ตอนที่ 1139
บทที่ 1139 ความฝันหลายปี
October 31, 2026
“เพื่อผู้หญิงคนหนึ่ง....”
“นางเป็นคนสอนให้ข้ารู้จักการเป็นคน”
ซ่านจินจื๋อพูดตัดคำพูดของต้วนโฉง เขาไม่อยากได้ยินให้ใครเรียกกู้อ้าวเวยว่าผู้หญิงคนหนึ่ง
ต้วนโฉงอึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นค่อยพูดขึ้นด้วยเสียงต่ำว่า “พวกเจ้าทั้งสองคนร่วมกันวางแผน แล้วได้ความจริงใจสักนิดไหม”
“ไม่ว่าอย่างไร พวกเราสองคนก็เป็นได้เพียงเท่านี้แล้ว” ซ่านจินจื๋อยกมือทั้งคู่ประสานขึ้นเหนือหัว โค้งคำนับ ก้มหัวไม่มองดูต้วนโฉง พร้อมพูดขึ้นว่า “เซิ่งหานเป็นฮ่องแต่ได้เป็นอย่างดี แสดงพี่สามารถวางภาระลงได้”
“ใช่หรือ.....”ต้วนโฉงพูดพึมพำ
ทั้งสองพี่น้องไม่รู้ใจกันเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว ความคิดอ่านก็ไม่เหมือนกันแต่แรกแล้ว
เดิมต้วนโฉงคิดว่าตนเองจะสิ้นชีพอยู่บนบัลลังก์ ไม่เคยคิดว่าตนเองจะต้องมาใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในหมู่ตึกนี้
ซ่านเซิ่งหานยืนหยัดที่จะเอานกในกรงปล่อยไว้ด้านนอก เป็นการปลดปล่อยหรือเป็นการลงโทษ ไม่มีใครล่วงรู้
แล้วต้วนโฉงก็ไม่ได้เจอซ่านเชียนหยวน ในฐานะที่เขาเป็นพ่อที่ลำเอียง และเคยคิดที่จะกระทำให้ลูกของตนเองต้องตาย เพื่อให้ได้ล่วงรู้ถึงที่ซ่อนยาพิษของยู่จุน
แต่มาถึงวันนี้ ยาพิษที่ยู่จุนซ่อนไว้ กลับเป็นการซ่อนไว้ในใจคนอย่างไร้ร่องรอย
ยาพิษที่ตระกูลฉางซ่อนไว้ เป็นการสร้างไว้ในตำแหน่งฐานะทรัพย์สิน
จะหักห้ามได้อย่างไร? และจะเฝ้าระวังได้อย่างไร?
มีเพียงซ่านเซิ่งหานกับซ่านจินจื๋อ สองอาหลานร่วมมือกันแก้ไขเรื่องนี้ รู้ว่าภัยพิบัติเกิดขึ้นแล้ว จึงทำได้เพียงแก้ไขปัญหาเท่าที่ทำได้อย่างที่สุด ถึงแม้ซ่านเชียนหยวนจะเป็นเด็กที่ไร้ความสามารถที่สุดคนหนึ่ง กลับยังสามารถรักษาจิตใจรากเดิมไว้ได้ ถือว่าไม่ง่ายเลย
ลมฤดูใบไม้ผลิพัดปลายนิ้วมือเย็นเฉียบ ต้วนโฉงค่อยๆลืมตาขึ้น มองดูร่างเลือนลางตรงหน้า แล้วก็แยกไม่ออกว่าคือหยูนซีหรือยู่จุน เพียงแค่ยกแก้วขึ้น พร้อมพูดขึ้นด้วยเสียงเบาว่า “ขอโทษ....”
ข้ากระทำผิดต่อพวกเจ้า
เหล้าทุกดื่มลงไป สำลักจนน้ำตาไหล แล้วก็บีบจอกแตกอย่างไม่พูดไม่จา
และก็ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน ประตูลานถูกเปิดอีกครั้ง องครักษ์รีบวิ่งเข้ามาคุกเข่าตรงหน้าต้วนโฉง พร้อมกระซิบพูดขึ้นว่า “นายท่าน ฮ่องเต้สั่งคนส่งองค์หญิงหลิงเอ๋อร์กับองค์หญิงหมิ่นเอ๋อมา ยังพูดว่า.... นี่เป็นบาปกรรมที่นายท่านก่อขึ้นมาเอง จึงควรทำหน้าที่รับผิดชอบให้ถึงที่สุด”
ต้วนโฉงอึ้ง น้ำตาไหลอาบแก้ม พยักหัวด้วยนิ้วมือสั่นเทา
และในเมืองเทียนเหยียนที่ไกลออกไปร้อยลี้ ซ่านเซิ่งหานกำลังพลิกอ่านหนังสือคัมภีร์โบราณในมือ และก็ไม่มีใครเขียนบันทึกองค์หญิงหลิงเอ๋อร์กับองค์หญิงหมิ่นเอ๋อไว้ มีบันทึกเพียงว่าองค์หญิงหลิงเอ๋อร์สิ้นพระชนม์ตั้งใจวัยเยาว์
หากไม่ใช่เพราะซ่านจินจื๋อบอก บางทีเขาก็อาจคิดได้ไม่ถึงขั้นนี้
เยว่ที่อยู่ด้านข้างเห็นซ่านเซิ่งหานอมยิ้ม จึงถามขึ้นอย่างแปลกใจว่า “ฮ่องเต้กำลังยิ้มอะไรหรือ?”
“ยิ้มที่เขายุ่งเรื่องไม่เข้าเรื่องเท่านั้นเอง”ซ่านเซิ่งหานได้สติกลับมา แล้วก็หุบยิ้มบนใบหน้า
เยว่ฟังอยู่อย่างแปลกประหลาดใจ แต่กลับก็ยังตั้งใจอ่านหนังสือ เหลือบมองดูเขาเป็นบางครั้ง แล้วก็ลอบมองดูเฟิงฉีนกับเฟิงเยว่ เฟิงเยว่พยักหัวให้กับนาง นางค่อยรวบรวมความกล้าแล้วไอหนึ่งที พร้อมพูดกับเขาว่า “ฮ่องเต้....ข้า มีครรภ์แล้ว....”
“จริงหรือ”ซ่านเซิ่งหานรีบหันหน้ามา
ความดีใจนี้ทำให้เยว่ตกใจนิ่งอึ้งไปนาน รอเมื่อหมอหลวงด้านนอกประตูรีบเข้ามา พูดขึ้นว่า “กุ้ยเฟยเหนียงเหนียงมีครรภ์สามเดือนแล้ว”
ซ่านเซิ่งหานดีใจอย่างมาก พระราชทานรางวัลให้กับวังหลังอย่างมากมาย
พวกบ่าวใช้ต่างคุกเข่าถวายขอบพระคุณ เยว่หน้าแดง ดึงแขนเสื้อซ่านเซิ่งหานไว้อย่างระมัดระวัง เมื่อสบตากับดวงตาคู่นั้น สุดท้ายก็ยังคงถามขึ้นอยากขับข้องใจว่า “ฮ่องเต้ ไม่ชอบนางแล้วหรือ?”
เยว่ได้เตรียมใจพร้อมรับคำตำหนิแล้ว แม้แต่เฟิงเยว่เฟิงฉีนก็แสดงสีหน้าโศกเศร้า
แต่หลังจากซ่านเซิ่งหานอึ้งไปสักพัก กลับคว้าจับมือของนางไว้ พร้อมพูดขึ้นด้วยเสียงเบาว่า “ทั้งเสด็จอา ทั้งน้องสี่ ล้วนบอกข้าเพียงว่า มีเพียงคนตรงหน้าที่สำคัญที่สุด”