ตอนที่ 1119
บทที่ 1119 ชั่วชีวิตนี้ช่างเถอะ
October 31, 2026
บทที่ 1119 ชั่วชีวิตนี้ช่างเถอะ
เปลี่ยนแปลงมาเรื่อยๆตลอด
ตอนนี้กู้อ้าวเวยยังไม่รู้ว่าภาพความฝันในตอนนั้นที่นางเคยฝันเห็นเกี่ยวกับมหันตภัยไฟจากฟ้า ไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องกับยู่จุนหรือไม่
เดิมคิดว่าตอนนั้นยู่จุน เพียงแค่สนิทสนมกับกู้อ้าวเวยในตอนเด็ก หรือเห็นนางเป็นเพียงอาวุธสิ่งหนึ่งเพื่อใช้ประโยชน์ โดยใช้ยันต์ทองนั่นเป็นสื่อ ทำให้นางต้องมาสิงในร่างนี้
ตอนนี้เมื่อได้รู้ความจริง ในที่สุดนางก็ยังไม่ปล่อยวางความเกลียดแค้น
ความเกลียดแค้นนี้เป็นมาอย่างแปลกประหลาด
“เจ้ากับฮ่องเต้รักใคร่กัน แล้วทำไมยังต้องทำให้ตระกูลซ่านล้มสะลาย”กู้อ้าวเวยไม่เข้าใจ
ใบหน้ายู่จุนกลับแสดงท่าทีอมยิ้มอย่างดูถูก นั่งลงข้างเตียงแล้วก็มองดูหยูนซีที่นั่งอยู่ตรงมุมหนึ่ง ผ่านไปเนิ่นนานค่อยพูดขึ้นว่า “ในเมื่อเจ้าเป็นคนตระกูลเดียวกับพวกเรา จะไม่รู้หรือ....”
ดวงตาของหยูนซีก็เศร้าลงตาม น้ำเสียงของยู่จุนก็แว่วดังขึ้น
“ผู้หญิงตระกูลหยุน ไม่ได้ตำแหน่งฮ่องเต้ ลูกหลานน้อยคนที่จะได้เป็นขุนนาง จึงไม่อนุญาตให้คนรุ่นหลังของตระกูลหยุนเปิดโรงหมอ ห้ามถ่ายทอดความสามารถทางการแพทย์ให้กับคนอื่น ยากที่จะช่วยคน ทุกคนบนโลกต่างก็รู้จักผู้หญิงตระกูลหยุน และกล่าวขานผู้ชายตระกูลหยุนว่า เป็นคนไร้ความสามารถ แม้แต่หมอเทวดาเทียนหมาง ที่เป็นคนมีความสามารถอัจฉริยะมีพรสวรรค์ที่สุดในตอนนั้น ก็ทุกราชวงศ์ตระกูลซ่านทำร้ายดวงตาทั้งคู่ เพื่อป้องกันการก่อกบฏในอนาคต เรื่องต่างๆนานา เจ้าล้วนไม่เคยเห็น จึงไม่รู้”
ปลายเล็บมือของทั้งสองคนขาวซีด ใบหน้าก็ขาวซีด
ส่วนกู้อ้าวเวยกลับเพียงเบิกตาโต คิดถึงตอนนั้นซ่านจินจื๋อสามารถใช้ตนเองใส่ร้ายว่าตระกูลหยุนขายชาติให้กับศัตรู จนเกิดภัยพิบัติอย่างไม่คาดคิด จึงรู้ว่าเวลานานหลายปีมานี้ ตระกูลหยุนไร้ความสามารถ ยอมให้คนอื่นโขกสับ
“ความเกลียดชังนี้ เจ้ากลับเหมือนยิ่งเห็นอกเห็นใจมากกว่า”กู้อ้าวเวยกัดฟันลุกขึ้น
“ตระกูลหยุนชำนาญการใช้ยา ตระกูลยู่ของข้าชำนาญพิษกู่อูมากกว่า” ยู่จุนอมยิ้ม ยกมือประคองกู้อ้าวเวยที่มีหน้าตาคล้ายหยูนซี พร้อมหัวเราะพูดขึ้นว่า “พูดไปอาจจะไม่เชื่อ ตั้งแต่ข้าเกิดมา ก็สามารถฝันเห็นถึงก่อนและหลังเกิดมหันตภัยไฟจากฟ้า ตอนเด็กเวลากลางคืนจะรู้สึกว่าทรมานยากที่จะนอนหลับ เมื่อโตแล้วกลับพบว่า ทั้งหมดนี้... ล้วนถูกกำหนดไว้แล้ว บรรพบุรุษส่งข้ามาเพื่อจบเรื่องนี้”
เรื่องนี้แปลกประหลาด กู้อ้าวเวยไม่เชื่อไม่ได้
ความบ้าคลั่ง กับความเกลียดแค้นในดวงตายู่จุนดูไม่เป็นเท็จ... เหมือนกับนางที่เป็นคนสองภพมากกว่า ไม่เพียงมีร่างกายอยู่ที่นี่ ยังมีชีวิตอยู่ที่อื่น เป็นเหตุผลที่ทำให้ขัดแย้งและหมกมุ่น ท้ายที่สุดก็เดินมาถึงจุดที่ยากที่จะถอยหลัง
ปลายนิ้วมือเรียวยาว สัมผัสจับปลายคางของนางอย่างเชื่องช้า แล้วค่อยๆเงยขึ้น
“เหมือนกับการมาของเจ้า ช่วยไขปริศนายาอายุวัฒนะให้กับพวกเรา และสามารถหาพื้นที่อุดมสมบูรณ์ได้แล้ว ยังสามารถเอาชนะใจของราชวงศ์ตระกูลซ่าน ทุกสรรพสิ่ง ล้วนถูกลิขิตไว้แล้ว”
น้ำเสียงอ่อนโยนของยู่จุนดังอยู่ในหู กลับทำให้ร่างกายกู้อ้าวเวยอึดอัดจนรู้สึกถึงเพียงความน่ากลัว
แต่เวลานี้ กู้อ้าวเวยกลับหัวเราะออกมา พร้อมพูดขึ้นด้วยเสียงเบาว่า “ตอนนี้เมื่อคิดดูแล้ว ในวันอภิเษกหลังจากที่ข้ามาถึงที่นี่ ได้รับรู้ถึงยาอายุวัฒนะ ก็รู้สึกแปลกใจ จึงเพียงแค่อยากรู้ว่ายาอายุวัฒนะนี้ เป็นอะไรกันแน่....”
“เจ้ายังมีชีวิตอยู่ ก็เท่ากับประสบความสำเร็จแล้วหนึ่งครึ่ง”
สีหน้ายู่จุนเยือกเย็น ปลายนิ้วที่จับคางของนางไว้แน่นยิ่งขึ้น จนแทบจะเป็นการกระชากนางมาด้านข้างกาย แล้วมองสบตากัน
ดวงตาคู่หนึ่งเต็มไปด้วยความดีใจอย่างบ้าคลั่ง ส่วนดวงตาอีกคู่หนึ่ง กลับเหลือเพียงความแน่นิ่ง
มองตากันอยู่เนิ่นนาน กู้อ้าวเวยค่อยพูดขึ้นว่า “ตอนนี้เพิ่งรู้ เดิมบนโลกนี้ไม่มียาอายุวัฒนะอยู่แล้ว”
ดวงตาคู่สวยของยู่จุนกระตุก กำลังจะยกมือขึ้น กลับถูกหยูนซีที่อยู่ด้านข้างมองเห็น จับข้อมือของนางไว้เบาๆ แล้วก็จ้องมองดูกู้อ้าวเวยด้วยดวงตาแดงก่ำ พร้อมพูดขึ้นว่า “อี้จื๋อก็อยู่ที่นี่ หากเจ้าไม่อยากทรมานไปมากกว่านี้ ก็ให้เชื่อฟังอย่างว่าง่าย”
หยูนซีเป็นใครกันแน่ ต้องการอะไร?