ตอนที่ 1120
บทที่ 1120 ความหวังเดียว
October 31, 2026
บทที่ 1120 ความหวังเดียว
ขาทั้งคู่คุกเข่าจนชา แม้แต่มือก็ชาเหมือนกัน
หัวแทบจะทิ่มเข้าไปในกองหิมะ ยากที่จะลุกขึ้นมาไปรับร่างกายที่บอบบางนั้น รู้สึกเพียงร่างกายขาวผ่องภายในเสื้อ ขาวพราวอยู่ภายใต้หิมะนี้อย่างแสบตา โชคดีที่มีสาวใช้รีบมาประคองนางไว้ แต่ก็ปกปิดเลือดสีแดงตรงปลายนิ้วมือที่เปื้อนมุมปลายกระโปรงของนางไว้ไม่ได้
ยู่จุนรีบออกมา มองดูอยู่อย่างเป็นห่วง พร้อมทั้งให้ทุกคนพากู้อ้าวเวยเข้าไปในห้อง แล้วก็หันไปมองดูซ่านจินจื๋อที่อยู่บนพื้นหิมะด้วยสายตาเย็นชา เห็นร่างกายของเขาล้มมาข้างหน้า
“เจ้ารู้คำตอบแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องคุกเข่าต่อไปแล้ว”
ทิ้งประโยคนี้ไว้ คนภายในวังและคนนอกวัง ต่างก็ตามเข้าไปในตำหนัก
ร่างกายซ่านจินจื๋อโอนเอน มีเพียงมือข้างเดียวที่ค้ำไว้บนหิมะจึงไม่ล้มลงบนพื้น ดวงตาแดงก่ำ หวนคิดถึงฤดูหนาวเมื่อหลายปีก่อน กู้อ้าวเวยสวมชุดเสื้อผ้าตัวบางคุกเข่าอยู่บนพื้นหิมะ ขอร้องอยู่อย่างขมขื่นผ่านบานหน้าต่างบานหนึ่งกั้นไว้
ตอนนั้น ภัยพิบัติตระกูลหยุน เขาเป็นคนวางแผนด้วยมือตัวเอง
ตอนนี้ก็เป็นเขาที่วางแผนด้วยตัวเอง แต่ตอนนี้คนที่คุกเข่ากลายเป็นเขา คนที่ลังเล กลับกลายเป็นกู้อ้าวเวย
บุญคุณความแค้นต้องทดแทน เป็นเช่นนี้นี่เอง
เลือดเต็มปากที่อดกลั้นไว้ เขายืดหลังตรงคุกเข่า ไม่ขยับเขยื้อนอีก
มองไปไกลๆผ่านช่องว่าง หยูนซียังคงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งเหมือนที่ผ่านมา แล้วก็ล้มนั่งลงบนเก้าอี้ด้านข้าง
ยู่จุนไม่สนใจกับความบ้าคลั่งของนาง ตั้งใจตรวจชีพจรให้กับคนที่อยู่บนเตียงอยู่หลายครั้ง แม้แต่ความชอบกับความคาดหวังสูตรยาอายุวัฒนะ ก็มีความสับสนเล็กน้อย
ชีพจรอ่อน เป็นชีพจรของคนที่กำลังใกล้จะตาย แต่ก็ไม่เห็นมีสีหน้าที่ดูสดใสก่อนที่จะตาย แต่ก็ไม่เห็นนางมีอาการหายใจไม่ออก หายใจลำบากเหมือนคนกำลังจะตาย กลับนอกจากร่างกายค่อนข้างอ่อนแอแล้ว ก็ไม่มีอาการถึงขั้นใกล้เสียชีวิตพวกนี้เลย
ไม่เคยเจอกับชีพจรเช่นนี้เลย ดวงตาของยู่จุนฉายแววลังเล แต่ก็ยังอยากที่จะขุดคุ้ยเอาสิ่งที่ร่ำเรียนทั้งหมดมานานหลายปี เอาสูตรยาอายุวัฒนะมาครอบครอง
ลมหิมะด้านนอกประตูยิ่งแรง เป็นถึงท่านอ๋องคนหนึ่งคุกเข่าอยู่บนพื้นหิมะ และก็ไม่มีใครกล้าไปพูดโน้มน้าว
รอถึงเช้าวันรุ่งขึ้น ไม่มีรุ่งอรุณที่ขอบฟ้าอีกต่อไป มีเพียงสีดำอืมครึมภายใต้พายุหิมะ พวกขันทีนางกำนัลช่วงเช้า กลับมองเห็นสองร่างที่ลานอย่างไกลๆ....สีดำขึงขังไปทั้งหมด
กู้อ้าวเวยสวมชุดดำเหมือนกัน มีเพียงขนสีดำของจิ้งจอกสีเงินบนไหล่เท่านั้นที่ถูกพันไว้รอบกาย ตอนนี้ได้ยืนอยู่ตรงหน้าซ่านจินจื๋อ จ้องมองดูเขาอยู่เนิ่นนาน จนปลายนิ้วมือแดงเพราะความหนาว ปลายหูที่แดงอยู่แล้ว ช้ำจนเกิดอาการบวมเป็นน้ำเหลือง กลับไม่มีความรู้สึกอะไร
คนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า เกือบครึ่งหนึ่งของร่างกายของเขาถูกปกคลุมไปด้วยหิมะเป็นชั้นๆ ไม่ขยับเขยื้อนมาหนึ่งวันหนึ่งคืน แม้แต่อาหารที่อยู่ด้านข้างมือก็เย็นจนแข็ง
ในขณะที่ซ่านจินจื๋อกำลังจะยกมือขึ้น กู้อ้าวเวยค่อยพูดขึ้นว่า
“การกระทำเช่นนี้ของเจ้า เป็นการชดเชยที่ข้าคุกเข่าในตอนนั้นหรือ?”
การกระทำหยุดชะงัก ซ่านจินจื๋อชักมือกลับ หิมะที่อยู่บนไหล่ก็ร่วงตกลงมา
“ถือเป็นข้าชดเชยที่กระทำไปในตอนนั้น”
กู้อ้าวเวยกำมือแน่น สุดท้ายแล้วก็คลายออก ปล่อยให้นิ้วเรียวยาวสองสามนิ้วพันเกี่ยวกันจับตรงมุมของเสื้อผ้า จากนั้นก็ถอดสายเชือกสีแดงออกจากข้อมือ โยนไปที่มือของซ่านจินจื๋อ พร้อมพูดว่า “เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว ไม่จำเป็นต้องคุกเข่าจนเท้าทั้งคู่เสียหาย จะกลายเป็นภาระให้ศิษย์ของข้ามารักษาในภายหน้า...”