ตอนที่ 581
บทที่ 581 ปิดบังอาการป่วย
October 31, 2026
บทที่ 581 ปิดบังอาการป่วย
เอากล่องไม้ปิดลง สีหน้าของกู่เซิงเป็นปกติ แล้วก็เผชิญหน้ากับใต้เท้าแซ่อ้ายจากแคว้นเจียงเยี่ยน
“บัดนี้ต้องผูกสัมพันธ์กับแคว้นเอ่อตานถึงจะถูกต้อง ใต้เท้าอยากได้โมโหเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบเลย”
“ข้ารับรู้ด้วยตัวข้าเอง ไม่ต้องรอให้พวกโจรขุนนางที่วุ่นวายอย่างเจ้ามาสั่งสอนหรอก” ใต้เท้าแซ่อ้ายท่านนั้นโมโหโทโสจนสะบัดแขนเสื้อห่างออกไป แม้แต่ผู้คนกลุ่มหนึ่งของแคว้นเจียงเยี่ยนก็มองไปที่กู่เซิงด้วยสายตาที่ดูถูก
ดวงตาของกู่เซิงค่อยๆ หรี่ลง แต่กลับได้แค่อาศัยจังหวะที่ประตูวังยังไม่ได้ปิด รีบเข้าเฝ้าโดยเร็ว
ห่างจากประตูวังออกไป กู้อ้าวเวยดูมีความคุ้นเคยกับสรรพสิ่งในเมืองเทียนเหยียนมาก เดินอยู่บนถนนสักครู่หนึ่ง ทหารที่อยู่ข้างกายก็หิ้วตะเกียงขึ้นมาพูดเตือนด้วยเสียงเบาๆ ว่า “ฝ่าบาท นี่ก็ไม่เช้าแล้ว”
กู้อ้าวเวยจึงดึงสติกลับมาทันที “ข้าไปที่ตำหนักอ๋องจิ้งก่อนสักรอบ พอดีจะได้เจอกับชิงจือสักพัก”
ตอนที่หันตัวกลับมา กลิ่นอายเลือดที่จืดจางพัดมาเข้าในจมูก กู้อ้าวเวยดึงสติกลับมามองไปที่ปากซอยที่อยู่ไม่ไกลนัก ดวงตาค่อยๆ หรี่ลง “ไปดูตรงซอยนั้นหน่อย”
สองคนที่อยู่ด้านหลังรีบวิ่งไป ผ่านไปสักพักก็กลับมา “บนพื้นถนนยังมีร่องรอยเลือดที่ไม่ได้จัดการให้เรียบร้อย”
“พวกเจ้าสองคนไปร้องทุกข์ที่ศาล คนอื่นตามข้าไปที่ตำหนักอ๋องจิ้ง วันนี้ไม่กลับที่พักแล้ว”
ถนนซอกซอยเยอะแยะมากมาย แต่กลับจงใจมาให้นางได้เจอกับตัวเอง คนที่อยู่เบื้องหลังไม่ใช่ข่มขู่ก็ต้องเตือน เพียงแค่นางไม่รู้ว่าคนผู้นั้นต้องการจะฆ่าใครกัน แต่ก็ไม่จำเป็นต้องมาเกิดขึ้นต่อหน้าตนเอง คิดวิเคราะห์ไปมาอย่างละเอียดแล้ว ชีวิตปลอดภัยไว้ก่อนดีที่สุด
ตอนที่มาถึงตำหนักอ๋องจิ้ง ซ่านจินจื๋อยังไม่กลับมา คืนนี้เกรงว่าจะต้องพักค้างในวังหนึ่งคืน ดูเหมือนว่าฮ่องเต้มีเรื่องจะรับสั่ง บัดนี้คนในตำหนักอ๋องจิ้งถูกกู้จี้เหยาจัดการจนหมดจดนานแล้ว แต่พ่อบ้านผู้นี้ยังคงเหมือนเดิมเฉกเช่นเมื่อก่อน เห็นนางก็ยิ่งดูถูกเหยียดหยาม “ฝ่าบาทไม่กลับมาที่พัก มาตำหนักอ๋องจิ้งมีเหตุอันใดหรือ”
“ข้ามาหาอ๋องน้อย” จงใจเน้นหนักที่สามพยางค์หลัง
สีหน้าของพ่อบ้านเปลี่ยนไป เปิดทางให้นางเข้าไป
ตำหนักของชิงจือและตำหนักของซูพ่านเอ๋อระยะทางอยู่ไกลกันนัก ปากทางเข้าก็มีเฉิงยีและเฉิงเอ้อคอยอารักขาอยู่ กู้อ้าวเวยก็เลยวางใจลงมาได้เล็กน้อย ตอนที่เจอกับชิงจือ เมื่อครู่เพิ่งจะได้รับการชำระล้างร่างกายจากคนรับใช้ แต่เมื่อตอนที่เจอเข้ากับกู้อ้าวเวยนั้น ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันใด โผเข้าไปในอ้อมอกของกู้อ้าวเวย “ท่านแม่”
“หลายวันนี้สบายดีไหม” กู้อ้าวเวยอุ้มเด็กน้อยที่ตัวเริ่มหนักขึ้นเล็กน้อยขึ้นมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ครั้งก่อนตอนที่มาเจอเจ้า เจ้ายังหลับอยู่เลย ก็เลยไม่ได้ปลุกเจ้า”
“ท่านแม่ ข้าอยู่ที่นี่แม้แต่นิดก็ไม่มีความสุข แล้วก็ไม่มีคนเล่นเป็นเพื่อนข้าด้วย อีกทั้งยังไม่สามารถไปเล่นกับพวกเด็กๆ ที่อยู่บนถนนด้วยกันได้ด้วย” ชิงจือซุกหน้าครึ่งหนึ่งเอาไว้ในอ้อมอกของกู้อ้าวเวย
กู้อ้าวเวยนวดหัวของเขาเบาๆ เอาปลายนิ้วสางไปที่ผมอย่างเบาๆ “มีแค่ที่นี่ที่เจ้าจะปลอดภัยที่สุด เมื่อเทียบกับการได้อยู่ด้วยกันแล้ว แม่หวังว่าเจ้าจะปลอดภัยมากยิ่งกว่า”
“พี่สาวในตำหนักบอกว่า หากท่านแม่มีลูกของตัวเอง ก็จะไม่เอาข้าแล้ว ดังนั้นข้าต้องเชื่อฟัง”
“ไม่เป็นแบบนั้นแน่นอน” กู้อ้าวเวยจับไปที่ยอดผมของเขา น้ำเสียงเริ่มอ่อนโยนขึ้น “ในโลกนี้จะมีใครที่ไหนกันที่จะทิ้งลูกของตัวเองได้ แม้ว่าเจ้ากับข้าจะไม่ได้มีความเกี่ยวพันกันทางสายเลือดก็ตาม และจะเป็นเช่นนี้ ไม่เปลี่ยนแปลงไปไหนแน่นอน”
“จริงหรือ งั้นข้าสามารถไปทำเรื่องที่ข้าอยากทำอย่างไม่ต้องเกรงใจได้ใช่ไหม” ชิงจือเงยหน้าขึ้นมาอย่างแรง
“ได้แน่นอน แต่หากทำเรื่องที่เลวร้ายหรือเรื่องที่ไร้ซึ่งคุณธรรม แม่ก็จะจัดการเจ้าอย่างเด็ดขาดแน่” กู้อ้าวเวยกลับมีความไว้วางใจต่อชิงจือมาก รู้ดีว่าชิงจือแม้ว่าจะออกไปข้างนอกแต่แค่เล่นหยอกล้อกับผู้คนแค่นั้น พูดต่อว่า “แต่พี่สาวที่พูดถึงผู้นั้นคือใครกัน นางโกหกเจ้าเช่นนี้ วันข้างหน้าอย่าเชื่อคำพูดของนางอีกเด็ดขาด”
ชิงจือพยักหน้าอย่างจริงจัง แม้ว่าการอยู่ด้วยกันเป็นเพื่อนของท่านแม่จะน้อยก็ตาม แต่แค่รู้ว่าท่านแม่ยังมีใจที่เป็นห่วงตนเองอยู่ก็เพียงพอแล้ว พูดขึ้นด้วยเสียงเบาๆ ว่า “เนื้อผ้าบนตัวของพี่สาวผู้นั้นดีมากทีเดียว ควรจะเป็นคุณหนูของในตำหนัก เพียงแค่ตอนที่เจอกับข้านั้นดูเหมือนว่าจะหวาดกลัวเล็กน้อย......”