชายของหลินเหวินจิ้งกลับมาแล้ว”
พลันเสียงตกใจก็ลอยออกมา “อะไรนะ!? แขกผู้มีเกียรติโปรดรอสักครู่”
ชายชราพยักหน้าแล้วหันมาอธิบาย “ภูเขาแห่งอำนาจก็เหมือนสถานที่ต้องห้าม หากไม่มีการแจ้งเตือนก่อน คนนอกก็ไม่มีทางผ่านเข้าไปได้”
หลินสวินพยักหน้า
ไม่นานก็เห็นกระบวนรอยสลักวิญญาณที่ใต้ภูเขาเคลื่อนไหว ก็กลายเป็นประตูวิญญาณ ในขณะเดียวกันบันไดคล้ายแสงรุ้งพลันเชื่อมลงมาถึงพื้นดิน มองไกลๆ คล้ายบันไดเชื่อมระหว่างก้อนเมฆ
ผู้เฒ่าหลังงุ้มคนหนึ่งออกมาจากประตูนั้น เขาเดินลงมาตามขั้นบันได มองชายชราก่อนแวบหนึ่ง แล้วจึงลากสายตามาที่หลินสวิน
เพียงปราดเดียวผู้เฒ่าหลังงุ้มก็คล้ายถูกฟ้าฝ่า คุกเข่ากับพื้นร่ำไห้ “นายท่าน สิบปีผ่านไปบ่าวคิดว่าท่าน…จากไปแล้ว ไม่คิดว่าท่านจะโชคดี ยังมีชีวิตอยู่”
หลินสวินยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น
“เขาไม่ใช่หลินเหวินจิ้ง เป็นบุตรชายของหลินเหวินจิ้งต่างหาก” ชายชราอธิบาย
บ่าวชราที่กำลังร้องไห้ชะงักงัน เงยหน้าเช็ดน้ำตาที่หางตา มองหลินสวินอย่างละเอียดครู่ใหญ่ถึงตระหนักได้ “ไม่ใช่จริงๆ ด้วย เขาอ่อนวัยกว่านายท่าน เหมือนนายท่านตอนวัยเยาว์ไม่มีผิด”