ตอนที่ 583
บทที่ 583 เด็กน้อยกระจ่างแจ้ง
October 31, 2026
บทที่ 583 เด็กน้อยกระจ่างแจ้ง
ร้านอาหารป่ายเว่ยที่อยู่นอกที่พัก ผู้คนต่างพากันพูดคุยถึงเรื่องการตายของขุนนาง นักเล่าเรื่องบางคนพูดถึงสิ่งที่มองไม่เห็นเมื่อคืนด้วยความออกรสออกชาติ แต่เมื่อผสมเข้ากับสิ่งที่อ้ายจื่อเคยทำ หรือเป็นเรื่องระหว่างองค์หญิงเอ่อตานกับอ๋องจิ้ง ยิ่งพูดถึงพระสนมที่ไม่ชัดเจนของอ๋องจิ้งด้วยเช่นกัน
กู้อ้าวเวยกลับไม่สนใจจะฟังกับเรื่องเรื่องนี้ มีเพียงชิงจือที่ฟังอย่างตั้งใจ เอานิ้วขึ้นมานับดูงานมงคลของพ่อแม่ งานแต่งงานใหญ่โตสองครั้ง พระชายาที่ถูกต้องเปลี่ยนมาถึงวันนี้ก็มีสามตำแหน่ง มีคู่รักที่มีความเหมาะสมกันและก็มีหลงจนโงหัวไม่ขึ้น ฟังจนชิงจือดูจะเป็นกังวลแทนกู้อ้าวเวย ค่อยๆ จับไปที่มือของกู้อ้าวเวยแน่ “ท่านแม่ ท่านพ่อนับว่าเป็นพวกคนใจง่าย จิตใจรวนเรหรือไม่”
อาหารที่อยู่เต็มปากกู้อ้าวเวยเกือบจะพ่นออกมา คราวนี้ถึงจะได้ยินนักเล่าเรื่องนั้นกำลังพูดถึงเรื่องราวความรักของอ๋องจิ้ง ได้แค่นวดหัวของชิงจือไปมา “คนที่แต่งงานกับท่านพ่อเจ้าสองครั้ง ที่จริงแล้วก็คือแม่ ก็แค่เปลี่ยนฐานะแค่นั้น ท่านพ่อเจ้าไม่นับว่าเป็นพวกใจง่ายหรอก”
“เมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นท่านพ่อก็ไม่ได้ตั้งใจ ท่านแม่ท่านก็เคยพูด ในหนึ่งชีวิตของคนเรานี้ทำอะไรก็ต้องควรตั้งอกตั้งใจ ชิงจือก็มีเพียงแค่หัวใจดวงเดียวเช่นกัน วันข้างหน้าก็ไม่สามารถแยกออกเป็นอย่างละครึ่งได้ หากเป็นเช่นนี้ ข้าจะต้องตายใช่หรือไม่” ชิงจือถลึงดวงตาออกมา พูดต่อว่า “งั้นทำไมท่านพ่อถึงไม่ตาย เป็นเพราะว่าท่านแม่มีฝีมือการรักษาที่ดีงั้นหรือ”
กู้อ้าวเวยกลับถูกคำพูดของเขาเย้าแหย่จนหัวเราะ ครุ่นคิดอยู่ว่าควรจะตอบว่าอย่างไรดี
ก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังแว่วมาจากด้านนอกที่ไกลๆ ว่า “ที่จริงแล้วต้องขอบคุณแม่ของเจ้า”
กู่เซิงสวมชุดยาวที่สง่างามเดินมา แต่กลับยังคงเป็นท่าทีของท่านชาย ในดวงตามีรอยยิ้มแฝงไว้
หากจะบอกว่าบนโลกนี้ยังมีใครที่คล้ายคลึงกับกู้อ้าวเวย ก็คงมีแค่กู่เซิงแล้ว
“เจ้ามาแล้ว” กู้อ้าวเวยตักซุปกระดูกหมูชามเล็กๆ วางไว้ข้างมือให้ชิงจือ ตัวเองเช็ดนิ้วมือเบาๆ พลางให้คนรับใช้เสี่ยวเอ้อนำเหล้าชั้นดีมาให้สองกา “หากข้ามีฝีมือนี้จริงๆ ตอนนั้นก็คงไม่ถูกทรมานจนย่ำแย่ขนาดนี้หรอก”
กู่เซิงได้แค่หัวเราะเบาๆ “หากไม่ใช่เพราะโชคร้ายตั้งแต่ตอนนั้น ตอนนี้ระหว่างเจ้ากับข้าก็คงไม่ได้มานั่งกินข้าวด้วยกันอย่างไม่ต้องกังวลเรื่องใด”
ป้ายหยกชิ้นหนึ่งถูกวางลงบนโต๊ะ
ตามรอยแกะสลักที่ปรากฏด้านบน ก็ไม่ยากเลยที่จะดูออกว่าป้ายหยกชิ้นนี้เป็นฝีมือของช่างแคว้นเจียงเยี่ยน นี่ควรจะเป็นสิ่งของที่อ้ายจื่อพกติดตัวเอาไว้
“ทำไมต้องทำเช่นนี้” กู้อ้าวเวยถาม
“เพราะว่าคนผู้นั้นมาล่วงเกินเจ้า นี่จะเป็นแค่การแสดงออกถึงความจริงใจ” ปลายนิ้วของกู่เซิงขูดอยู่บนโต๊ะไปมา
“ข้าไม่ชอบเช่นนี้ หากเจ้าอยากจะแสดงออกถึงความจริงใจจริงๆ ก็บอกทางเลือกของเจ้ากับข้ามาเลยตรงๆ เสียดีกว่า” กู้อ้าวเวยส่ายหัวอย่างไม่รู้จะทำเช่นไร ยกมือขึ้นแสดงท่าทีว่าให้เขารีบนำของชิ้นนี้เก็บกลับไป ตนเองกลับช่วชิงจือเช็ดมุมปากไปมา
กู่เซิงไม่ได้มีเจตนาแฝงต่อสิ่งนี้ เขาทำเช่นนี้ก็ไม่ได้สนใจว่ากู้อ้าวเวยจะพอใจหรือไม่ เพียงแค่ตนเองสามารถส่งต่อความรู้สึกไปได้ จู่ๆ ก็พยักหน้า “เด็กน้อยก็อยู่ตรงนี้ ฟังไม่รู้เรื่องพวกนี้หรอก”
“เจ้าต้องการสร้างความสงบและความเจริญรุ่งเรือง เดิมทีก็ทำเพื่อพวกเขา หากเจ้าแม้แต่ชิงจือยังกล่อมไม่ได้ ข้าก็ไม่เชื่อว่าเจ้าจะสามารถเป็นฮ่องเต้แคว้นเจียงเยี่ยนได้อย่างดีๆ” กู้อ้าวเวยพูดอยู่ แล้วก็ค่อยๆ ตบไปที่หลังของชิงจือเบาๆ “ท่านอาอยากถามคำถามเจ้าสักสองสามข้อ”
“ข้าเป็นเด็ก ใต้เท้าอย่างพวกท่านมีอะไรจะถามหรือ” ชิงจือรู้สึกถึงความแปลกประหลาด
แต่กู้อ้าวเวยกลับให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก กู่เซิงไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีวันหนึ่งที่ต้องมาปรึกษาหารือหัวข้อสนทนาที่หนักหนาเช่นนี้กับเด็กคนหนึ่ง ลังเลไปมา หลังจากคิดอย่างละเอียดแล้วจึงออกปากว่า “อันดับแรกข้าต้องฆ่าคน”
กู้อ้าวเวยหัวเราะออกมาเบาๆ หนึ่งเสียง
ชิงจือขมวดคิ้วไปทั้งหน้า คิดอยู่ชั่วครู่ “ฆ่าคนทำไม”
“เพราะว่าข้าจะช่วยคน ดังนั้นต้องฆ่าคน” กู่เซิงรู้สึกว่าพูดแบบนี้ดูแปลกๆ ไปหน่อย
“งั้นก็ได้นะ” ชิงจือพยักหน้าอย่างจริงจัง อีกทั้งค่อยๆ แอบมองไปทางกู้อ้าวเวย “ท่านแม่ สิ่งที่ข้าพูดถูกต้องหรือไม่”