ตอนที่ 1136
บทที่ 1136 วันนี้ฟื้นฟูอยู่กับญาติพี่น้อง
October 31, 2026
“นี่เกิดอะไรขึ้นกันแน่”
“จักรพรรดิไร้คุณธรรม สวรรค์จึงลงโทษให้เกิดภัยพิบัติเช่นนี้”
“ที่นี่มียารักษาโรค"
ด้านนอกจวนอ๋องจงผิงส่งเสียงดังอึกทึก พวกคนที่ใจร้อนต่างก็พุ่งเข้ามาด้วยดวงตาแดงก่ำ มีบางคนโชคร้ายถูกผลักล้มลงพื้น มีบางคนถูกเบียดติดแน่นอยู่ภายในนั้น มองหาความหวังสุดท้ายในการช่วยชีวิตอย่างไร้จุดหมาย
ฝูงชนที่ท่วมท้นสามารถโค่นล้มทุกคนได้ ซ่านจินจื๋อฟังเสียงด้านนอก แล้วก็ทำให้คิดถึงเลือดเนื้อที่ได้ฟันไปเมื่อกี้นั้น กองเป็นชั้นๆจนทำให้แทบใจไม่ออก
ไม่เหมือนกับกู้อ้าวเวย ที่ยังนอนอยู่ในโลงน้ำแข็ง อยู่ภายในห้องที่ตอนนี้ยังปลอดอยู่
ซ่านเชียนหยวนพาคนปีนกำแพงออกไปเพื่อส่งข่าวไปยังทุกที่ และไปสืบหาว่าพวกคนที่วางยาพิษพวกนี้ต่างหลบซ่อนอยู่ที่ไหน และยังมียาพิษเหลืออีกเท่าไหร่ ฉีหรัวเดินไปมาอยู่ภายในห้องอย่างร้อนใจ พวกเด็กๆต่างก็ถูกพาไปยังห้องด้านข้างไม่กล้าออกมา
“พวกเขาล้วนต่างก็ยังคงมีแววตาท่าทีที่ร้อนรน จางเหยียงซานเมื่อไหร่เจ้าถึงจะคิดค้นยาถอนพิษออกมาได้”ฉีหรัวคำรามพูดขึ้น เวลานี้ก็ทำได้เพียงแค่สั่งคนภายในจวนห้ามดื่มน้ำทานอาหาร รอคอยยาถอนพิษอยู่อย่างเงียบๆ
จางเหยียงซานยิ่งร้อนใจจนเหงื่อไหลท่วมตัว และพูดขึ้นว่า “ตอนนั้นที่คิดค้นยาบรรเทาอาการ ตอนนี้ก็ได้สั่งคนไปต้มอยู่ด้านหลังแล้ว แต่คนเยอะขนาดนี้ ต่อให้บรรเทาอาการก็ต้องใช้เวลาหลายวัน แต่ยาถอนพิษนี่..... อย่างน้อยก็ต้องรออีกสองวัน....”
เขากับกู้อ้าวเวยคิดไว้แต่แรกแล้วว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ จึงเตรียมการไว้แต่แรกแล้ว
แต่วิธีการกระทำให้ความดีและความชั่วได้พังพินาศลงพร้อมกันยู่จุนเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน จนเกินกว่าที่พวกเขาจะรับมือไหว แม้กระทั่งยาสมุนไพรทดลองหลายตัวยังอยู่ระหว่างทางมาเมืองเทียนเหยียน ยาบรรเทาอาการตอนนี้ยังมีอยู่บ้าง แต่หากให้ออกไปตั้งแต่ตอนนี้
จะทำให้คนเห็นลมถือหางเสือ จะคิดว่าพวกเขารู้เรื่องยาพิษนี้มาแต่แรกแล้ว ยิ่งส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจคน ประชาชนก็จะไม่เชื่อถือพวกเขาอีก จะกลับกลายเป็นไม่มีประโยชน์
เมื่อครุ่นคิดอยู่อย่างรอบคอบ ซ่านจินจื๋อก็ได้ส่งคนไปจัดการเรื่องนี้ทีละเรื่องแล้ว
“หลายวันก่อน ข้าได้ส่งตัวยู่จือไปที่จวน หากอ้าวเวยสามารถฟื้นขึ้นมาได้สักพัก บางทีอาจจะสามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้บ้าง” ซ่านจินจื๋อเช็ครอยเลือดบนใบหน้าอย่างขอไปที มองดูด้านนอกพร้อมพูดกับเฉิงซานว่า “เรื่องที่ข้ามอบหมายให้เจ้าทำ ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง”
แววตาเฉิงซานสั่นไหว ตอนนี้เมื่อคิดดูแล้ว การกระทำของท่านอ๋องก่อนหน้านี้ เพื่อเป็นการปิดบังคนของยู่จุนที่ส่งมา เขาโน้มตัวดึงดาบเล่มยาวตรงเอวมอบให้กับซ่านจินจื๋อ พร้อมคุกเข่าอยู่บนพื้น น้อมส่งอ๋องจิ้งเดินออกไปด้านนอกเพียงลำพัง หลังจากเงียบอยู่สักพัก แล้วตะโกนพูดขึ้นว่า
“ความผิดของตระกูลฉางในตอนนั้น ไม่จำเป็นต้องทำร้ายถึงคนรุ่นหลัง เป็นการไม่ยุติธรรม”
ซ่านจินจื๋อหยุดฝีเท้า หันกลับมาพูดกับเขาว่า “เรื่องนี้ปล่อยให้ฮ่องเต้ในอนาคตเป็นคนจัดการ”
เฉิงซานก้มหน้าก้มตาไม่พูดอะไร พร้อมกับก้มหัวโค้งคำนับอย่างเดียวเท่านั้น
ฉีหรัวมองเห็นภาพตรงหน้าทั้งหมด นั่งอยู่ตรงเก้าอี้ด้านข้างตรงโลงน้ำแข็ง ดวงตาหรี่ลงพร้อมพูดขึ้นว่า “เจ้าเป็นคนตระกูลฉาง?”
“ลูกน้องเสด็จอ๋องจิ้ง เป็นทายาทของตระกูลที่ถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ จากทั่วทุกมุมโลก มารวมตัวกันอยู่ที่เมืองเทียนเหยียน”
เฉิงซานก้มหน้า น้ำตานอง
นิ่งอึ้งไปสักพัก แล้วฉีหรัวค่อยเข้าใจตอนนั้นที่ซ่านจินจื๋อสงบสงครามในสนานรบ ยังหนุ่มกระฉับกระเฉง อารมณ์ร้ายไม่มีเหตุผล ทำให้หลายสิบปีมานี้ไม่มีศัตรูกล้าเข้ามารุกล้ำ ไม่เพียงเพราะมีฝีมือทางการต่อสู้ ยิ่งมีความโน้มนำ ให้โอกาสคนที่กระทำผิด
สูดหายใจเข้าลึกๆหนึ่งที ฉีหรัวเพียงแค่ยกมือจับด้านข้างโลงน้ำแข็งพร้อมพูดว่า “ข้าในตอนนี้ แค่เห็นเพียงส่วนหนึ่งของยอดภูเขาน้ำแข็งนี้เท่านั้น เจ้าเองก็คงไม่รู้”
อ๋องจิ้งก็ไม่เคยพูดกับใคร
ส่วนด้านนอกประตูลาน ซ่านจินจื๋อยืนอยู่ตรงหน้าประตูอย่างไม่พูดไม่จา เฉิงยีเฉิงเอ้อเล่าคำพูดทั้งหมดเมื่อกี้ให้ฟัง และยังมีคนสิ้นหวังไม่กลัวตาย พุ่งขึ้นมาข้างหน้าพร้อมตะโกนด่าขึ้นว่า “เพราะพวกเจ้าเกิดอยู่ในราชวงศ์ จึงไม่เห็นพวกเราอยู่ในสายตาหรือ วันนี้ข้าจะต้องบุกเข้าไปให้ได้.....”
ยังไม่ทันได้พูดจบ หัวก็ได้หลุดออกจากบ่า