ตอนที่ 1130
บทที่ 1130 มีชีวิตอยู่อย่างทุกข์ทรมาน
October 31, 2026
บทที่ 1130 มีชีวิตอยู่อย่างทุกข์ทรมาน
ซ่านเชียนหยวน ออกไปจากห้องพระอักษรอย่างไม่พูดไม่จา
หวางกงกงกลับมาหาอย่างเร่งรีบ สั่งคนรั้งตัวเขาไว้ด้านนอกประตู แล้วก็ปาดเหงื่อที่หน้าผาก ค่อยพูดขึ้นอย่างตื่นตกใจว่า “เสด็จอ๋องจงผิง ฮ่องเต้มีรับสั่ง คนที่ได้ดูคำสั่งลับ จะออกไปจากพระราชวังไม่ได้ องค์ชายข้างกายฮองเฮายังอายุน้อย เสด็จอ๋องจงผิงไปดูหน่อยไหม”
เวลานี้เขาเพิ่งคิดเรื่องที่ฮองเฮาถูกลอบทำร้ายก่อนหน้านี้ขึ้นมามาได้ จึงรับปากทันที
ในเมื่อเสด็จพ่อรู้แล้ว ก็ต้องมีวิธีรับมือแล้ว งั้นเขาก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องนี้แล้ว และคำตอบนี้ก็อยู่นอกเหนือจากที่เขาคิด เมื่อคิดดูแล้ว บางทีตอนนั้นที่เสด็จพี่สามอภิเษกกับฉางอีฉิน ก็รู้ว่าเสด็จพ่อตั้งใจใช้เขากระทำเช่นนี้
ฮ่องเต้องค์ต่อไปเป็นใคร มีผลสรุปตั้งแต่วันที่เสด็จพี่สามอภิเษกแล้ว
ส่วนเวลานี้ ซ่านเชียนหยวนเป็นห่วงเสด็จอากับกู้อ้าวเวยเท่านั้น
ยังไงในเรื่องนี้ คนที่ถูกจัดให้เป็นหมากก็คือพวกเขาทั้งสองคน หลังจากเรื่องจบแล้วก็ไม่ได้รับผลประโยชน์อะไร สามารถถอนตัวออกมาจากเรื่องนี้ได้ ถือว่าเป็นอันตรายมากกว่าผลดี
หลักการเป็นฮ่องเต้ เขาไม่เข้าใจจริงๆ
ส่วนจวนอ๋องจงผิงภายนอกวัง ฉีหรัวได้รับข่าวว่า ซ่านเชียนหยวนจะอาศัยอยู่ในวังสักพัก ก็หงุดหงิดไม่สบายใจ ดีที่มีจดหมายที่ซ่านเชียนหยวนเขียนขึ้นมาเอง และให้มามาข้างกายฮองเฮามาส่งด้วยตนเอง ในใจค่อยสงบลงหน่อย
จางเหยียงซานใช้เวลาทั้งวันทั้งคืนในการช่วยถอนพิษให้กับฉางอีฉิน แต่เพราะเป็นมานานจึงยากที่จะรักษาให้ขาดได้ ฉีหรัวก็ไม่นิ่งดูดาย หลังจากสืบรู้เรื่องตระกูลฉางอย่างละเอียดแล้ว ก็เช่ารถม้าไปหากู้อ้าวเวยด้วยตัวเอง
ตอนนี้ซ่านต้วนเฟิงสลบไม่ฟื้น และพิษในร่างกายก็ถูกขับออกมากว่าครึ่งแล้ว ยู่จุนเฝ้าดูซ่านต้วนเฟิงไว้อย่างไม่ห่าง หลังจากกู้อ้าวเวยฟื้นขึ้นมาก็ปล่อยให้ซ่านจินจื๋ออยู่เป็นเพื่อน ด้านนอกประตูมีคนตำบลเหยสุ่ยเฝ้าดูอยู่เป็นจำนวนมาก
เมี่ยวหารมาถึงเร็วกว่าฉีหรัว คุกเข่าอยู่ด้านข้างเตียงกู้อ้าวเวยภายใต้พายุหิมะหนาวจัด
กู้อ้าวเวยเอนพิงอยู่ในอ้อมกอดซ่านจินจื๋อ ได้ยินว่าเขาอยากรู้สูตรยาอายุวัฒนะ ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา พร้อมพูดว่า “เพื่อยาอายุวัฒนะเจ้าฆ่าได้แม้กระทั่งอาจารย์บรรพบุรุษ และยกคนที่ัรักให้กับคนอื่น ตอนนี้ยังกล้าพูดว่าอยากได้อายุวัฒนะเพื่อซูพ่านเอ๋อ ไม่น่าขำไปหรือ”
เวลานี้เมี่ยวหารไม่มียู่จุนคอยปกป้อง สิ่งสำคัญอย่างเดียวที่มีก็คือจุ้ยเวี่ยนก็ใช้แลกกับซูพ่านเอ๋อแล้ว
ตอนนี้คิดอยากที่จะยื่นเงื่อนไขถือเป็นเรื่องเพ้อฝัน แต่ตอนนี้ เขากลับยอมที่จะคุกเข่าอยู่ตรงหน้ากู้อ้าวเวย ขอเพียงเพื่อให้ได้สูตรยามา เห็นทีคงเพราะไม่มีทางเลือกแล้ว
“ข้าไม่เคยคิดว่าเพื่อให้อ๋องจิ้งกักขังเจ้า ยู่จุนยอมทำลายสัญญาที่มีกับข้า ล้ำเส้นส่งพ่านเอ๋อออกมา” พูดถึงตรงนี้ เมี่ยวหารกำหมัดแน่น พร้อมพูดขึ้นอย่างโมโหว่า “ขอเพียงเจ้ายอมให้พ่านเอ๋อได้ยาอายุวัฒนะมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ ชีวิตของข้านี้ยอมที่จะไปอยู่เป็นเพื่อนลูกของเจ้าที่ยังไม่ได้เกิดออกมาคนนั้น.....”
“เพี๊ยะ.....”
ซ่านจินจื๋อตบลงไปหนึ่งที เมี่ยวหารล้มลงพื้น เลือดไหลออกมาจากมุมปาก
กู้อ้าวเวยกำมุมผ้าไว้แน่นด้วยสีหน้าขาวซีด ผละออกมาจากซ่านจินจื๋อ ใช้แขนเดียวจับขอบเตียงไว้ มองดูเมี่ยวหารจากที่สูง พร้อมพูดว่า “ซูพ่านเอ๋อไม่ได้ต้องการยาอายุวัฒนะ นางต้องการเป็นแม่ของแผ่นดิน ต่อให้ข้าให้สูตรยาเจ้าไป แล้วจะมีประโยชน์อะไร?”
“ก่อนหน้านี้เจ้าก็เคยตรวจชีพจรให้กับพ่านเอ๋อ น่าจะรู้อยู่แล้วว่านางกระทำเช่นนี้ ยังไงก็มีชีวิตอยู่ต่อได้อีกไม่ถึงปี” เมี่ยวหารคลานลุกขึ้นมาพร้อมเลือดเต็มปาก เอามือลูบใบหน้าร้อนผ่าวที่ถูกตบ และพูดขึ้นอย่างจริงจังว่า “ข้าค้นหามานานหลายปี เพียงเพื่อให้นางได้มีชีวิตอยู่อย่างปกติสุข.....”
ครั้งนี้ ไม่รอให้ซ่านจินจื๋อลงมือ กู้อ้าวเวยล้วงเอาสูตรยาสองใบมาจากใต้หมอนโยนไปตรงหน้าเขา
“นำปากกาหมึกกระดาษและหินหมึกมา เขียนความในใจที่เจ้ามีเจ้าต่อซูพ่านเอ๋อออกมา แล้วใช้เลือดเนื้อของเจ้าเซ่นให้กับซูพ่านเอ๋อ ข้าก็จะให้ยู่จุนจัดการเรื่องนี้ให้กับพวกเจ้า”
สีหน้ากู้อ้าวเวยเยือกเย็น มองดูสีหน้าสับสนของเมี่ยวหาร และพูดขึ้นอีกว่า “จดหมายลาตายจากเจ้า เพียงพอที่จะทำให้นางมีชีวิตอยู่ต่ออย่างทุกข์ทรมาน ข้ายอมรับข้อเสนอนี้”