ตอนที่ 774
บทที่ 774 สยบและสบายใจ
October 31, 2026
บทที่ 774 สยบและสบายใจ
ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน ซ่านจินจื๋ออดทนรอให้คนรับใช้พูดจนจบสิ้นในครั้งนี้
ในปกติ ใครจะไม่รู้ว่าอ๋องจิ้งมักจะเป็นเป็นคนที่ทำลงแล้วโดยไม่ได้อนุญาตแล้วจึงค่อยรายงานทีหลัง ในเวลานี้มันก็เป็นไปไได้ที่จะตัดหัวผู้คนโดยตรงดวยเหตุผลที่ไม่เคารพท่านอ๋อง แต่ในเวลานี้หลังจากที่ซ่านจินจื๋อได้ฟังจบ มุมปากของเขายกขึ้นด้วยใบหน้าที่เย็นชา ความตั้งใจในการฆ่าก็แข็งแกร่งขึ้นทันที
“ก็หมายความว่า องค์ชายเก้ากำลังสงสัยว่าข้าไล่ล่าตามฆ่าองค์หญิงเอ่อตานงั้นหรือ”
“ใช่.....” พ่อบ้านรีบรับคำ เกรงกลัวว่าอ๋องจิ้งจะทำอะไรขึ้นมาจริงๆ
“ข้าไม่ได้แสวงหาบัลลังก์หรือความดีความชอบ ตอนนี้ถูกคนใส่ร้ายและกลับไปที่เมืองเทียนเหยียน ระหว่างทางในร่างกายได้รับพิษร้ายแรง จะเอาเววลาที่ไหนไปสนใจองค์หญิงเอ่อตานกัน” ซ่านจินจื๋อตะโกนด้วยความโกรธ หันหลังกลับและลงจากหลังม้าทันที ดาบยาวในมือตวัดขึ้นไปในอากาศ กดเข้ากับคิ้วของพ่อบ้านอย่างต่อเนื่อง และมีสีแดงที่ปลายมีด
พ่อบ้านก็ขาอ่อนแรงลง นั่งลงบนพื้น ร่างกายสั่นสะท้าน “นี่......นี่คือสิ่งที่องค์ชายเก้าพูด......ข้าน้อย......ข้าน้อยไม่รู้อะไรเลย”
“เป็นเพียงคนรับใช้คนหนึ่งกล้าพูดเช่นนี้ต่อหน้าท่านอ๋อง” เฉิงซานก้าวไปข้างหน้า และยกมือขึ้นเล็กน้อย คนรอบข้างก็ก้าวไปข้างหน้าทีละคน มีเพียงพ่อบ้านที่โดนล้อมรอบและพูดอย่างเย็นชาว่า “ท่านอ๋องจิ้งมีผลงานที่โดดเด่น ฮ่องเต้เคยตรัสว่าหากไม่เคารพต่ออ๋องจิ้ง ก็เท่ากับดูหมิ่นฮ่องเต้เช่นกัน”
ผู้คนที่หยุดอยู่รอบๆ ไม่กล้าฟังอีกต่อไป พวกเขาก็วิ่งหนีด้วยความตื่นตระหนก
พ่อบ้านกางเกงเปียกในตอนนี้และไม่ได้พูดอะไร
“เปิดประตู” ซ่านจินจื๋อพูดเสียงดัง และคนที่อยู่ข้างหลังเขาก็ผลักเปิดประตูตำหนักขององค์ชายเก้าอย่างเป็นระเบียบ
นี่ควรจะเป็นเรื่องที่ไม่สุภาพ แต่อำนาจนี้ มอบให้กับซ่านจินจื๋อเมื่อซ่านต้วนโฉงขึ้นครองบัลลังก์ตอนนั้น อำนาจเหล่านี้ยังไม่หายไป
ในเมื่อเป็นเขาที่เข้ามาในตำหนักคนอื่นโดยที่ไม่ได้อนุญาต ก็ตามตราบเท่าที่เหตุผลนั้นสมเหตุสมผล
ในเวลานี้ตำหนักขององค์ชายเก้าอยู่ในความสับสนอลหม่าน ซ่านต้วนเฟิงไม่สามารถต่อกรกับเสด็จอาท่านนี้ได้มาโดยตลอด ยากที่จะเห็นในวันธรรมดา ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ต่อหน้าเสด็จพี่ไม่กี่คน แต่ตอนนี้คนรับใช้ตัวเล็กตรงหน้ากลิ้งเข้ามาคร่ำครวญร้องไห้ “ท่านอ๋องจิ้งเข้ามาแล้ว ข้าน้อย......ข้าน้อยหยุดไว้ไม่ได้เลย”
“เจ้าพวกของที่ไม่เอาไหน” ซ่านต้วนเฟิงตบโต๊ะยืนขึ้นและมองไปที่ยู่หง “หยุดคนไว้ให้ข้า ยังไงที่นี่ก็เป็นตำหนักขององค์ชายเก้าผู้สง่างามให้พวกเจ้าได้อาศัย จะเป็นสถานที่ที่คนอื่นอยากจะเข้ามาก็มาได้อย่างไรกัน”
“ข้าน้อยรับทราบ” ยู่หงอยากจะออกไปด้วยสีหน้าว่างเปล่า แต่ถูกยู่จือดึงลงมาข้างๆ เขาและกระซิบด้วยเสียงต่ำว่า “ไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้นเลย เพราะเรื่องนี้อยู่ที่องค์หญิงเอ่อตาน หากองค์หญิงเอ่อตานไม่เปิดปาก อ๋องจิ้งของแคว้นชางหลานผู้นี้จะทำอะไรกับพวกเราได้ ถ้าเขามาแย่งชิง ถ้าเช่นนั้นต้าหลี่เซ่อชิง (หัวหน้าแผนกกฎหมาย) เช่นนี้ไม่ได้มีแค่องค์ชายสามและองค์ชายหกสองคนแล้ว”
ยู่จือไม่เคยเกี่ยวข้องกับเรื่องแบบนี้ และคำพูดนี้เข้าท่ามาก
“ก็ทำตามที่เจ้าบอกนั่นแหละ” ซ่านต้วนเฟิงนั่งลงอย่างโล่งอกในครั้งนี้
และยู่หงมองไปที่ใบหน้าที่แฝงไว้ด้วยรอยยิ้มที่มากขึ้นของยู่จือและรู้สึกประหม่า
ยู่จือไม่บริสุทธิ์เหมือนที่เห็นเพียงเปลือกนอก สิ่งที่นางคิดในใจไม่เคยคิดเพื่อผู้อื่น นับประสาอะไรกับซ่านต้วนเฟิง ในสายตาของยู่จือ บุคคลระดับสูงเหล่านี้ที่อ้างว่าเป็นพวกราชวงศ์ไม่มีประโยชน์เท่ากับศพที่ตายในห้องใต้ดินของนางเลย
“เจ้าคิดจะทำอะไร”
“ข้าอยากจะเอากู้อ้าวเวยไว้ข้างกาย รอนางแก้ปริศนาความเป็นอมตะ ข้าค่อยปล่อยนางไป” ยู่จือยังคงยิ้มแย้ม แต่นางยังคงเสียใจกับคำพูดของกู้อ้าวเวยก่อนหน้านี้