ตอนที่ 1035
บทที่ 1035 ไม่สามารถทำได้ดั่งใจ
October 31, 2026
บทที่ 1035 ไม่สามารถทำได้ดั่งใจ
หากต้องการที่จะเตือนฮ่องเต้ ลูกธนูนี้ควรที่จะตกอยู่ในตำหนักของฮองเฮา
ทำไมถึงได้มาปรากฏอยู่ในห้องของนาง และด้านนอกก็เงียบสงบ ตอนที่คนคนนั้นมารับมือกับหงเซียว น่าจะไม่ได้ทำให้คนอื่นที่อยู่ในตำหนักตื่นตระหนก น่าแปลกที่กุ่ยเม่ยไม่ได้ลงมือ กลับเป็นหงเซียวลงมือก่อน
ตามหลักแล้ว ฝีมือการสู้รบของกุ่ยเม่ยอยู่เหนือกว่าหงเซียว
หงเซียวเห็น ไม่มีเหตุผลที่กุ่ยเม่ยจะไม่เห็น
มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว นั่นก็คือฝีมือการต่อสู้ของคนคนนั้นอยู่เหนือกว่าทั้งสองคน จึงตั้งใจให้หงเซียวเห็นคนเดียว แล้วให้ตนเองมาเห็นจดหมายฉบับนี้
เมื่อหงเซียวคิดดูดีๆแล้วก็กำหมัดแน่น “หากเป้าหมายคือท่านอ๋อง แล้วทำไมต้องลงมือกับฮองเฮา?”
“หากข้ารู้ วันนี้ก็ไม่ต้องกระวนกระวายขนาดนี้” กู้อ้าวเวยสวมใส่เสื้อผ้าเรียบร้อย ยกมือโยนกระดาษแผ่นนั้นลงไปในอ่างน้ำ น้ำหมึกละลายหายหมด แล้วให้หงเซียวเอาลูกธนูไปให้กุ่ยเม่ยดู ถามดูว่าพวกเขาสามารถดูอะไรออกไหม
และในที่ลับด้านนอกตำหนัก มีเงามืดเงาหนึ่งกำลังอมยิ้ม หลบซ่อนไว้ในความมืด
กุ่ยเม่ยหยิบลูกธนูขึ้นมาดูอย่างละเอียด “หัวลูกธนูนี้ไม่เรียบร้อย และบนลูกธนูเปื้อนไปด้วยเลือด เจ้าทำร้ายเขาหรือ?”
“เปล่า” หงเซียวส่ายหัว
คนมีวรยุทธทั้งสองคนต่างก็กำลังสับสนสงสัย กู้อ้าวเวยมองดูท่าทีทั้งสองคนที่กำลังครุ่นคิดเกี่ยวกับลูกธนูดอกนั้นอย่างสนใจ และก็เห็นว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องคิดมากขนาดนั้น จึงพูดขึ้นว่า “ในเมื่อเป็นลูกธนูส่งสาส์น คนคนนั้นส่งมาอย่างรีบร้อนคงไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้แน่ ข้าแค่สงสัยว่าเลือดบนลูกธนูนี้มาจากไหน”
สถานที่ในวังที่สามารถเห็นเลือดมีไม่มาก จะพูดไปแล้วก็มีขันทีนางกำนัลไม่น้อยที่ถูกลงโทษจนเลือดไหล แต่เมื่อคิดดูดีๆ ด้านนอกในวังพบเห็นเลือดได้น้อยมาก เพราะยังไงก็ถือว่าไม่เป็นมงคล
เลือดนี้เปื้อนอยู่บนลูกธนู ปกติลูกธนูควรที่จะอยู่ในซองเก็บลูกธนูด้านหลัง ยากที่จะปนเปื้อน
มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว….
“ถึงไม่รู้ว่าทำไม แต่เลือดนี้เหมือนเขาถูกลูกธนูทำให้บาดเจ็บ แล้วตั้งใจเก็บเอาไว้มากกว่า” กุ่ยเม่ยพูดขึ้นแล้วก็มองดูนิ้วมือของหงเซียว ยกมือหยิบลูกธนูนั้นให้กลับกู้อ้าวเวย
มองดูสีเลือดที่เปื้อนบนลูกธนู กู้อ้าวเวยกับกุ่ยเม่ยมองสบตากัน “เจ้าคิดว่า คนคนนั้นตั้งใจที่จะเก็บเลือดนี้ไว้?”
“ใครจะไปรู้ล่ะ?” กุ่ยเม่ยขมวดคิ้ว
กู้อ้าวเวยเอาขึ้นมาดมดู เป็นเลือดที่มีกลิ่นหอมหวานจริง จึงเอาของยาโรยไปบนนั้น สีดูเปลี่ยนไป กู้อ้าวเวยเงียบ “พิษรากถุงน้ำดีหงส์ เป็นคนร้ายที่ลอบทำร้ายฮองเฮาในวันนั้น”
“ไม่รู้ว่าสิ่งของที่ฮองเฮาใช้ทำร้ายคนร้ายในวันนั้นหาเจอหรือยัง?”
วันนั้นพวกเขาต่างก็สงสัยว่าฮองเฮาต่อสู้จนคนร้ายได้รับบาดเจ็บ แต่จนถึงวันนี้ ก็ไม่พบว่าภายในตำหนักฮองเฮามีสิ่งของอะไรหายไป เพราะบนพื้นเต็มไปด้วยเลือดที่เปื้อนพิษรากถุงน้ำดีหงส์ คนที่เข้ามาจัดการพวกนั้นต่างก็ต้องระวังแล้วระวังอีก คิดว่าคงต้องอีกสักพักถึงจะมีคนเข้าไปรื้อค้นอีก
กู้อ้าวเวยเหม่อลอย ในขณะที่กำลังครุ่นคิด พวกองครักษ์ที่เฝ้าอยู่ด้านนอกตำหนักกลับเดินเข้ามา ฉีหรัวถวายบังคมพร้อมขอแสดงความยินดีที่ไดได้ขอเข้าวัง บอกว่า…ขอแสดงความยินดีที่ได้บุตร”
พวกองครักษ์เพิ่งพูดเสร็จ ไม่รู้เลยว่ายินดีที่ได้บุตรนี้เป็นคำอวยพรหรือเป็นอย่างอื่น
กุ่ยเม่ยกับหงเซียวกลับเห็นเพียงผู้หญิงสองคนย่อคำนับแล้วก็ลุกขึ้นมา ฉีหรัวก็รีบให้พวกเขารีบเอาคนเข้าไป แล้วดวงตาทั้งคู่ก็แดงกล่ำขึ้นมาทันที ถือผ้าแล้วเดินไปมาอยู่ภายในห้อง กู้อ้าวเวยกลับดูมีความสุข ยื่นมือขึ้นมาพูดพึมพำเป็นภาษาเด็ก เป็นผู้หญิงหรือผู้ชายน่าจะตั้งชื่อว่าอย่างไรดี
หงเซียวยังไม่ทันรู้เรื่อง กุ่ยเม่ยก็ไอแล้วพูดขึ้นว่า “หยินเชี่ยวคลอดลูกแล้ว จึงส่งจดหมายมา คิดว่าคงปลอดภัยทั้งสองแม่ลูก”
แคว้นเอ่อตานห่างไกลจากแคว้นชางหลานพันกว่าลี้ ข่าวที่ส่งมาก็น่าจะเป็นเรื่องครึ่งเดือนก่อนหน้านี้ กุ่ยเม่ยก็ค่อยวางใจตาม