ตอนที่ 693
ตอนที่ 999 สามหมัด
October 21, 2026
ตอนที่ 999 สามหมัด ภายใต้สายตายำเกรงทั้งหมดที่จับจ้อง เงาร่างสูงโปร่งอรชรซึ่งถูกเพลิงศักดิ์สิทธิ์ปกคลุมนั่นลอยล่องสู่พื้นดิน
รูปโฉมนางล่มเมือง งดงามผุดผ่อง สวมชุดกระโปรงแดงเพลิง ผิวหมดจดขาวดุจหิมะเนียนละเอียด
ไม่จำเป็นต้องสงสัย นี่คือหญิงงามเลอโฉมผู้หนึ่ง
นางยืนอยู่ตรงนั้นตามอารมณ์ เพลิงศักดิ์สิทธิ์หลากสายดุจเพลิงดาราโอบล้อมทั่วสรรพางค์กาย แม้แต่เส้นผมดำขลับยังเรืองแสงเปลวอัคคีแสบตา มีกลิ่นอายฮึกเหิมอหังการ
หลิงหงจิน!
หนึ่งในศิษย์แกนหลักแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์แกนสวรรค์ ขอบเขตมกุฎระดับกระบวนแปรจุติขั้นสมบูรณ์ พลังต่อสู้ลึกล้ำยากหยั่งถึง
ขณะเดียวกันสตรีนางนี้ยังเป็นหนึ่งในสี่ ‘ผู้กล้าหญิง’ แดนศักดิ์สิทธิ์แกนสวรรค์ ได้รับความนิยมและใฝ่ฝันจากผู้ฝึกปราณรุ่นเยาว์นับไม่ถ้วน ชื่อเสียงเลื่องลือโด่งดัง
ตูม!
ผืนดินสนั่นหวั่นไหว ท่ามกลางฝุ่นควันตลบอบอวลเงาร่างผึ่งผายหนึ่งปรากฏ แววตาเขาดุจกระบี่ ร่างกายดั่งขุนเขา กล้ามเนื้อทั้งตัวราวหล่อจากสำริด ให้ความรู้สึกกดดันกับผู้อื่น
สิ่งที่มาพร้อมการปรากฏตัวของเขาคือพลังดุดันไร้รูปที่แผ่ขยาย ขับเสริมจนเขาประดุจเทพเถื่อนดึกดำบรรพ์องค์หนึ่ง
ลี่จั้นหนาน!
จัดอยู่ในศิษย์แกนหลักแดนศักดิ์สิทธิ์แกนสวรรค์เหมือนหลิงหงจิน พรสวรรค์โดดเด่น อุปนิสัยแข็งกร้าวป่าเถื่อน พลานุภาพน่าอัศจรรย์
เมื่อทั้งสองปรากฏกาย กลุ่มผู้สืบทอดแดนศักดิ์สิทธิ์แกนสวรรค์ที่ดักซุ่มอยู่ปากทางหุบเขาต่างไม่ปิดบังเงาร่างอีก ก้าวออกมาต้อนรับ
แต่สายตาหลิงหงจินและลี่จั้นหนานกลับมองข้ามฝูงชน จ้องไปยังหินผาในหุบเขานั่นทันที
ที่แห่งนั้นเงาร่างสง่างามร่างหนึ่งนั่งขัดสมาธิ หลังสายตาพวกเขาทอดมองไป คนผู้นี้ก็หยัดร่างลุกขึ้นมองมาทางพวกเขา
ปึง!
พริบตานั้นสายตาพวกเขาปะทะกันกลางอากาศ ราวสายฟ้าแลบประจัญบาน ทำให้ห้วงอากาศเกิดเสียงระเบิด!
ขณะเดียวกัน เหล่าผู้สืบทอดแดนศักดิ์สิทธิ์แกนสวรรค์ที่อยู่ใกล้เคียงล้วนหยุดหายใจ สัมผัสถึงแรงกดดันมหาศาลชวนประหวั่นกำลังแผ่ขยายกลางลาน
นี่คือการประลองอานุภาพพลัง!
หลิงหงจินซึ่งเป็นดั่งเซียนสาวก้าวออกจากเพลิงศักดิ์สิทธิ์ ทั่วร่างมีรุ้งเทพเปลวอัคคีอหังการแผ่พุ่ง สลายความมืดยามวิกาล
ลี่จั้นหนานดุจเทพเถื่อน เงาร่างกำยำผ่าเผยราวค้ำยันฟ้าดิน ให้ความรู้สึกสูงใหญ่ไร้ขอบเขต บีบกดสรรพสิ่งดั่งขุนเขาใหญ่ เผด็จการหาใดเปรียบ
แต่หลินสวินกลับยืนเงียบอยู่ตรงนั้น เงาร่างสูงสง่าพ้นโลกีย์ดุจเซียน เจือสัมผัสว่างเปล่า
ดูเหมือนสงบนิ่งเรียบเรื่อย แต่ยามอานุภาพของหลิงหงจินและลี่จั้นหนานแผ่มาถึง ยังไม่ทันเข้าประชิดร่างเขาก็ถูกหักล้างอย่างเงียบเชียบไร้สุ้มเสียง
“อาจารย์อาเหวินกล่าวไม่ผิด เด็กนี่เป็นประเภทเดียวกับพวกเรา ไม่ได้ทำให้ข้าผิดหวัง”
ลี่จั้นหนานเอ่ยเสียงขรึม น้ำเสียงทุ้มต่ำดั่งฟ้าคะนอง สะเทือนครั่นครืนท่ามกลางหุบเขายามราตรี พาให้คนสะท้านใจ
กลางนัยน์ตาวาบรวงอสนี แววตาที่มองหลินสวินมีจิตต่อสู้อันเยียบเย็นคลั่งระห่ำเพิ่มขึ้นมา
“เรื่องปกติ ถึงอย่างไรก็เป็นบุคคลเยี่ยงเทพมารที่ก่อคลื่นลมในแดนฐิติประจิม หากไม่มีความสามารถถึงจุดนี้ มีหรือต้องให้พวกเราลงมือ”
ริมฝีปากแดงของหลิงหงจินเผยอเล็กน้อย นัยน์ตาคู่งามดั่งเปลวเพลิงลุกโชน มีพลังอหังการแผ่กระจายทำให้ผู้คนไม่กล้ามองโดยตรง
เหล่าผู้สืบทอดแดนศักดิ์สิทธิ์แกนสวรรค์ต่างกลั้นหายใจจดจ่อ ในใจฮึกเหิม เจือความรู้สึกยำเกรงและเร่าร้อน
ทั้งคู่เป็นถึงศิษย์แกนหลัก เป็นบุคคลขอบเขตมกุฎที่ประดุจเทพมังกรเหนือสวรรค์ ที่ผ่านมาล้วนฝึกปราณเพิ่มเติมในเขตหวงห้ามของสำนักมาตลอด แทบจะเป็นตำนานเล่าขานแล้ว เพราะน้อยนักที่จะเห็นร่องรอยของพวกเขา
แต่ครั้งนี้เพื่อจัดการเทพมารหลินจากแดนฐิติประจิม ถึงกับมีศิษย์แกนหลักสองคนปรากฏกาย นี่ล้วนสามารถทำให้ผู้คนสั่นสะท้าน
ในเวลาเดียวกันนี้หลินสวินก็กำลังประเมินฝ่ายตรงข้าม สายตาราบเรียบยิ่ง ตั้งแต่ต้นจนจบไม่เผยคลื่นความรู้สึกแม้เศษเสี้ยว
ความจริงแล้วในใจเขาอดทอดถอนใจไม่ได้ สายสนกลในของสำนักโบราณช่างน่าหวาดกลัว ผู้กล้าขอบเขตมกุฎที่พบเห็นได้น้อยบนโลก แต่ในขุมอำนาจเหล่านี้กลับมีให้เห็นบ่อยจนชินตา
ดังเช่นหลิงหงจิน ลี่จั้นหนาน เห็นชัดแจ้งว่าล้วนก้าวสู่มกุฎมรรคา เท่านี้ก็มองออกว่ารากฐานของแดนศักดิ์สิทธิ์แกนสวรรค์น่าอัศจรรย์ระดับใด
“เหตุใดเจ้าไม่หนีเล่า” ลี่จั้นหนานแววตาดุจอสนี จับจ้องหลินสวิน
เขาไม่เข้าใจอยู่บ้าง เพราะตามการวินิจฉัยเขา หากหลินสวินต้องการหนีคงจากไปนานแล้ว ยิ่งไม่ต้องรอเขาและหลิงหงจินเร่งตามมาทัน
“ก่อนนี้ข้าเคยบอกแล้ว หากพวกเจ้ายืนกรานเป็นศัตรูกับข้า เช่นนั้นก็ต้องพิจารณาว่าจะแบกรับโทสะของข้าได้หรือไม่”
หลินสวินมุมปากโค้งขึ้นเล็กน้อย “เห็นชัดว่าพวกเจ้าฟังคำพูดข้าไม่เข้าหู ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เหตุใดข้าต้องหนีเล่า”
“พูดจาใหญ่โตนัก! กล้าคุยโวเช่นนี้ไม่กลัวจุกปากตัวเองรึ” ด้านข้าง ผู้สืบทอดแดนศักดิ์สิทธิ์แกนสวรรค์คนหนึ่งตวาดลั่น
ผู้สืบทอดแดนศักดิ์สิทธิ์แกนสวรรค์คนอื่นเองต่างยิ้มเยาะ หรือเทพมารหลินยังดูสถานการณ์ไม่ออก ช่างบ้าระห่ำถึงขั้นไม่รู้ประสาเสียจริง
“พูดเช่นนี้ เจ้าคิดโต้กลับรึ” ลี่จั้นหนานประหลาดใจ รู้สึกไร้สาระยิ่ง
“ถูกต้อง โต้กลับ อย่างน้อยต้องให้พวกเจ้าสัมผัสเพลิงโทสะของข้าสักหน่อยก่อน” หลินสวินพยักหน้า นิ่งสงบยิ่งนัก
“จากที่ข้ามอง เจ้ามันแค่พวกโง่เขลาราวหมาจนตรอกเท่านั้น” หลิงหงจินกล่าวเฉยชา รูปโฉมนางโดดเด่น วาจาก็ราบเรียบนัก แต่ถ้อยคำวิจารณ์หลินสวินกลับเผยความหยิ่งทะนง
ที่นี่คือแคว้นกู่ชาง เป็นเขตอิทธิพลของแดนศักดิ์สิทธิ์แกนสวรรค์ บัดนี้หลินสวินกลับประกาศว่าจะให้พวกเขาสัมผัสเพลิงพิโรธ นี่ทำให้พวกเขาต่างรู้สึกขบขันนัก
บุคคลขอบเขตมกุฎระดับกระบวนแปรจุติคนหนึ่ง บางทีอาจทรงพลังยิ่งในคนรุ่นเดียวกัน แต่สุดท้ายก็ยังไม่มีอำนาจอิทธิพลอย่างแท้จริง กลับกล้าคุยโวไม่กระดากปากเช่นนี้ นี่คงเบื่อชีวิตจนทนไม่ไหวแล้วกระมัง
“ยกมันให้ข้าจัดการเอง!”
ลี่จั้นหนานสาวเท้าก้าวใหญ่ พื้นดินสั่นสะเทือน ภูผาสูงใกล้เคียงสั่นไหว ทำให้อานุภาพเขายิ่งข่มขู่ผู้คน
“ศิษย์พี่ลี่กำราบมันในคราเดียวเสียเลย ทำให้มันคุกเข่ากับพื้นไถ่โทษสำนึกผิด!”
“ถูกต้อง! เจ้าเด็กนี่โอหังนัก ก่อนหน้าสังหารศิษย์สำนักเราไม่น้อย เลือดต้องล้างด้วยเลือด ครั้งนี้อย่าให้มันหนีได้เด็ดขาด!”
เหล่าผู้สืบทอดแดนศักดิ์สิทธิ์แกนสวรรค์ตะโกนเซ็งแซ่
“เจ้าระวังหน่อย อย่าฝืนนัก หากรู้สึกไม่ชอบมาพากลก็ส่งเขามาให้ข้าได้” ในดวงตางามของหลิงหงจินฉายแววหยอกล้อเสี้ยวหนึ่ง
“หึ! วางใจเถอะ ข้าคนเดียวก็เกินพอ!” ลี่จั้นหนานแค่นเสียงเย็นชา
ตึง!