ตอนที่ 701
บทที่ 701 คืนดีกันอีกครั้ง
October 31, 2026
บทที่ 701 คืนดีกันอีกครั้ง
ทารกแรกเกิดผิวพรรณเนียนนุ่ม ทั้งร่างกายยังไม่ดีเท่าทารกปกติเนื่องจากคลอดก่อนกำหนด
กู้อ้าวเวยค่อยๆ ชักมือกลับมาอย่างระมัดระวัง ทว่าเพิ่งจะสัมผัสนิ้วเล็กๆ ทั้งห้าที่ยังไม่สามารถกำนิ้วมือของนางเอาไว้ได้ หัวใจของนางก็กระตุกเกร็งอย่างดุดัน ความเจ็บปวดที่รุนแรงตามมาด้วยความร้อนระอุที่ไม่เคยมีมาก่อนแล่นแปลบเข้าสู่หัวใจของนาง
แม้ว่าความรักของแม่จะคอยหลอกหลอน ความเจ็บปวดบิดเกร็งร่าง นางกลับยังคงรักษาความมีเหตุผลเอาไว้ได้ ไม่โลภมากเกินไปและไม่ได้เอาแต่ใจมากนัก
ซ่านจินจื๋อมองดูนางสอดมือกลับเข้าไปใต้ผ้าห่มอีกครั้ง ดวงตาที่สับสนวุ่นวายมองไม่ออกว่านางคิดอะไรอยู่ในใจ มีเพียงเรียวแขนทั้งสองที่แนบอยู่ด้วยกันเท่านั้นที่ยังสามารถส่งผ่านอุณหภูมิที่ออกจะร้อนลอดผ่านบางๆ เข้าไปได้ ยังสามารถมองเห็นมือบนร่างของกู้อ้าวเวยที่บิดพันกันยุ่งเหยิง
“เด็กยังเล็กเกินไป เอาเขากลับไปพักผ่อนให้เต็มที่เถิด” กู้อ้าวเวยไม่ได้ยินซ่านจินจื๋อปริปากเนิ่นนาน ตนจึงทำได้เพียงเอ่ยปากก่อน
บนตัวของนางยังมีพิษอยู่ ย่อมไม่สามารถให้ลูกดื่มน้ำนมของนางได้ กลับลดความเจ็บปวดของการให้นมลงไปได้บ้างหลายขนัด
แม่นมหัวเราะน้อยๆ ในปากยังคงฮัมเพลงที่ไม่รู้จักชื่อออกมาตลอดทางพลางอุ้มเด็กทารกตัวน้อยที่ยังไม่ทันลืมตาออกมา เด็กคนนี้เกิดมาก็ว่านอนสอนง่าย นอกจากเสียงร้องไห้ดังก้องไปทั่วฟ้าหลังจากแรกเกิดนั่นแล้ว ในยามปกติก็มีเพียงเสียงสะอื้นเบาๆ ไม่ก็เบ้ปากอย่างน้อยอกน้อยใจเท่านั้น แม่นมและหยุนหว่านต่างก็เข้ามาโอ๋พร้อมกันอย่างเอาใจใส่
ทว่าตราบใดที่อยู่ในห้องของกู้อ้าวเวย เด็กคนนี้ก็มักจะโหวกเหวกไม่ยอมหยุด
ดังนั้นจนถึงตอนนี้ กู้อ้าวเวยจึงกล้าจะสัมผัสเขาอย่างระแวดระวัง เพราะกลัวว่าจะปลุกเขาให้ตื่น และถึงตอนนั้นมันจะเกิดความวุ่นวายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“เจ้าไม่อยากสัมผัสเขาให้มากหน่อย?” ซ่านจินจื๋อจับมือของนางมาวางไว้ในฝ่ามืออุ่นร้อนของตน
“ข้าอยากจะเจอเขาให้เร็วกว่านี้ต่างหาก” กู้อ้าวเวยยกมือขึ้นหมายจะสัมผัสดวงตาที่เริ่มคัน กลับถูกซ่านจินจื๋อคว้ามือเอาไว้ “ทายาแล้ว อย่าแตะมัน”
“ท่านเป็นหมอหรือว่าข้าเป็นหมอกันแน่”
“เจ้าเป็นหมอ” ซ่านจินจื๋อพูดอย่างใจเย็นกลับทำให้หัวใจของกู้อ้าวเวยยิ่งหดหู่มากขึ้นเรื่อยๆ
นางยังไม่ได้ตรวจสอบเจตนาที่แท้จริงของซ่านจินจื๋ออย่างละเอียด และยังไม่ทันตรวจสอบภูมิหลังของเขาให้ชัดเจนเลย ตอนนี้ยังไม่ทราบที่อยู่แน่ชัดของเมี่ยวหาร ซูพ่านเอ๋อยิ่งอยู่ห่างจากเทียนเหยียนซึ่งยากจะตรวจสอบเข้าไปใหญ่ ในใจของนางจึงมีเสี้ยนหนามตอนี้อยู่ตลอดไป ทั้งช่วงนี้ร่างกายก็เจ็บปวดและเหนื่อยล้า แต่ขยับไม่ได้เลย วันๆ ในสมองคิดซ้ายคำนึงขวา กลับกันต้องกำจัดคนข้างกายมากขึ้นทุกที
ดูเหมือนว่าคนรอบตัวนางจะมีเล่ห์เหลี่ยมกันทั้งนั้น ทำเอาตัวนางเองชักจะเริ่มรังเกียจตัวเองเล็กน้อย
ซ่านจินจื๋อสังเกตเห็นมานานแล้วว่าช่วงไม่กี่วันมานี้นางมีเวลาที่จิตใจระส่ำระสายมากขึ้น และรู้ด้วยว่าจางเหยียงซานเคยกล่าวไว้ว่าผู้หญิงที่คลอดบุตรนั้นมีความอ่อนไหวละเอียดอ่อนกว่าปกติ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงกู้อ้าวเวยคนที่ยามปกติก็มักจะระมัดระวังป้องกันตัวแต่เดิมอยู่แล้ว สถานการณ์เช่นนี้รังแต่จะเพิ่มความเข้มข้นขึ้นเท่านั้น
“หากเจ้าไม่ชอบให้ข้าอยู่เคียงข้าง ข้าก็จะ...”
“เช่นนั้นข้าจะให้กุ่ยเม่ยมานอนเป็นเพื่อนข้า ข้ายังไม่เคยนอนอยู่ในอ้อมกอดเขาเลยนะ” กู้อ้าวเวยแค่นเสียงเย็น มือข้างหนึ่งถูกซ่านจินจื๋อคว้าเอาแน่นหนาตามที่คาดเอาไว้ ทำเพียงหัวเราะขึ้นมาเบาๆ “ท่านก็นอนเป็นเพื่อนข้าสักพักสิ”
“ถ้าอย่างนั้นเจ้ายังไม่เชื่อข้าอยู่อีก?” ซ่านจินจื๋อสบโอกาสย้อนถาม
“มันเป็นสองเรื่องที่ต่างกันมาก” กู้อ้าวเวยแค่นเสียงเย็นหนึ่งที ลูบปลายจมูกอย่างระแวดระวัง ก่อนปริปากเอ่ยต่อไป “ตอนนี้ตาข้ามองไม่เห็น ท่านให้จางเหยียงซานเข้ามาอยู่เป็นเพื่อนข้าเถอะ”
“ข้าอยู่เป็นเพื่อนเจ้ายังไม่พออีกหรือ?”
“ไม่มีที่สิ้นสุด!” กู้อ้าวเวยแผดเสียงสูงขึ้น กำปั้นหนึ่งกระแทกเข้าที่หัวไหล่ของซ่านจินจื๋ออย่างไม่มีเรี่ยวแรงอะไรเลย “ข้าต้องฟังเขาอ่านใบสั่งยา พูดถึงใบสั่งยา ท่านสามารถยืนอยู่ด้านข้างพร้อมจุดเทียนไว้บนหัวหรือไม่ ต่อให้เป็นเช่นนี้ข้าก็มองไม่เห็นอยู่ดี”
ซ่านจินจื๋อที่ถูกตีไปทีหนึ่งเห็นเป็นเพียงถูกแมวข่วนเท่านั้น ครั้งนี้เขาพูดด้วยใบหน้าเคร่งขรึม “เชิงเทียนตั้งไว้นิ่งกว่าข้าเสียอีก อีกอย่างไม่แน่ว่าเจ้าจะมองเห็นแสงสว่างได้เมื่อไร”