ตอนที่ 58
ตอนที่ 364
October 21, 2026
เรื่องไม่คาดฝันไม่หยุดหย่อน น้ําเสียงนั้นไม่ปิดบังความไม่พอใจ หว่างคิ้วสืออวี่ปรากฏแววอึมครึมโดยพลัน เห็นชัดว่าโมโหขึ้น บ้างเช่นกัน บรรยากาศในงานเลี้ยงขณะนี้แปรเปลี่ยนกดดันเล็กน้อย ประโยคนี้ของซ่งชงเฮ่อ ทั้งตําหนิที่สืออวี่จัดการงานไม่ เรียบร้อย ทั้งกระทบกระเทียบหลินสวิน คิดว่าด้วยฐานะของเขานั้น ไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะได้นั่งโต๊ะประธาน “แค่ที่นั่งโง่ๆ ตัวหนึ่ง หรือเจ้าอยากจะสู้กับหลินสวินสักตั้ง” หนิงเหมิงตีหน้าซึ่ง พูดด้วยน้ําเสียงขัดเคือง “ที่นั่งโง่ๆ รี เหอะๆ เหอะๆๆ” ซึ่งชงเฮ่อหัวเราะเยียบเย็นไม่ หยุด ผู้คนมากมายสีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อย เห็นบรรยากาศที่พลันเปลี่ยนเป็นตึงเครียด ทว่าหลินสวินกลับ ยิ้มไปพูดไปว่า “ช่างเถอะ ข้านั่งที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องทะเลาะกัน หรอก” เขาพูดไปพลางเลือกที่นั่งที่อยู่ไกลลิบแล้วนั่งลง สืออวี่จ้องมองหลินสวินอยู่ครู่หนึ่ง เห็นว่าฝ่ายหลังไม่ได้ ต่อต้านอะไร ในที่สุดก็พยักหน้าแล้วพูดว่า “ก็ได้ เอาตามนี้แล้วกัน” หนิงเหมิงเหมือนอยากจะพูดอะไร แต่ก็ถูกสืออวี่พูดแทรกขึ้น “หนิงเหมิง เจ้าก็นั่งเถอะ วันนี้พวกเรามิตรสหายมาชุมนุมกัน อย่า ทําให้เสียบรรยากาศเลย” หนิงเหมิงส่งเสียงฮือย่างเย็นชา ในที่สุดก็พูดอึดฮัดว่า “ได้ เอา อย่างนี้ก็แล้วกัน” เขาพูดพลางหย่อนก้นนั่งลงข้างหลินสวิน สื่อจิตเอ่ยว่า เดี๋ยว หาโอกาสมาจัดการเจ้าซงซงเฮอนดีๆ กัน มันคิดว่ามันเป็นใคร คู่ควรมาเอ็ดตะโรใส่พวกเราพี่น้องรี” หลินสวินยิ้มน้อยๆ พลางสื่อจิตกลับไปว่า อย่าโกรธไปเลย มา รวมตัวกันเช่นนี้ ต้องเกิดเรื่องกระทบกระทั่งกันบ้างอย่างยากจะ เลี่ยงได้ ไม่ต้องไปเอาความกับเขามากนักหรอก” หนิงเหมิงอึ้งไป พูดขึ้นอย่างสงสัย นี่ฟังดูไม่สมเป็นเจ้าเลย” หลินสวินพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า คนที่รับจัดงานเลี้ยงครั้งนี้ คือสืออวี่ ไม่ว่าอย่างไรพวกเราก็ต้องอดกลั้นไว้หน่อย หนิงเหมิงพูดขึ้นอย่างโกรธเคืองว่า ช่างเถอะ ข้าทําตามที่ พวกเจ้าวางแผนไว้ก็แล้วกัน” ที่ใช้ในการสนทนาระหว่างทั้งสองนั้นคือการส่งจิต หมดกังวล เรื่องถูกผู้อื่นได้ยินเข้า เมื่อเห็นว่าหลินสวินและหนิงเหมิงไม่พูดอะไรอีก กลุ่มคนใน งานเลี้ยงก็รู้ว่าเรื่องยุ่งยากครั้งนี้คลี่คลายลงอย่างสงบ ราวรู้สึกว่าบรรยากาศในงานเงียบเชียบเกินไป จึงมีคนอดพูด พลางยิ้มออกมาไม่ได้ว่า “คุณชายสามสือ ไม่ทราบว่ายังมีแขกคน ไหนยังมาไม่ถึงบ้างหรือ” เสืออวี่กลับไปนั่งที่นั่งประธานแล้วตอบว่า “เหลือแค่ไปหลิงซี จ้าวหยินกับหลี่ฐ์สิ่งแล้ว” เขาหยุดไปครู่หนึ่งค่อยเอ่ยต่อว่า “แต่ไปห ลิงซีไปมาไร้ร่องรอย นิสัยสันโดษ เกรงว่าจะไม่มาแล้ว” “ส่วนจ้าวหยิน ถ้าไป๋หลิงซีไม่ปรากฏตัว เขาก็ย่อมไม่ปรากฏ ตัวด้วย” เมื่อเอ่ยคําพูดนี้ออกไป คนในงานไม่น้อยก็อดผิดหวังมิได้ ไปหลิงซีฐานะสูงส่งยิ่ง เป็นถึงหลานสาวคนโตของจิ้งไห่โหว แห่งจักรวรรดิ ตัวนางเองก็เป็นราชนิกูล อีกทั้งในการทดสอบระดับ อาณาจักรเมื่อไม่นานนี้ก็คว้าอันดับสามอันโดดเด่นหญิงงามแห่งสวรรค์เช่นนี้ ย่อมไม่ได้พบเห็นกันอย่างง่ายดายส่วนข้าวหยินนั้นก็ไม่ธรรมดา เขาไม่เพียงมีชาติกําเนิดเป็น ราชนิกูล ทั้งยังมีคุณลักษณะพรสวรรค์ แก่นสุริยอําพัน มี พรสวรรค์โดดเด่น ไม่มีทางได้พบเจอง่ายๆ เช่นเดียวกับไป๋หลิงซีมีเพียงหลี่ต่สิ่งที่ออกจะพิเศษเจ้าคนนี้ที่มาลึกลับ แต่พรสวรรค์โดดเด่นเป็นที่สุด ไม่ค่อย สุงสิงกับผู้ใด ในการทดสอบระดับอาณาจักรเมื่อไม่นานนี้ อาศัย วิชากระบี่ที่ทําให้ทั่วหล้าตื่นตะลึงคว้าอันดับที่ห้ามาได้น่าเสียดายที่เด็กคนนี้ไม่แสดงตัวเป็นจุดเด่นอย่างยิ่ง ราวกับ มังกรเทพเห็นแต่หัวไม่เห็นหาง ในสถานการณ์ทั่วไปแล้ว ก็มีน้อย คนนักที่ได้พบตัวจริง“คุณชายสามสือ เจ้าหลอกกันนี้ ที่ข้ามาร่วมงานเลี้ยงครั้งนี้ เดิมทีก็มาเพราะคุณหนูไป๋หลิงซี แต่ยามนี้เจ้ากลับบอกว่านางอาจมาไม่ได้ เจ้าล้อข้าเล่นหรือซ่งชงเฮ่อผู้นั้นสีหน้าปั้นปิ้ง กระแทกจอกเหล้าเข้ากับสั่งอย่าง แรง พูดเสียงเย็นเยียบครู่หนึ่งบรรยากาศพลันตึงเครียดขึ้นมาอีกซ่งชงเฮ่อผู้นี้ยโสโอหังนัก วางมาดไม่เห็นหัวใคร พาให้ผู้คนที่ อยู่ในงานอดหน้านิ่วคิ้วขมวดไม่ได้ทว่าสืออวี่กลับยิ้มบางๆ แล้วพูดว่า “คุณชายชงเฮ่ออย่าถือ โทษโกรธไปเลย ข้าเพียงพูดว่าไป่หลิงซีอาจจะมางานเลี้ยง แต่ ไม่ได้บอกว่านางต้องมาอย่างแน่นอน”“พูดเช่นนี้ เจ้ากําลังล้อข้าเล่นรี” ซงซงเฮ่อเอ่ยอย่างเย็นชาอะไรคือยโสโอหังน่ะหรือ ก็เป็นเช่นนี้ไงเล่า ที่อยู่ในงานล้วน เป็นลูกหลานผู้สูงศักดิ์รุ่นเยาว์ โดยทั่วไปแล้วไม่ว่าใครก็ไม่มาสร้าง เรื่องผิดกาลเทศะพรรค์นี้แต่ซึ่งชงเฮ่อผู้นี้ช่างกล้านัก ทําอะไรตามใจคิด ไม่ไว้หน้าใคร โอหังเป็นที่สุดทว่าคิดดูก็ไม่แปลก เขามีฐานะเป็นลูกหลานสกุลซ่งที่เป็นหนึ่ง ในเจ็ดตระกูลมหาอํานาจ ย่อมกล้าเอ่ยถ้อยคําพรรค์นี้ออกมาได้แต่ว่า…งานเลี้ยงครั้งนี้อย่างไรเสียสืออวี่ก็เป็นคนจัด ซ่งชงเฮ่อกลับไม่ ไว้หน้าเช่นนี้ ถือว่าทําเกินไปมากบรรยากาศในงานเงียบเชียบหาใดเปรียบไปครู่หนึ่งขนาดสืออวเองยังดูคล้ายไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไรดี ราวกับ คาดไม่ถึงว่าซ่งฮงเฮ่อจะยโสโอหังได้ปานนี้“เอ่อ..”ชั่วขณะที่สืออวี่ตกอยู่ในความเงียบนั้น ฉับพลันด้านนอกโถง ก็มีเสียงเย็นรื่นหูดังขึ้น “พลับพลานพนภา? คงเป็นที่นี่สินะ”ทันใดนั้น ผู้คนก็ได้เห็นเด็กสาวหน้าตาสะสวยโดดเด่นผู้หนึ่งที่ ไม่รู้ว่ามายืนอยู่นอกโกงตั้งแต่เมื่อไรนางสวมชุดกระโปรงขาวทั้งตัว รูปร่างเพรียวบางสูงโปร่ง ผม ดําขลับงดงามระไหล่ ดวงตาเปล่งประกายสุกสกาวราวดาราประหนึ่งนางเซียนที่เดินออกมาจากภาพวาด