ตอนที่ 385
บทที่ 385 ที่แท้เสี่ยวจิ่วเอ๋อร์ก็ชอบ
October 22, 2026
บทที่ 385 ที่แท้เสี่ยวจิ่วเอ๋อร์ก็ชอบ
เลิกคิ้วขึ้น จูนจิ่วยกมือข้างหนึ่งกุมนิ้วของโม่อู๋เยว่เอาไว้ สัมผัสระหว่างนิ้วเกิดความร้อนขึ้นเล็กน้อย ม่านตากระตุก จูนจิ่วยกริมฝีปากยิ้มขึ้น สายตาสำรวจโม่อู๋เยว่อย่างไม่สำรวม “ท่านทำข้าหลงได้ด้วยหรือ”
นี่เป็นประโยคคำถามของนาง แต่โม่อู๋เยว่กลับให้คำตอบยืนยันกับนาง
โม่อู๋เยว่กล่าวว่า “ไหล่กว้างเอวบางขายาว กล้ามอกใหญ่ กล้ามเนื้อสมบูรณ์แบบ เส้นผม ดวงตาเสี่ยวจิ่วเอ๋อร์ก็ชื่นชอบมาก พอใจและชื่นชมขนาดนี้ หรือเสี่ยวจิ่วเอ๋อร์ยังไม่ถูกข้าทำให้หลงอีกหรือ”
ไม่รอจูนจิ่วตอบกลับ โม่อู๋เยว่เปลี่ยนหัวข้อสนทนา เขาก้มหน้าโน้มตัวเข้าใกล้อีกหลายส่วนทำให้ระยะห่างระหว่างกันใกล้จนสามารถประสานสายตากันได้ ปากบางดึงดูดใจยิ้มขึ้น สายตาสีทองทำจูนจิ่วนิ่งอยู่กับที่ น้ำเสียงที่พูดก็อ่อนโยนขึ้น “เพียงแต่ ข้ายังไม่รู้ว่าเสี่ยวจิ่วเอ๋อร์รู้ได้อย่างไรว่าข้านั้นใหญ่”
จูนจิ่วสำลักชั่วครู่ เค้นออกมาคำหนึ่ง “วิเคราะห์”
ตอนที่ตอกกลับเสี่ยวหยิ่งก็พูดออกไปอย่างนั้นเอง ทำให้นางลืมไปว่าโม่อู๋เยว่ก็ได้ยิน ตอนนี้ไม่รู้จะกู้กลับอย่างไรแล้ว
“วิเคราะห์อาจไม่ถูกต้อง เสี่ยวจิ่วเอ๋อร์จะทดลองด้วยตนเองก็ได้ จะได้รู้ว่าใหญ่แค่ไหนกันแน่”โม่อู๋เยว่ยิ่งพูดก็ยิ่งลึกซึ้ง ลมหายใจเป่ารดอยู่ที่ผิว ราวกับคลื่นไฟฟ้าทำเอาชาไปทั้งร่าง
แต่ไม่เหมือนกับปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกาย ตอนนี้สมองของจูนจิ่วสงบกว่าปกติ นางคลายมือที่จับนิ้วของโม่อู๋เยว่เอาไว้ หรี่ตาเอ่ยขึ้นว่า “ก็ได้ ลองดูก็ดี”
ขณะพูดจูนจิ่วก็ยื่นมือไปด้านล่างของโม่อู๋เยว่ แววตาสีทองนิ่งขรึมลงในพริบตา โม่อู๋เยว่มือเร็วกว่ารีบคว้ามือจูนจิ่วเอาไว้ จับมือนางไว้แน่น สีหน้าของโม่อู๋เยว่ดูน่ากลัวกว่าปกติ “เสี่ยวจิ่วเอ๋อร์เจ้าทำอะไร”
“จะลองจับจุดฝังเข็มบนเอวของท่าน ท่านคิดว่าข้ากำลังทำอะไร”จูนจิ่วถามโม่อู๋เยว่กลับไป ท่าทีไม่ร้อนใจ มุมปากกลับยกขึ้น ราวกับกำลังยิ้มหยอก
ล้อนาง คิดว่านางจะอายหรือไง
จูนจิ่วฮึเสียงเย็น นางไม่ใช่หญิงสาวบอบบางไร้เดียงสา เป็นถึงหมอเทวดา ชาติก่อนตอนเป็นหมอยังอะไรบ้างยังไม่เคยเจอ แต่ว่าในใจของจูนจิ่วยอมรับว่า ในบรรดาที่นางพบเจอมาไม่ว่าจะชายหรือหญิง ก็สู้โม่อู๋เยว่ไม่ได้สักนิด
หากสามารถเห็นกับตาได้ มองเขาทั้งร่าง คนที่ได้กำไรก็คือนาง
มองสีหน้าท่าทีทั้งหมดของจูนจิ่ว ความขรึมในแววตาสีทองของโม่อู่เยว่ก็ค่อยๆจางไป แต่สายตาเขาที่จ้องจูนจิ่วนั้นยังคงเหมือนกับว่านางเป็นอาหารชนิดหนึ่ง ไม่นานคงต้องถูกโม่อู๋เยว่กินจนสิ้นซาก
น้ำเสียงทุ้มต่ำ เส้นเสียงขรึมแหบพร่า โม่อู่เยว่พูดว่า “เสี่ยวจิ่วเอ๋อร์หยอกข้า ไม่กลัวว่าฟืนแห้งจะติดไฟ ข้าจะกินเจ้าหรือไง”
จูนจิ่วมุมปากโค้งขึ้น นางเงยหน้ามองโม่อู๋เยว่ ตาประสานตาจมูกชนจมูก ปากแดงแฝงรอยยิ้มอวดดีมีเลศนัย จูนจิ่วเอ่ยปากพูดอย่างไม่สำรวม “เช่นนั้นท่านก็หยอกข้าประจำ ไม่กลัวหรือว่าข้าจะทนไม่ได้จนจัดการท่าน”
“เจ้า”
“ทำไมหรือไม่เชื่อ”จูนจิ่วเลิกคิ้ว ใบหน้าสวยงามไร้ที่ติความงามนั้นดุจกุหลาบ พอนางทำตามอำเภอใจขึ้นมาก็ไม่สนใจกฎเกณฑ์อะไรเลย
นิ้วมือจับที่ใบหน้าของโม่อู๋เยว่ จูนจิ่วยิ้มร้าย อ้าปากพูดว่า “ก็ในเมื่อท่านยั่วยวนใจน่ากินขนาดนี้ นอนกับท่านข้าก็ไม่ขาดทุน ข้าหมอเทวดาจูนจิ่วต้องเป็นคนที่อยู่ข้างบนของท่านคนนั้น”
มีแต่นางขึ้นไปอยู่บนคนอื่นเท่านั้น ไม่มีทางที่นางจะถูกกดทับเด็ดขาด หมอเทวดาจูนจิ่วอย่างนางไม่ยอมแพ้เด็ดขาด
ไม่รู้ว่าโม่อู๋เยว่คิดอะไรได้ เขายิ้มร้าย พยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง“ดี ข้าจะรอเจ้าขึ้นมาอยู่บนร่างข้าตลอดเวลา ”
จูนจิ่ว……