ตอนที่ 1133
บทที่ 1133 ลูกธนูขึ้นสายเต็มเหนี่ยว
October 31, 2026
“ฮ่องเต้ ในเมืองมีคนถูกพิษแล้ว”
หวางกงกงมาอย่างรีบร้อน คุกเข่าเสียงดังอยู่ตรงหน้าต้วนโฉง พูดพร้อมร้องไห้ทั้งน้ำตาว่า “คนที่ใต้เท้าเมิ่งซู่ส่งไป สืบไม่พบความผิดปกติอะไร เมื่อกี้ได้ส่งองครักษ์ลับไปสืบ พบว่าคนที่วางยาพิษ เป็นคนของตระกูลตงฟาง และได้.... ดื่มยาพิษฆ่าตัวตายแล้ว”
ต้วนโฉงโยนสาส์นที่กราบทูลในมือลงอย่างแรง แล้วค่อยๆผ่อนลมหายใจ
ตระกูลตงฟางรู้แต่แรกแล้วว่าสุดท้ายแล้วจะกลายเป็นคนที่ถูกใครทำอะไรก็ได้ ตอนนี้ยอมที่จะหาคนมาตายร่วมด้วย ถือว่ามีเหตุผลที่ฟังขึ้น
แต่ก็มีเพียงเวลานี้ ต้วนโฉงค่อยคิดถึงระเบียนที่ถูกเก็บรักษาไว้ในพระราชวังกว้างใหญ่แห่งนี้มานานนับร้อยปี
มีขุนนางผู้ภักดีและผู้ชอบธรรมกี่คนที่กลายเป็นกระดูกภายใต้บัลลังก์ของจักรพรรดิ มีขุนนางกี่คนที่พูดจาตรงไปตรงมาจนเลือดกระเซ็นในที่เกิดเหตุ และมีขุนนางกี่คนที่ต้องตายภายใต้ความอยุติธรรม
ทั่วโลกสงบสันติ อาศัยความสมดุลของทั้งสองฝ่าย ความไม่เท่าเทียมต่างๆที่เกิดขึ้นทำให้ยากที่จะเปลี่ยนแปลง
ตอนนี้ตระกูลตงฟางยอมถูกพิษ ไม่สนใจชีวิต สถานที่อื่นคนที่ยอมถูกพิษก็เป็นเช่นนี้?
“เตรียมม้า ข้าจะไปหายู่จุน”ต้วนโฉงลืมตาลุกขึ้นมาในทันใด
“แต่ว่าฮ่องเต้....”
“ให้หมอในเมืองทั้งหมดไปช่วยถอนพิษ”ต้วนโฉงเดินผ่านหวางกงกงไปอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าออกไปนอกพระราชวัง
ฮ่องเต้ออกไปจากพระราชวัง แน่นอนว่ามีคนอื่นมาแทนอยู่แล้ว
ซ่านเชียนหยวนถูกปล่อยออกมาจากการถูกกักบริเวณ ซ่านเซิ่งหานอ้างว่าฮ่องเต้ป่วยนอนติดเตียงเป็นเหตุผล ดูแลจัดการงานราชการภายในพระราชสำนักแทน
ประโยคแรกที่ซ่านเชียนหยวนพูด เมื่อถูกปล่อยออกมาจากตำหนักที่ถูกกักบริเวณ คือถามซ่านเซิ่งหานว่า “เสด็จพ่อบ้าไปแล้ว เสด็จพี่สามล่ะท่านบ้าไปแล้วหรือไม่?”
“ในเมื่อเส้นทางที่เลือกเดินมันไม่เหมือนกัน ก็ไม่สามารถที่จะร่วมงานกันได้” ซ่านเซิ่งหาน เดินผ่านเขาไปยังห้องพระอักษร เห็นนางกำนัลของฮองเฮาตรงไม่ไกลกำลังเดินไปตามที่ต่างๆ เหมือนกำลังจะไปหานางสนมแต่ละคนในตำหนัก จึงหัวเราะพร้อมพูดขึ้นว่า “ทำในสิ่งที่เจ้าคิดว่าถูก ถึงแม้เรื่องราวจะเปลี่ยนแปลงไม่แน่นอน ก็ขอให้เป็นไปตามที่ใจเจ้าคิด”
“ทำไมเจ้าพูดเหมือนกับกู้อ้าวเวย?” ซ่านเชียนหยวนถามขึ้นอย่างปวดหัว
“คงเพราะพวกเราต่างก็กำลังสำนึกผิด”
ซ่านเซิ่งหานตบบนบ่าซ่านเชียนหยวนแรงๆหนึ่งที มองดูแผ่นป้ายแผ่นใหญ่ที่เขียนไว้ว่าห้องพระอักษรตรงหน้า พร้อมพูดขึ้นด้วยเสียงทุ้มว่า “ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ล้วนต้องทำอย่างที่สุด”
……
ม้าวิ่งผ่านป่าผ่านภูเขา มาหยุดอยู่ตรงลานในป่าลึก
ต้วนโฉงมองดูศพที่เกลื่อนเต็มพื้น ซ่านจินจื๋อถือดาบอยู่ในมือยืนอยู่ด้านข้าง เมื่อเห็นเขามาก็แค่ทำความเคารพ สั่งลูกน้องทุกคนหลีกทางให้กับฮ่องเต้
เสื้อคลุมของซ่านจินจื๋อล้วนเปื้อนไปด้วยเลือด ดวงตาทั้งคู่แดงก่ำ ด้านข้างเท้ายังมีใบมีดหักสองเล่มแทงทะลุสองศพ จมปักอยู่บนพื้น ส่วนตรงหน้าประตูลาน มีเพียงยู่จุนคนเดียวนั่งอยู่บนเก้าอี้เล็กอย่างน่าสงสาร ก้มหน้าก้มตา เหมือนกำลังรอพวกเขามา
เมื่อมองเห็นต้วนโฉง สายตาของนางก็เป็นประกาย พร้อมพูดขึ้นว่า “หยูนซีล่ะ?”
“หากเจ้าตาย ข้าก็จะให้นางตายไปพร้อมกับเจ้า” ต้วนโฉงดึงบังเหียนไว้แน่น ความรักอันหวานซึ้งเมื่อหลายวันก่อน ความหลงใหลที่มีตลอดหลายสิบปีมานี้ ตอนนี้กลับกลายเป็นท่าทีเย็นชา กลายเป็นสิ่งที่น่าขำที่สุดในโลก
สายตาของยู่จุนค่อยๆหรี่ลง มองดูเขาพร้อมพูดว่า “ต่อให้ข้ามีชีวิตอยู่ ก็ไม่สามารถถอนพิษนี้ได้ และพิษนี้จะส่งไปเท่าไหร่ สามารถคร่าชีวิตประชาชนได้กี่คน ก็เพียงแค่เกี่ยวข้องกับจำนวนคนตระกูลหยุนตระกูลยู่ ที่มีความแค้นต่อราชวงศ์ตระกูลซ่านมานานหลายปีเท่านั้น เพียงแค่นำเอาความแค้นนี้สืบทอดต่อกันมาแต่ละรุ่นเท่านั้นเอง”
พูดเสร็จ สายตาของนางก็ค่อยๆหันไปทางซ่านจินจื๋อ พร้อมพูดว่า “นังหนูของเจ้ามีความสามารถพิเศษ สามารถหาทางออกได้ในสถานการณ์แห่งความตายนี้ นางจะได้เป็นคนเหนือคน ข้าก็จะบอกวิธีต่ออายุให้กับนาง..... ขอเพียงตอนนี้ให้เจ้าข้าต้วนโฉง”
ยู่จุนหันมามองต้วนโฉงอย่างเย็นชา
ส่วนซ่านจินจื๋อก็กำดาบในมือไว้แน่น และหันหน้าไปมองดูต้วนโฉงด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตร