ตอนที่ 1111
บทที่ 1111 กำลังพอดี
October 31, 2026
บทที่ 1111 กำลังพอดี
เจอกันที่หอเยาเยว่ เพียงแค่สองพี่น้อง
ท้องฟ้าสดใสในฤดูหนาว แม้แต่ในห้องพิเศษชั้นสองของหอเยาเยว่ ก็ดูกว้างขวางสว่างไสว เจอกันตรงหน้าต่างยังปักไว้ด้วยกิ่งดอกเหมย บนโต๊ะเก้าอี้สลักไปด้วยภาพเทพธิดาบนสวรรค์ ไม่ประดับตกแต่งด้วยสิ่งอื่นอีก ทำให้ยิ่งดูผ่อนคลายและสง่างามมากยิ่งขึ้น
หลายวันนี้ซ่านเซิ่งหานยุ่งอยู่กับงานราชการจนเท้าแทบไม่ติดพื้น ตอนนี้ถูกซ่านเชียนหยวนเรียกออกมา ใต้ขอบตาดำคล้ำไปหมด เยว่ในฐานะที่เป็นสนมก็ไม่ได้ติดตามอยู่ทุกวัน แต่ให้เฟิงเยว่ติดตามอยู่ข้างกาย อย่างสุภาพเรียบร้อย
“วันนี้น้องสี่ตามข้ามา มีเรื่องอะไรหรือ?”ซ่านเซิ่งหานยกเหล้าดอกท้อในฤดูใบไม้ผลิขึ้นมาดื่ม ค่อยๆถอนหายใจออกมา พร้อมทั้งสั่งคนอุ่นเหล้าให้อุ่นแล้วก็ยกขึ้นใหม่
เมื่อกี้ซ่านเซิ่งหานตากหิมะหนาวเหน็บมาจากในราชสำนัก เสื้อผ้ายังไม่ทันเปลี่ยน ระหว่างคิ้วเผยให้เห็นถึงความอ่อนล้า
“เพื่อเรื่องของกู้อ้าวเวย ไม่รู้ว่าเสด็จพี่สามจะยอมช่วยเหลือไหม”
“ต้องช่วยเหลืออยู่แล้ว”
เมื่อพูดเสร็จ แววตาซ่านเซิ่งหานสว่างไสวขึ้น พร้อมตอบรับอย่างยินดี
ซ่านเชียนหยวนกลับคิดไม่ถึงว่าเขาจะตอบตกลงได้อย่างทันทีเช่นนี้ จึงพูดขึ้นว่า “เสด็จพี่สามไม่ถามข้าหรือว่าด้วยเรื่องอะไร?”
“ไม่ว่าจะเรื่องอะไรเวลาใด เรื่องนี้ก็เกี่ยวข้องกับนาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวหรือส่วนรวม ข้าก็ควรมีส่วนร่วม”
ซ่านเซิ่งหานวางจอกเหล้าว่างเปล่าลงบนโต๊ะอย่างแรง ความสุขุมเยือกเย็นที่มีในยามปกติ ตอนนี้กลับกลายเป็นความใจร้อนอย่างอดทนไม่ไหว
“ตอนนี้นางถูกขังอยู่ในจวนอ๋องจิ้ง สุขสบายดีหรือเปล่าไม่รู้ อยากขอให้เสด็จพี่สามช่วยไปดูให้ข้าที”
ซ่านเชียนหยวนเอามือทั้งสองประสานกันแล้วยกขึ้นในระดับหน้าอก พูดตามคำพูดของฉีหรัวออกมาทุกคำ
วิธีพูดเช่นนี้ ไม่เป็นการทำให้เกิดความบาดหมางระหว่างเสด็จพี่สามกับเสด็จอา และก็ไม่เป็นการบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเพื่ออะไร หากซ่านเซิ่งหานยังจะถามอะไรอีก เขาก็ยังมีข้ออ้างบิดเบือนคลุมเครืออีกมากมาย เสด็จพี่สามฉลาดหลักแหลม จะต้องรู้อยู่แล้วว่า คำพูดของเขานั้นบ่งบอกถึงความจริงอย่างไร
ซ่านเซิ่งหานเงียบสงบลง ครุ่นคิดอยู่เนิ่นนาน ค่อยเงยหน้าขึ้นมามองดูซ่านเชียนหยวนพร้อมพูด ว่า “น้องสี่ น่าสนใจจริงๆ”
“น่าสนใจ?”ซ่านเชียนหยวนพูดทวนขึ้น
กลับได้ยินซ่านเซิ่งหานสะบัดแขนเสื้อแล้วลุกขึ้น เอามือทั้งสองประสานกันแล้วลุกขึ้นพูดขึ้นว่า “ข้าไม่ชอบน้องชายอย่างเจ้า และก็ไม่ชอบเสด็จอา ชอบเพียงนิสัยของกู้อ้าวเวย แต่เพราะว่านางไม่เคยต้องการอะไรจากข้า ขออะไร ก็แลกเปลี่ยนด้วยสิ่งของ ไม่เคยเอาความรู้สึกมาเกี่ยวข้อง”
ซ่านเชียนหยวนมองดูเสด็จพี่คนนี้อย่างนิ่งงัน รู้สึกว่าลมด้านข้างเหมือนจะค่อนข้างแรงยิ่งขึ้น
กิ่งดอกเหมยในแจกันหักตกลงพื้น ถูกลมพัดมาหล่นอยู่ข้างเท้าซ่านเชียนหยวนส่วนเฟิงเยว่คนนั้น กลับโน้มตัวลงมาเก็บกิ่งไม้นี้ขึ้นมา แล้วเก็บไปไว้ที่เดิม
ซ่านเซิ่งหานจากไปอย่างไม่หันหน้ากลับมา เฟิงเยว่พูดกับซ่านเชียนหยวนอย่างเคารพนอบน้อมว่า
“ท่านอ๋องรับรู้ถึงความต้องการของคุณหนูกู้เป็นอย่างดี เดิมไม่ได้อยากที่จะแย่งคนกับใคร แต่ตอนนั้นอ๋องจิ้งรังแกเหยียดหยามคุณหนูกู้ครั้งแล้วครั้งเล่า วันนี้เขากลับขังคุณหนูกู้ไว้ในจวนไม่ให้ออกมา เป็นการทำให้ท่านอ๋องวางใจไม่ลง” เฟิงเยว่เงยหน้าขึ้นมาด้วยสีหน้าจนใจ มองสบตากับซ่านเชียนหยวนอย่างกล้าหาญพร้อมพูดขึ้นว่า “อีกอย่าง คุณหนูกู้ก็ไม่เคยมีความรู้สึกอะไรกับท่านอ๋อง เสด็จอ๋องจงผิงกับคนอื่น กลับอาศัยความรู้สึกนี้มาเรียกร้องอีก ท่านอ๋องของข้าไม่น่าสงสารหรือ”
“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนี้....”
“ไม่ว่าเสด็จอ๋องจงผิงหมายความเช่นนี้หรือไม่ ตอนนี้ท่านอ๋องของข้า ก็จะไม่ปล่อยให้เสด็จอ๋องจิ้งทำอะไรตามใจเช่นนี้อีกแล้ว ของเสด็จอ๋องจงผิงปกป้องตัวเองให้ดี อย่าได้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าท่านอ๋องไม่เห็นแก่ความสัมพันธ์ฉันพี่น้อง”
สีหน้าเฟิงเยว่เย็นชา ทิ้งคำพูดประโยคนี้ไว้แล้วก็เดินตามซ่านเซิ่งหานไป
แล้วก็เหลือเพียงซ่านเชียนหยวนนั่งอยู่ในหอเยาเยว่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดายคนเดียว พูดอะไรไม่ออกอยู่เนิ่นนาน