ตอนที่ 4
บทที่ 4 พบวิธีรักษาโรค
October 22, 2026
บทที่ 4 พบวิธีรักษาโรค
“เพล้ง!”
ถ้วยชาตกแตกกระจายอยู่บนพื้น น้ำชากระเซ็นเปียกรองเท้าของกู้อ้าวเวย
“คุณ…..คุณหนู……” หยินเชี่ยวก้มคุกเข่ากุลีกุจอเก็บเศษที่แตกกระจายบนพื้น เศษซากบาดนิ้วมือจนเป็นแผล เลือดหยดเป็นดวงบนเศษซากถ้วยชาช่างขัดตาเสียกระไร เมื่อเก็บชิ้นส่วนที่แตกกระจายเรียบร้อย หยินเชี่ยวก็ลุกขึ้นมองกู้อ้าวเวยด้วยความกังวล เอ่ยปากด้วยความระมัดระวัง “บ่าว...บ่าวไม่ทราบว่าซูพ่านเอ๋อร์อาศัยอยู่ที่ใด คุณหนูท่านต้องการหาคุณหนูซูหรือเจ้าคะ?”
กู้อ้าวเวยพยักศีรษะ สำหรับความลนลานและไร้มารยาทของหยินเชี่ยวเมื่อสักครู่นี้ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ
แต่งให้กับผู้ชายเศษสวะวันสามก็ถูกผู้ชายเศษสวะนั่นทำร้ายแล้วสองครั้ง หลั่งเฃือดมากมายปานนั้นเพื่อนางซูพ่านเอ๋อร์ เป็นธรรมดาที่นางจะสนใจใคร่รู้ว่าผู้หญิงประเภทใดที่สามารถทำให้ผู้ชายสวะอย่างซ่านจินจื๋อปัญญาอ่อนเช่นนี้
อาการบาดเจ็บทั่วร่างของนางล้วนเกิดจากซูพ่านเอ๋อร์ แล้วนางจะไม่ไปเยี่ยมเยียนได้อย่างไร
มองดวงดาวนอกหน้าต่างที่กำลังคืบคลานผืนราตรี กู้อ้าวเวยยิ้มเย็น
ภายในวิหารฉู่หยุ้น ซ่านจินจื๋อกำลังจ้องมองเมี่ยวหานนำโลหิตหัวใจที่เขานำกลับมาผสมเข้ากับวัตถุดิบยาปรุงเป็นยาตันให้ซูพ่านเอ๋อร์ทานลงไป จึงค่อยวางใจ
ค่อยๆประคองซูพ่านเอ๋อร์เข้าในอ้อมกอด จุมพิตกระหม่อมของซูพ่านเอ๋อร์ จิตใจเดิมที่ว้าวุ่นจึงค่อยรู้สึกสงบลง
“พี่จื๋อ…..” ซูพ่านเอ๋อร์ที่ซบอยู่ในอ้อมแขนซ่านจินจื๋อ สวมชุดสีทั้งร่างดูราวกับเทพธิดาก็มิปาน พลางเงยหน้าขึ้นมองบุรุษที่อยู่ด้านหลัง รอยยิ้มในดวงตาเจิดจ้าดุจดั่งดวงดาว
“พ่านเอ๋อร์”โชคดีที่เจ้าไม่เป็นไร โชคดีจริงๆ” พลางนำศีรษะซูพ่านเอ๋อร์ซบเข้าที่ไหล่ สูดดมกลิ่นบรรยากาศอันคุ้นเคย ซ่านจินจื๋อส่งเสียงกระซิบไม่หยุดหย่อน “พ่านเอ๋อร์ อย่าได้จากข้าไปตลอดกาล”
เนื่องจากสาเหตุการใช้ยาเป็นเวลานาน บ่ารางของซูพ่านเอ๋อร์จึงมีกลิ่นสมุนไพรอ่อนๆ
เมื่อได้ฟังคำของซ่านจินจื๋อ ในดวงตาซูพ่านเอ๋อร์เผยประกายความลังเล แต่เพียงไม่นานก็ปกปิดไว้มิดแทนด้วยความประหลาดใจ จึงผินกายหันไป มองบุรุษเบื้องหน้าด้วยน้ำตาเอ่อคลอ “พ่านเอ๋อร์ไม่เคยคิดจากพี่จื๋อไปไหน แต่ทว่า….” พลันก้มหน้าลง เพิ่มความน่าสงสารขึ้นหลายส่วน กล่าวด้วยเสียงสะอึกสะอื้น “พ่านเอ๋อร์ร่างกายเจ็บป่วยอ่อนแอ หลายปีมานี้หากไม่ใช่พี่จื๋อ พ่านเอ๋อร์เกรงว่าคงไปนานแล้ว ยามนี้กระทั่งลำบากพระชายาเพราะความเจ็บป่วยของพ่านเอ๋อร์….”