ตอนที่ 1118
บทที่ 1118 ยากที่จะพูด
October 31, 2026
บทที่ 1118 ยากที่จะพูด
ที่ขณะที่สลบอยู่ก็ไม่ได้หยุดพักเลย
ยู่จุนยกมือบีบไหล่ของกู้อ้าวเวยไว้ ค่อยๆเอายาขมถ้วยนั้นกรอกเข้าไปในปากของนาง ยารสขมไหลเปื้อนหมอนของนางไปเสียส่วนใหญ่ ไปยังไงก็ยังได้ดื่มลงไปบ้าง
หยูนซีถูกส่งกลับมายังตำหนักแต่แรกแล้ว บนใบหน้าเผยให้เห็นถึงรอยฝ่ามืออย่างชัดเจน เอนพิงอยู่บนเตียงแล้วก็มองดูยู่จุนอยู่อย่างเงียบๆ
“นางเป็นใครกันแน่?”หยูนซีมองดูการกระทำที่อ่อนโยนของยู่จุน ก็อดไม่ได้จึงถามขึ้น
มือยู่จุนหยุดชะงัก แล้วพูดขึ้นอย่างจริงจังว่า “ตอนนั้นข้าแค่เห็นว่าตำแหน่งดวงดาวมีการเปลี่ยนแปลง ข้าก็ไม่รู้ว่าคนคนนี้เป็นวิญญาณบรรพบุรุษตระกูลหยุนสิงในร่างใหม่หรือไม่ หรือเป็นการแกล้งกระทำของนังเด็กนั่นในตอนนั้น โกหกข้าว่านางไม่ใช่คนในตอนนั้น”
ตอนนั้นยู่จุนเคยมอบยันต์ทองแผ่นหนึ่งให้กับกู้อ้าวเวย แล้วก็จากไป
ยันต์ทองแผ่นนี้ สามารถทำให้คนตายแล้วฟื้นหรือไม่ตอนนี้ยังไม่รู้ แต่หลังจากที่ยู่จุนฟื้นขึ้นมา ก็ได้ยินเรื่องราวต่างๆมากมายของกู้อ้าวเวย จึงรู้ว่านิสัยของนางเปลี่ยนไปจากเมื่อตอนเด็กอย่างมาก นิสัยก้าวร้าว ไม่โง่เหมือนเมื่อตอนยังเป็นเด็ก และไม่พูดเรื่องไร้สาระอีกว่าอยากเป็นปลา และก็ไม่ใช่นังเด็กที่จะหลงรักบัณฑิตจนๆได้อย่างง่ายดาย
ในขณะที่นางกับหยูนซีกำลังคิดอะไรกันอยู่เพลินๆ นางกำนัลที่อยู่ด้านนอกประตูก็รีบเข้ามาพูดขึ้นว่า “แม่นางยู่ เสด็จอ๋องจิ้งพาแม่นางคนหนึ่งที่ชื่อหลานเอ๋อร์มา บอกว่า.... ส่งมาให้คอยปรนนิบัติแม่นางกู้คนนี้”
นางกำนัลคุกเข่าก้มหน้า อย่างไม่กล้าเงยหน้าขึ้น
“หลานเอ๋อร์ยังไม่ตาย?”ยู่จุนตกตะลึง แล้วก็ให้คนพาเขามาเจอในห้องโถง
หยูนซีกลับยังคงแสดงสีหน้าเรียบเฉยอย่างไม่รู้เรื่องอะไร รับกู้อ้าวเวยมาดูแลต่อจากมือยู่จุน เมื่อเห็นยู่จุนจากไป ก็ได้แอบสั่งให้สาวใช้พาอี้จื๋อไปไว้ในตำหนักด้านหลัง ไม่ให้ใครได้เยี่ยม และก็ได้สั่งให้ทหารรักษาพระองค์มาเฝ้าไว้ กลัวว่าซ่านจินจื๋อจะมาแย่งชิงทั้งสองคนไป
ยู่จุนมองดูผู้หญิงที่ยืนอยู่ด้านหลังซ่านจินจื๋อ พิจารณาดูพร้อมพูดขึ้นว่า “นางไม่มีความจำเป็นต้องมีคนดูแลมากกว่านี้”
“หากนางเครียด ก็จะทำให้ยากต่อการรักษา” ซ่านจินจื๋อผลักหลานเอ๋อร์ไปตรงหน้าของนาง หลานเอ๋อร์ล้มนั่งลงตรงหน้ายู่จุน รีบขยับตัว คุกเข่าอยู่บนพื้นพร้อมพูดว่า “หลานเอ๋อร์ ไม่ได้ตั้งใจฆ่าเด็กใบ้คนนั้น”
ดวงตายู่จุนหรี่ลง แล้วก็หัวเราะ
“เจ้ารู้ไหมว่าเด็กใบ้คนนั้นเป็นใคร?”
“หลานเอ๋อร์รู้อยู่แล้ว เมื่อก่อนหลานเอ๋อร์คอยรับใช้นายท่าน จึงพอรู้เรื่องตำบลเหยสุ่ยอยู่บ้าง คนตำบลเหยสุ่ยล้วนฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็น และได้อ้างชื่อองค์ชายสามเพื่อข่มขู่ควบคุมหลานเอ๋อร์ หลานเอ๋อร์กลัวว่าเรื่องนี้จะมีการเปลี่ยนแปลง จึง....”
พูดเช่นนี้ เท่ากับหลานเอ๋อร์ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับองค์ชายสามเลย
ถ้าเป็นเพียงส่วนหนึ่งเล็กๆเท่านั้น คำพูดที่พูดพวกนี้กล่องไม่ส่งผลกระทบใดใด
แต่ยู่จุนก็รู้ว่าก่อนหน้านี้นางทำงานให้กับองค์ชายสาม ตั้งใจส่งมาเป็นไส้ศึก ตอนนี้เห็นนางมากับซ่านจินจื๋อ ก็ดูไม่ออกว่าทั้งสองคนสนิทสนมกัน จึงขมวดคิ้วพูดขึ้นว่า “แล้วทำไมเจ้ายังกล้าเข้ามาในวัง”
“ตอนนั้นคุณหนูกู้ช่วยชีวิตข้าไว้ ตอนนี้หลานเอ๋อร์ได้จัดการเรื่องภายในครอบครัวเรียบร้อยแล้ว ชีวิตที่เหลือนี้จึงขอใช้ทดแทนบุญคุณ”หลานเอ๋อร์เบิกตาโต เพื่อแสดงให้เห็นถึงความจริงใจ
เด็กคนนี้ ดูไม่ออกว่าพูดความจริงดูเท็จ
ในใจซ่านจินจื๋อกับยู่จุน มีความเห็นเหมือนกัน
แต่ความเคารพของหลานเอ๋อร์ในตอนนี้ ซ่านจินจื๋อก็คิดอยากที่จะส่งหลานเอ๋อร์มา
ยู่จุนครุ่นคิดอยู่ในใจ แล้วก็ตัดสินใจรับคนคนนี้ไว้ สั่งคนพานางไปเปลี่ยนสวมชุดนางกำนัล แล้วก็มองดูซ่านจินจื๋อ พร้อมยิ้มพูดขึ้นว่า “ส่งคนมาถึงแล้ว เสด็จอ๋องจิ้งยังมีธุระอะไรอีกไหม?”
“ยังมีเรื่องตำแหน่งฮ่องเต้ เจ้ายังไม่เคยให้คำมั่นสัญญา”
ซ่านจินจื๋อพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม มือกำหมัดไว้แน่นอย่างไม่รู้ตัว ดวงตาเยือกเย็นจนทำให้ยู่จุนขมวดคิ้วอย่างไม่เป็นสุข ขนลุกไปทั้งตัว