ตอนที่ 958
บทที่ 958ภัยพิบัติไฟจากฟ้า
October 31, 2026
บทที่ 958ภัยพิบัติไฟจากฟ้า
ครึ่งตัวของกู้อ้าวเวยพิงอยู่ตรงหน้าโต๊ะ เส้นผมสีดำถูกแท่งเกล้าผมสองแท่งเกล้าขึ้นสูงอยู่ตรงหลังศีรษะ ไว้จอนผมที่ไม่สั้นไม่ยาวตรงข้างหู ตามจังหวะการหยิบยาของนางได้สัมผัสกับหน้าข้างๆ ดวงตาสีเทามองไปยังยาสมุนไพรที่ตำอยู่ในยาสาก ในจมูกฟุ้งเต็มไปด้วยรสชาติขม
สาวใช้ที่อยู่ข้างๆ เติมชาให้ซ่านเซิ่งหาน แต่กลับเห็นแก่ว่าที่นี่คือร้านยาแต่ไม่เคยมาส่งขนมนมเนยเลย
เฟิงเยว่ที่ข้างๆ ซ่านเซิ่งหานนั้นกำลังจ้องกู้อ้าวเวยอยู่ จนกระทั่งนางได้วางยาสากลง ยกมือขึ้นเก็บเศษผมที่อยู่ข้างหูไปยังหลังหู แล้วลุกขึ้น
“องค์หญิง”
“เรียกข้าว่าคุณหนูจะดีกว่า” ในที่สุดกู้อ้าวเวยก็เปิดผ้าม่านขึ้นแล้วเดินเข้าไปในห้องรับรองหลัก ในขณะที่สบตากับซ่านเซิ่งหาน มักจะอดไม่ได้ที่จะนึกถึงเรื่องราวที่เขาจากไปโดยไม่หันกลับมาเลยในตอนนั้น นั่งอยู่ข้างหน้าของเขาด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ แต่ไม่ใช่ที่นั่งหลัก
“ข้าได้รับใบสั่งยาของเจ้าแล้ว” ซ่านเซิ่งหานอ้อยอิ่งไปสักพัก ถึงจะพูดประโยคนี้ออกมา
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว ก่อนหน้านี้ซ่านจินจื๋อไม่อยากให้ข้าพบเจ้า วันนี้ก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องพบแล้ว” กู้อ้าวเวยยิ้มที่มุมปาก สั่งให้สาวใช้หยิบลูกเอ่อตันแดงที่เน่าเสียไปแล้วครึ่งหนึ่งมา วางอยู่บนโต๊ะ “เจ้ารู้อยู่แล้วว่าพวกนี้ต่างก็เป็นกินหมั่นโถวเลือดคนแต่ยังไปกินนั้น”(กินหมั่นโถวเลือดคน หมายถึง การที่เกิดเหตุน่าสลด มีผู้คนเสียชีวิตอย่างน่าสงสาร แต่ยังมีบางคนขยี้ไปในทางที่ไม่ควรอย่างสนุกปาก เหมือนกินหมั่นโถวเลือดคนเข้าไปโดยที่ไม่รู้สึกอะไรเลย)
“ถ้าหากบนศีรษะของเจ้ามีมีดปลายแหลม ก็จะเป็นเช่นนี้” ซ่านเซิ่งหานยิ้มด้วยความฝืน
“มีดปลายแหลมจะฟันเฉพาะคนที่มีโทษเท่านั้น” กู้อ้าวเวยโต้ตอบกลับด้วยสีหน้าที่เหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม หรี่ตาไปครู่หนึ่งก็ยังมองไม่ออกว่าคนข้างกายของเขาคือเฟิงเยว่หรือเฟิงฉีน ทางนี้จึงได้แต่เปิดปากพูดต่อว่า “ตอนนี้พวกข้าต่างก็ไม่ได้ยืนอยู่ฝั่งเดียวกันแล้ว ฮ่องเต้ก็แค่รู้สึกว่าซ่านจินจื๋อจะสามารถให้ได้ทั้งประโยชน์และโทษ ผู้ที่ได้ประโยชน์สูงสุดก็คือเจ้า แล้วทำไมเจ้าถึงต้องมาทำตัวน่าสงสารตอนนี้ล่ะ?”
ถูกกู้อ้าวเวยถามด้วยความก้าวร้าวและกดดันแล้ว ซ่านเซิ่งหานยิ้มกลับและไม่โกรธ “เจ้าคิดว่าข้ามาทำตัวน่าสงสาร?”
“ไม่เช่นนั้นล่ะ?” กู้อ้าวเวยยักคิ้ว
“ที่มาในวันนี้ ไม่ใช่เพราะเรื่องหลัก นี่เป็นเรื่องระหว่างเสด็จพ่อละเสด็จพอา ข้าแค่ต้องทำตามความหมายของเสด็จพ่อ และตั้งหน้ารอด้วยความอดทนก็เท่านั้น” ซ่านเซิ่งหานเก็บสีหน้าที่รู้สึกลำบากใจในเมื่อกี้ ใบหน้ามีรอยยิ้มเล็กน้อย “ที่มาในวันนี้ หวังว่าจะสามารถส่งเจ้ากลับไปยังแคว้นเอ่อตานได้”
ขมวดคิ้วเล็กน้อย กู้อ้าวกลับไม่เข้าใจ “ก่อนหน้านี้พวกเจ้าต่างก็ตัดสินใจให้ข้าอยู่ต่อที่นี่ เพราะเหตุใดวันนี้จึง......”
“ขอแค่เชื่อมโยงไปถึงเรื่องของหยุนซี เสด็จพ่อก็จะไม่สนใจขึ้นมา” ซ่านเซิ่งหานลุกขึ้นมาด้วยความหมดหนทาง “ตระกูลตงฟานควรจะเป็นผู้เสียสละคนสุดท้ายแท้ๆ พอเจ้าส่งใบสั่งยาขึ้นไป คนที่เสียสละก็จะไม่ใช่เพียงคนเดียวแล้ว”
“หมายความว่าเช่นไร?” กู้อ้าวเวยไม่เข้าใจ
“ที่ทิ้งศพก็ดี หมู่ตึกก็ช่าง ไม่มีใครที่จะวางไข่อยู่ในตะกร้าใบเดียว” ซ่านเซิ่งหานเงยหน้าขึ้นมองไปทางกู้อ้าวเวย ยักคิ้วแล้วพูดว่า “พูดตรงๆ อย่างไม่ปิดบัง ผู้ที่สนับสนุนเบื้องหลังของหลานเอ๋อร์คือข้า”
ที่แท้ก็เช่นนี้นี่เอง.....
แววตาในขณะนี้ที่กู้อ้าวเวยมองไปทางซ่านเซิ่งหานมีความชื่นชมเพิ่มขึ้น
“ฉะนั้นคำพูดของหลานเอ๋อร์ในตอนนั้น เพียงแค่ทำให้ข้าสามารถหาหมู่ตึกและที่ทิ้งศพที่อยู่รอบๆ นอกขอบเขตเจอ เรื่องที่ทหารเฝ้าเมืองก็แค่สร้างมาเพื่อสับขาหลอก ไม่ให้ข้ารู้ว่าหลานเอ๋อร์ตั้งใจมาส่งข่าว ใช่ไหม?” กู้อ้าวเวยส่ายศีรษะ สีหน้าเหมือนตัวเองโง่เขลา สีหน้าที่คิดว่าทำไมตอนนั้นถึงไม่ถึง
น้อยมากที่จะเห็นอารมณ์เคร่งเครียดเช่นนี้บนใบหน้าของกู้อ้าวเวย น้ำเสียงที่ซ่านเซิ่งหานเปิดปากพูดก็อ่อนโยนลงเยอะมาก แววตาก็นุ่มนวลลงเล็กน้อย ยิ้มแล้วพูดว่า “เป็นเช่นนี้แหละ ที่ข้าให้เจ้าทราบเรื่องหมู่ตึกและที่ทิ้งศพ เพราะหวังว่าเจ้าจะระวังมากขึ้น แต่กลับถูกเจ้าทำให้กลายเป็นสิ่งที่มาสร้างความลำบาก”