ตอนที่ 1126
บทที่ 1126 ยังมีความเป็นมนุษย์เล็กน้อย
October 31, 2026
บทที่ 1126 ยังมีความเป็นมนุษย์เล็กน้อย
“เริ่มกันเถอะ”
เมื่อยู่จุนพูดขึ้น ทุกคนต่างก็เร่งรีบกันขึ้นมาทันที
ซ่านต้วนเฟิงถูกบังคับให้ถอดชุดชาวฮั่น ในฤดูหนาวที่หนาวเย็นเช่นนี้กลับมีเพียงเสื้อคลุมบางๆ ยืนอยู่บนแท่นหิน ปล่อยให้แม่น้ำเจิ้งสุ่ยที่เย็นฉ่ำไหลรินมาจากช่องทางเข้า หนาวเย็นจนคนที่ฝึกวรายุทธอย่างเขายังสั่นเทา และก็ทำให้ทุกคนเห็นรอยร้าวสีดำบนคอของเขาอย่างชัดเจน
กู้เฉิงยังคงอยู่ด้านข้าง มองดูอย่างเงียบๆ
มีคนเอามีดเล่มเล็กกับยาลูกกลอนมาให้ คุกเข่าอยู่ด้านข้างแท่นหิน เอาสิ่งของทั้งหมดยกสูงเหนือหัว มองไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น
ความดีใจภายในดวงตาของยู่จุน แสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน กู้อ้าวเวยกลับเอนพิงอยู่ด้านข้างอย่างง่วงนอน ก่อนพิธีการจะเริ่มขึ้นไม่นาน นางก็หาวแล้วก็ลุกขึ้นมา บอกมืออย่างเกียจคร้านให้กับยู่จุน พร้อมพูดว่า “เลือดเปื้อนแม่น้ำเจิ้งสุ่ย มีอะไรน่าดู ข้าไปให้อาหารม้า”
“เจ้าได้เคยสัมผัสกับมันด้วยตัวเองแล้ว ไม่มีอะไรต้องดูอีกจริง”สายตาของยู่จุนยังคงจ้องมองอยู่บนแท่นหิน แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะสั่งคนตามไปเฝ้าดู
ซ่านจินจื๋ออยากที่จะลุกขึ้นมาตามนางไป กลับถูกกู้อ้าวเวยกดไหล่เขาไว้ตอนที่เดินผ่าน พร้อมพูดขึ้นอย่างจริงจังว่า “เจ้าต้องดูไว้ ดูว่าชีวิตของข้านี้เป็นการยืมมาหรือเปล่า”
พูดเสร็จ นิ้วมือกู้อ้าวเวยก็ผละไปจากไหล่ของเขา แล้วก็คว้าดึงแขนเสื้อของซ่านเชียนหยวนที่อยู่ด้านข้าง ใช้แรงดึงเขาให้ลุกขึ้นมาจากที่ตรงนั้น พร้อมหัวเราะพูดขึ้นว่า “เจ้าไปเป็นเพื่อนพร้อมกับข้า”
“ข้ากำลังแปลกใจว่ายาอายุวัฒนะเป็นอะไรกันแน่...”ซ่านเชียนหยวนมองดูบนแท่นที่เต็มไปด้วยค่ายกล
“ไม่ เจ้าไม่แปลกใจ”
กู้อ้าวเวยกระชากเขาลุกขึ้นมา ซ่านเชียนหยวนร้องโอดโอย สุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้กับสายตาซ่านจินจื๋อที่หันมามองอย่างข่มขู่ จึงตามกู้อ้าวเวยจากไปอย่างเศร้าสร้อย ด้านหลังมีคนตามมาอย่างมากมาย ทำให้เขาหงุดหงิด พร้อมพูดขึ้นว่า “ก็แค่ไปให้อาหารม้าไม่ใช่หรือ จะตามมามากมายขนาดนี้ทำไม”
“แม่นางยู่มีรับสั่ง จะให้คุณหนูกู้เล่นอะไรตามอำเภอใจไม่ได้ จะต้องคอยติดตามเหมือนอย่างเงา”
ทุกคนพูดขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน ไม่รู้ว่าคำพูดประโยคนี้ท่องมาแล้วกี่รอบ
ซ่านเชียนหยวนยังอยากจะพูดอีก กู้อ้าวเวยกลับกระชากดึงแขนเสื้อของเขา มองดูเขาพร้อมพูดว่า “พวกเขาอยากตามก็ให้พวกเขาตาม ยังไงพวกเราก็ไม่พูดอะไร?”
ซ่านเชียนหยวนอ้าปากค้าง ในใจกำลังคิดว่า ไม่ควรพูดถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้หรือ?
ส่วนกู้อ้าวเวยกลับแอบกลอกตามองบนอยู่ในใจ ถึงแม้ซ่านเชียนหยวนจะไม่ถึงขั้นซื่อบื้อ แต่สถานการณ์ตอนนี้ เขาเป็นเพียงคนที่ไร้ประโยชน์ไม่มีพิษไม่มีมีภัยคนหนึ่ง รู้มากไปจะกลายเป็นภัยต่อเขา
“ไปเถอะ” กู้อ้าวเวยกระชากดึงเขา พร้อมพูดว่า “หากไม่อยากดึงฉีหรัวเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง เจ้าไม่ต้องถามมาก และก็อย่าคิดมาก"
“ข้าไม่ได้โง่” ซ่านเชียนหยวนดึงแขนของนางไว้ พร้อมพูดขึ้นว่า “ขอเพียงเจ้าไม่ตกอยู่ในมือยู่จุน เรื่องยาอายุวัฒนะก็จะไม่ถูกพวกคนนอกอย่างพวกเรารับรู้ แต่ตอนนี้มีคนตั้งเท่าไหร่ที่คอยแอบจับตาดูยู่จุน เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ ไม่รู้ว่าวันหน้าจะมีคนรู้เรื่องนี้อีกมากมายขนาดไหน ถึงตอนนั้นจะไม่โกลาหลไปทั่วโลกหรือ”
“เจ้า....ไม่โง่จริงๆ”
กู้อ้าวเวยหยุดฝีเท้า ทำเป็นมองดูซ่านเชียนหยวนอย่างตกตะลึง
ซ่านเชียนหยวนสะบัดนางออกแล้วเดินไปข้างหน้าอย่าโกรธเคือง กู้อ้าวเวยได้แต่ตามไปพูดขึ้นว่า “ที่เจ้าพูดใช่ว่าจะไม่มีเหตุผล แต่เจ้าก็อย่าลืม เดิมบนโลกนี้ก็ไม่มียาอายุวัฒนะอยู่แล้ว วันนี้หรือวันหน้า หากยังมีคนต้องการพิสูจน์เรื่องนี้ ท้ายที่สุดแล้วก็จะเจ็บปวดเองอย่างที่สุดเท่านั้น”
“เจ้ายังพูดเพื่อปกป้องเสด็จอา หากไม่ใช่เพราะเขา สิ่งนี้ก็จะไม่เกิดขึ้นบนโลกนี้”ซ่านเชียนหยวนพูดขึ้นอย่างโมโห