ตอนที่ 1122
บทที่ 1122 เชือกแดงด้ายทอง
October 31, 2026
บทที่ 1122 เชือกแดงด้ายทอง
สายเชือกข้อมือสีแดง ถักทออย่างหยาบเหมือนสาวน้อยที่เพิ่งเข้ามาในห้องเย็บปักถักร้อย มีเพียงอย่างเดียวที่ไม่เหมือนกับสายเชือกสีแดง ก็คือเส้นสีทองนี้ที่ละเอียดเหมือนดั่งเส้นผม เป็นงานฝีมือที่นางไม่เคยเห็นมาก่อนในทั้งสองภพนี้ เพียงแค่ผ่านมือองครักษ์ลับ แล้วค่อยมาถึงในมือของนาง
แต่ความจริงใจที่แฝงอยู่ในนี้มีเท่าไหร่ นางกลับไม่รู้
“หากแม่นางกู้ไม่ชอบ บ่าวสามารถช่วยได้”มามาในวังเดินมาหาอย่างสุภาพ และก็มาทันสัมผัสปลายเส้นเชือกสีแดงนี้ ปลายนิ้วเรียวยาวนั้นรวบเก็บได้ ซ่อนไว้อย่างมิดชิด เหลือเพียงมุมสีแดงบางมุม
“ยังไงเขาก็ทำเพื่อข้า จนเดินมาถึงอย่างทุกวันนี้”
พึมพำขึ้นด้วยเสียงเบา กลับยิ่งเหมือนพูดปลอบให้ตนเองเชื่อมากกว่า
มามามองดูนางอย่างสงสัยแว๊บหนึ่ง จากนั้นก็พูดดุขึ้นอย่างรุนแรงให้พวกองครักษ์ลับกับนางกำนัลวางตัวให้เหมาะสม
มามาคนนี้เหมือนเป็นคนของซ่านต้วนโฉง พูดจาเข้มงวด
เมื่อให้ทุกคนออกไปหมดแล้ว กู้อ้าวเวยก็ไม่ได้รีบรับเอาอี้จื๋อมาอยู่ข้างกาย กลับนั่งอยู่ข้างเตียงแล้วก็มองดูสายเชือกสีแดงในเมืองอย่างละเอียด พร้อมกับครุ่นคิด
ภายใต้ลมพายุหิมะ ซ่านจินจื๋อปกป้องอี้จื๋อไว้เป็นอย่างดี อุ้มไว้ภายใต้เสื้อคลุม แล้วก็ไม่กล้าคุกเข่าตากลม กลัวว่าอาการป่วยของอี้จื๋อจะยิ่งหนัก จึงลุกขึ้นมาแล้วก็ไปพักผ่อนอยู่ตรงห้องด้านข้าง
นางกำนัลยกชาน้ำขิงมายื่นให้กับเขา พร้อมพูดขึ้นด้วยเสียงเบาว่า “ร่างกายเสด็จอ๋องจิ้งมีค่ามาก เดิมก็ไม่ควรที่จะคุกเข่าอยู่ที่นี่”
ซ่านจินจื๋อให้เอาถ้วยน้ำขิงนั่นออกไปห่างๆอย่างไม่พูดไม่จา
นางกำนัลคนนั้นเห็นซ่านจินจื๋อไม่โกรธหรือลงโทษนาน จึงพูดขึ้นอย่างกล้าหาญอีกว่า “เสด็จองค์ชายสาม กำลังจะมาหาคุณหนูกู้คนนั้น เสด็จอ๋องจิ้งรออยู่ที่นี่จะดีกว่า”
แขนซ่านจินจื๋อที่อุ้มอี้จื๋อไว้กอดรัดแน่นขึ้น พร้อมพูดขึ้นว่า “เมื่อไหร่?”
“สักพักก็จะเข้าวังมาแล้ว คิดว่าน่าจะประมาณธูปสองดอกก็น่าจะกลับ” สาวใช้คิดเพียงว่าข่าวของตนนี้จะสามารถทำให้ตนเองได้มีโอกาสดีๆในอนาคต จึงพูดเพิ่มขึ้นอีกว่า “เมื่อกี้ฮ่องเต้ยังมีรับสั่งมาว่า เป็นลูกหลานของราชวงศ์ การคุกเข่าอยู่ในวังเพื่อผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง เป็นเรื่องที่ไม่สมควร ให้แม่นางยู่มาช่วยพูดโน้มน้าวท่าน”
แล้วยู่จุนจะมาพูดโน้มน้าวเขาได้อย่างไร ไม่ต้องพูดถึงความผิดนี้ เดิมก็เป็นตัวเขาเองที่ยินยอม
แล้วก็ได้ยินเสียงอี้จื๋อที่อยู่ในอ้อมกอดไอหลายที ซ่านจินจื๋อรีบสั่งให้คนในตำหนักเพิ่มถ่านไฟ พร้อมพูดขึ้นอย่างโมโหว่า “ยังไม่รีบส่งคุณชายกลับไปอีก?”
ขันทีที่อยู่ด้านนอกประตูรีบวิ่งกลิ้งคลานเข้ามา แทบจะล้มจนหัวทิ่มพื้น
“คุณหนูกู้บอกว่า ร่างกายนางอ่อนแอ ดูแลคุณชายไม่ไหว จึงยกให้เสด็จท่านเป็นคนดูแล”
เท่ากับเป็นการไม่ให้เข้าคุกเข่าอยู่ด้านนอกประตูหรือ?
ซ่านจินจื๋อขมวดคิ้ว ในใจกลับยิ้มหัวเราะ
ตอนนั้นเขามองดูกู้อ้าวเวยคุกเข่าตากหิมะอยู่เจ็ดวันเจ็ดคืน เดิมก็รู้ถึงความรู้สึกของนางอยู่แล้ว กลับเลือกที่จะไม่สนใจ ต้องการเพียงสูตรยาอายุวัฒนะเพื่อรักษาซูพ่านเอ๋อ
ตอนนี้เขาเพียงเพิ่งได้ชดเชยความผิดเพียงเล็กน้อย กลับถูกนางเรียกเข้ามาแล้ว
ถ่านไฟร้อนรุ่ม ก้อนน้ำแข็งบนหลังคาด้านนอกประตูก็ถูกทุบลงมาไม่น้อยแล้ว
ซ่านจินจื๋อทำได้เพียงกล่อมอี้จื๋อในอ้อมกอดให้นอนหลับไป พร้อมทั้งกอดเขาเดินไปเดินมาอยู่ภายในห้องด้วยจิตใจกระสับกระส่าย จนประตูใหญ่ตำหนักคอยๆถูกเปิดออก ซ่านเซิ่งหานพาคนเข้ามาภายใน
เขายังคงสวมด้วยชุดผืนบาง ขันทีนางกำนัลด้านหลังยังสวมชุดอบอุ่นมากกว่าเขา
มองดูเขาก้าวเดินเข้าไปในตำหนักของกู้อ้าวเวยอย่างเต็มตา
เดิมกู้อ้าวเวยเพียงงีบหลับอยู่บนโต๊ะ การเดินเข้ามาของซ่านเซิ่งหาน ทำให้นางตื่น ค่อยๆลืมตาทั้งคู่ขึ้น แล้วก็บอกสบกับสายตาที่แฝงไปด้วยรอยยิ้มของซ่านเซิ่งหาน เพียงแต่ดวงตาคู่นี้ไม่บริสุทธิ์เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ดูไม่ออก