ตอนที่ 4
ตอนที่ 4 พร้อมหน้าพร้อมตา
September 30, 2026
“เอาเถอะ ข้าหิวแล้ว กินอิ่มท้องแล้วข้าจะกลับมานอนให้สำราญใจ”
ร่างงามพูดเขินๆ แล้วเดินออกไป แต่เพราะไม่คุ้นกับชุดสตรีงดงามเช่นนี้ นางเกือบเผลอเหยียบชายกระโปรงตัวเอง โชคดีที่ชุนเอ๋อร์ไหวตัวทันช่วยประคองคุณหนูได้ทันเวลา โธ่! ชุดสวยแต่คนใส่ซุ่มซ่ามไม่สมชุดเอาเสียเลย เคอหลิ่งหลินได้แต่บอกตัวเองแล้วยืดตัวตรงเดินด้วยท่วงท่างามสง่าแบบที่ชุนเอ๋อร์คอยแนะนำนางบ่อยๆ ปีนี้นางอายุยี่สิบแล้ว
นางไม่มั่นใจว่าตัวเองงามเพียบพร้อมพอจะเป็นที่รักของใครสักคนได้หรือไม่
หญิงสาวที่มักมีใบหน้าเรียบนิ่งดุจน้ำแข็งยามเมื่ออยู่สนามรบ ทว่าเวลานี้เคอหลิ่งหลินเผลอยิ้มเขินอายอย่างไม่รู้ตัว เพียงแค่คิดถึงบุรุษคนหนึ่งที่เคยให้คำสัญญากับนางไว้.
เพียงร่างงามระหงเดินเข้ามาในห้องก็เรียกสายตาของทุกคนให้หันไปมอง เคอหลิ่งหลินเดินอย่างสำรวมกิริยาไปนั่งที่โต๊ะซึ่งมีสำรับอาหารพรั่งพร้อม แม่ทัพจ้าวและฮูหยินส่งยิ้มให้อย่างโล่งใจที่เห็นลูกสาวบุญธรรมกลับมาด้วยร่างกายที่ไม่บุบสลาย ส่วนจ้าวจิ่นสือคีบเนื้อห่านย่างเข้าปากไม่รอให้นางมาถึงด้วยซ้ำ
“ขออภัยที่ทำให้ท่านพ่อกับท่านแม่ต้องรอเจ้าค่ะ”
เคอหลิ่งหลินพูดน้ำเสียงเบาฟังดูอ่อนหวาน แต่ทำให้จ้าวจิ่นสือหัวเราะออกมา นางตวัดสายตามองพร้อมเม้มปากแน่นสะกดความไม่พอใจที่น้องชายต่างสายเลือดพยายามยั่วยุนาง
“จิ่นสือ” มารดาปรามด้วยน้ำเสียงแล้วส่ายหน้าไปมา “เอาเถอะ เห็นว่าเจ้าหิว แม่ให้คนเตรียมของบำรุงเจ้าไว้แล้ว”
“ขอบคุณท่านแม่”
ท่าทางเรียบร้อยดุจคุณหนูผู้สูงศักดิ์ทำให้จ้าวจิ่นสือถึงกับแหงนหน้าหัวเราะ เคอหลิ่งหลินไม่อาจสะกดอารมณ์ของนางได้อีก นางเผลอยกมือทุบโต๊ะ ลุกขึ้นยืนชี้หน้าผู้ที่ให้คำมั่นสัญญาว่าจะเป็นน้องชายนางไปตลอดชีวิต
“จ้าวจิ่นสือ!”
ยังไม่ทันจะพูดอะไรต่อ มือใหญ่ของนักรบผู้กล้าใช้ตะเกียบคีบขาห่านส่งเข้าปากนาง ด้วยความหิวและความโกรธนางงับลงทันที กว่าจะรู้ตัวว่าหลงกลเจ้าน้องชายเข้าให้ก็ตอนที่นางลิ้มรสนุ่มละมุ่นของห่านอบน้ำผึ้งในปากของนางเอง
เคอหลิ่งหลินจำใจนั่งลงที่เดิมแล้วใช้มือหยิบจับอาหารเป็นปกติ โธ่! นางอุตส่าห์แอบฝึกมารยาทมาอย่างดี แต่ก็ต้องหลงกลน้องชายเผยนิสัยเดิมออกมาได้ ท่านแม่ทัพและฮูหยินหันมามองหน้ากันแล้วลอบถอนหายใจเบาๆ ความใฝ่ฝันของฮูหยินอี้ ซิ่วคือบุตรีน่ารักน่าเอ็นดู แม้รับเคอหลิ่งหลินมาเป็นบุตรบุญธรรม แต่นิสัยนางซุกซนเหมือนเด็กรวมทั้งกิริยามารยาทไม่ได้อ่อนหวานนัก ขัดกับใบหน้าที่ละมุนละไมของนางมาก
“เอาเถิด แบบนี้ซิถึงจะดูเป็นครอบครัวเดียวกัน”
แม่ทัพจ้าวโบกมือห้ามไม่ให้สองพี่น้องปะทะคารมกันอีกไม่ถือสานิสัยของเคอหลิ่งหลิน เพราะรู้ดีว่านางใช้ชีวิตอยู่ในป่าเขามาตั้งแต่เด็กก่อนที่จะเข้ามาอยู่ในกองทัพเช่นนี้
“ลำบากเจ้าดูแลจิ่นสือจริงๆ” ฮูหยินอี้ซิ่วมองหญิงสาวอย่างเอ็นดู เพราะเคอหลิ่งหลินค่อยติดตามสามีนางในสนามรบจนบัดนี้ก็มาค่อยดูแลบุตรชายคนเดียวของนางอีก ทั้งที่เป็นหญิงไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างที่หญิงสาวทั่วไปนัก
“ไม่ได้ลำบากอะไรหรอกเจ้าค่ะ” เคอหลิ่งหลินพูดยิ้มๆ อิ่มเอมกับอาหารเลิศรสแล้วก็อารมณ์ดีขึ้นมาก “เป็นข้าที่ควรตอบแทนบุญคุณท่านทั้งสองที่เลี้ยงดูข้าต่างหาก”
“การปราบกองโจรครั้งนี้นับเป็นผลงานยอดเยี่ยมมาก” บิดาเอ่ยขึ้นเพื่อเปลี่ยนเรื่อง “แต่ก็อย่าชะล่าใจ คอยฝึกฝนตนเองอยู่เสมอ”
“ขอรับท่านพ่อ” แม้จะเล่นหัวกับเคอหลิ่งหลิน แต่เมื่อพูดคุยกับบิดาเขาจะพูดด้วยน้ำเสียงสุขุมเสมอ นั้นเพราะเขาต้องการให้บิดายอมรับว่าเขานั้นเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบ ไม่ใช่เด็กเล็กในร่างผู้ใหญ่อย่างเคอหลิ่งหลิน
“ไม่เอาน่าท่านพี่ จิ่นสือก็ทำสุดกำลังแล้ว ท่านควรผ่อนหนักเบาให้ลูกชายบ้าง”
มารดามักจะตกที่นั่งอยู่ตรงกลางระหว่างพ่อลูกเสมอ คนหนึ่งแข็งคนหนึ่งอ่อน นางต้องคอยประนีประนอมทั้งสองฝ่าย
“ตอนนี้บ้านเมืองสงบสุขดี เราถึงได้อยู่กับพร้อมหน้า