ตอนที่ 1132
บทที่ 1132 น้ำที่หกไปแล้วยากที่จะเก็บ
October 31, 2026
“ทรมานมานานหลายปี จนเจ้าเหลือเวลาไม่มากแล้ว”
“หลังจากพิธีในวันนี้เสร็จสิ้นแล้ว หากเจ้าใช้เลือดเนื้อของข้าเป็นตัวนำยา จะทำให้เจ้ามีชีวิตต่ออีกเป็นร้อยปี”
“กู้อ้าวเวยรับปากข้าแล้วว่าจะไม่ทำร้ายเจ้าอีก ขอให้เจ้ามีชีวิตที่ดี”
คำพูดอีกมากมาย ก็เป็นเพียงบอกถึงที่ซ่อนทรัพย์สมบัติของตนเองให้แก่นาง ทุกคำทุกประโยคล้วนขอให้นางสงบจิตสงบใจ แขนทั้งสองข้างของซูพ่านเอ๋อก็สั่นเทาขึ้นมา ในหัวสมองวาบภาพเมื่อกี้ตอนที่เมี่ยวหารชักมีดกลับ แล้วก็ค่อยๆเข้าใจขึ้นมา
ด้านนอกกำแพง กู้อ้าวเวยเห็นจดหมายของเมี่ยวหารแต่แรกแล้ว
เกิดเป็นคนมาสองชาติ นับว่านางเคยเห็นคนมาทุกประเภท แต่คนที่รักอย่างจริงจังหมือนเมี่ยวหารเช่นนี้ นางยังไม่เคยเห็น มาวันนี้เมื่อได้เจอ ค่อยรู้ว่าคนประเภทนี้ ถือเป็นคนที่จิตใจไร้ความความกังวลแต่แรกแล้ว เพียงแค่ต้นหญ้าต้นเดียวก็ทำให้เขาถึงกับมอบชีวิตที่เหลือทั้งหมดไป
เมี่ยวหารสงบจิตใจก่อนตาย คงเพราะตอนนั้นที่ยังมีชีวิตอยู่ ก็เป็นเพียงเหมือนศพเดินได้ ต้องการเพียงความรู้สึกอย่างเป็นพิธีเท่านั้น
ภายในห้องมีเสียงร้องไห้ดังขึ้น กู้อ้าวเวยลุกขึ้นแล้วเดินตรงไปยังระเบียงยาว
ยังคงได้ยินเสียงร้องไห้ทางด้านหลัง หิมะปุยบนชายคากำลังจะถูกสลัดหล่นลงมา กู้อ้าวเวยไปจากที่นี่อย่างไม่หันกลับมาอีก บนใบหน้ายังคงอมยิ้ม สายเชือกสีแดงบนข้อมือก็เผยออกมาให้เห็นเพราะนางยกมือขึ้น นางหันหน้ามาจากบนระเบียงยาว มองดูซ่านจินจื๋อพร้อมพูดว่า “ฟังจุดจบของนางแล้ว พานางไปหาอาจารย์กับอาจารย์หญิงของพวกเจ้า ในนามศิษย์น้อง ในนามพ่อของลูกที่ยังไม่ได้เกิดออกมาของข้า”
กู้อ้าวเวยกำลังหัวเราะ ซ่านจินจื๋อ กลับไม่รับรู้ถึงความดีใจภายในน้ำเสียงของนางเลย
หลังจากนั้นมานานหลายปี ซูพ่านเอ๋อเฝ้าสุสานให้กับอาจารย์อาจารย์หญิง ตื่นมามีชีวิตอยู่ไปวันๆจนถึงอายุร้อยปี ทุกข์ทรมานจนตาย เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในภายหลัง
เหมือนดั่งผีเสื้อในฤดูใบไม้ผลิ กู้อ้าวเวยแทบจะก้าวเท้าออกไปอย่างแผ่วเบา มุ่งหน้าไปยังลานยู่จุนกับซ่านต้วนเฟิง เดินผ่านคนใช้กับองครักษ์ลับภายในลาน นางเห็นซ่านต้วนเฟิงถูกยู่จุนขังไว้ในคุกไม้ อ่อนแอยิ่งกว่าลูกสัตว์ร้าย ทำได้เพียงอยู่ภายใต้การควบคุมของยู่จุน มองดูอยู่อย่างไม่พอใจ
ยู่จุนได้ยินเสียงฝีเท้าของนาง จึงวางถ้วยยาที่ว่างเปล่าในมือลง ช่วยเช็คคราบยาตรงมุมปากให้กับซ่านต้วนเฟิงจนสะอาด พร้อมพูดขึ้นอย่างดีใจว่า “เช่นนี้ พวกเราก็สามารถมีชีวิตต่อไปได้แล้ว”
“นี่ไม่ใช่ยาอายุวัฒนะ”กู้อ้าวเวยหุบยิ้มบนใบหน้า แล้วเดินไปหยุดตรงด้านข้างนาง
ยู่จุนยื่นถ้วยยาที่ว่างเปล่าในมือให้กับคนใช้ที่อยู่ด้านข้าง พร้อมพูดขึ้นอย่างจริงจังว่า “ไม่ว่าจะเป็นยาอายุวัฒนะอะไร ขอเพียงสูตรนี้สามารถถอนพิษรากถุงน้ำดีหงส์ ก็จะสามารถถอนพิษไฟจากฟ้า”
นางค่อยๆลุกขึ้น เหมือนกำลังพิจารณาดูท่าทีของกู้อ้าวเวย
นางกลับเห็นเพียงความสงบบนใบหน้าของกู้อ้าวเวย ดวงตาทั้งคู่ไร้ชีวิตชีวา ครุ่นคิดเชื่อมโยงทุกสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างช้าๆอยู่ภายในใจ
การขนลำเลียงยาพิษทางน้ำของบ้านริมน้ำโล่เสียส่งขุนนางจากครอบครัวยากจนไปฟ้องขุนนางคนสำคัญในตอนนั้น ต้วนโฉงขอยาอายุวัฒนะจากคนปลูกยาในแถบชานเมือง แม้กระทั่งที่ใส่ร้ายซ่านจินจื๋อในตอนนั้น ต้วนโฉงก็จะฆ่าให้หมด ยิ่งมีหยุนหว่านแม่แท้ๆที่พูดถึงของเก่า ยู่จุนหยูนซีทั้งสองผิดใจกัน
เรื่องใหญ่ถมทับเรื่องเล็ก เรื่องเล็กซ่อนอยู่ภายใต้เรื่องใหญ่
ล้วนเป็นเพราะเรื่องเดียว
นางหันไปมองดูยู่จุนอย่างนึกขึ้นมาในทันใด เอามือไขว้หลังก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว พร้อมพูดขึ้นว่า “เจ้านอนไปนานขนาดนี้ เพียงเพราะร่างกายไม่สบายจริงๆหรือ?”
“เจ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ?”ยู่จุนหัวเราะเยาะ ก้าวเดินมาหากู้อ้าวเวยหนึ่งก้าว พร้อมพูดขึ้นว่า “เรื่องบางเรื่องก็ต้องมีทางหนีทีไล่ หากข้าหลับไป เรื่องบางเรื่องระหว่างทั้งสองฝ่ายก็จะสามารถชะลอ แต่พวกเราต่างก็คิดไม่ถึงว่าตระกูลฉางจะมีความแค้นที่ฝังลึกขนาดนี้ จนทำให้ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เดินหน้าก็ไม่ได้ถอยหลังก็ไม่ได้”
พูดจบ ยู่จุนก็มองกู้อ้าวเวยอย่างแปลกใจอยู่เนิ่นนาน สุดท้ายแล้วก็พูดขึ้นด้วยเสียงเบาว่า “เจ้าเข้าใจไหม?”
ตระกูลฉาง?