ตอนที่ 168
บทที่ 168 บุตรศักดิ์สิทธิ์ดาวเหนือ เฉินจงเทียน
October 22, 2026
บทที่ 168 บุตรศักดิ์สิทธิ์ดาวเหนือ เฉินจงเทียน
บุตรพุทธะขู่ตัวอธิบาย “อาตมาไม่ชอบอ่านพุทธคัมภีร์มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เลยรวมเป็นปรากฏการณ์ต้นโพธิ์ไม่ได้ ปรากฏการณ์เมื่อครู่ก็เป็นอาจารย์สำแดงวิชา เป็นภาพมายาที่เก็บในไข่มุกพุทธะโพธิ์ อาจารย์บอกว่าอาตมามีนิสัยตามใจตัวเองเกินไป ไม่มีเอกลักษณ์ของบุตรพุทธะแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์กับ…”
เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้ บุตรพุทธะขู่ตัวก็เหมือนจะนึกคำที่เหมาะสมไม่ออก
เสิ่นเทียนเหมือนมีความคิดบางอย่าง “เสแสร้งรึ หรูหรารึ”
บุตรพุทธะขู่ตัวรีบพยักหน้า “ใช่ เสแสร้งให้ดูหรูหรา แต่เสแสร้งมันหมายความว่าอย่างไร เฮ้อ ช่างมันแล้ว! สรุปคืออาจารย์อยากให้เวลาอาตมาออกมาข้างนอกต้องเปิดปรากฏการณ์นี้ ไม่อย่างนั้นจะไม่ให้อาตมาออกมา ทั้งยังลงโทษให้คัดพุทธคัมภีร์ ไร้ความเมตตาชะมัดเลย!”
เสิ่นเทียนเห็นขู่ตัวมีสีหน้าเต็มไปด้วยความคับอกคับใจแล้ว ก็อดยืนนิ่งไว้อาลัยให้เงียบๆ ไม่ได้
แดนศักดิ์สิทธิ์เสียงอัสนีโฆษณาบุตรศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้ อนาถมาก!
เจ้าเป็นบุตรพุทธะแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์เสียงอัสนี การเสแสร้งไม่ใช่หน้าที่รึ
เจ้าไม่เสแสร้งข้าไม่เสแสร้ง ใครจะเชื่อฟังชื่อเสียงบารมีของแดนศักดิ์สิทธิ์เสียงอัสนี เจ้าบ้า!
ควรรู้ไว้ว่ารูปแบบการฝึกบำเพ็ญของฝ่ายพุทธคือวิชาแห่งกุศลพระธาตุ ต่างกับลัทธิเต๋า
ความจริงแดนศักดิ์สิทธิ์เสียงอัสนีสืบทอดมาจากแดนสุขาวดีทะเลทรายประจิมมาแดนบูรพา เป็นแดนศักดิ์สิทธิ์จากต่างแดน
เนื่องจากวิชาการฝึกบำเพ็ญกุศลพระธาตุยังไม่หยั่งลึกถึงใจคน การสืบทอดฝ่ายพุทธจึงไม่ง่าย
ตอนนี้ บุตรพุทธะที่เดินทางในใต้หล้าแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์เสียงอัสนีจึงสำคัญมาก!
บุตรพุทธะของเจ้าเสแสร้งสวมชุดขาวดั่งหิมะ แดนศักดิ์สิทธิ์ย่อมได้หน้า ทว่าแดนศักดิ์สิทธิ์เสียงอัสนีกลับส่งเจ้าคนซื่อนี่มา
เดินทางไปทั่วสารทิศสังหารอสูรปราบมาร สั่งสมบุญกุศลกลับไม่เสแสร้ง
ซื่อและเขินอายเช่นนี้ จะส่งเสริมวิชาพุทธะให้ศาสนาพุทธ ทำให้ศาสนาพุทธยิ่งใหญ่ขึ้นได้อย่างไร
เจ้าพุทธะเสียงอัสนีโดนบีบให้ต้องหลอมสมบัติพุทธะพิเศษขึ้น และบังคับให้บุตรพุทธะขู่ตัวต้องพกติดตัวเวลาออกมาข้างนอก จากตรงนี้จะเห็นได้ว่าแดนศักดิ์สิทธิ์เสียงอัสนีโดนเจ้าซื่อบื้อนี่บีบให้ต้องเป็นบ้าเพียงใด ต้องจนปัญญาเพียงใด
แต่แม้บุตรพุทธะขู่ตัวจะทำให้เจ้าพุทธะเสียงอัสนีจนปัญญาเพียงใด ฐานะก็ยังคงเหมือนภูเขาไท่ซานไม่มีใครสั่นคลอนได้
นี่สะท้อนให้เห็นในอีกด้านว่าพรสวรรค์และศักยภาพของบุตรพุทธะขู่ตัวค่อนข้างแข็งแกร่งจริงๆ
อืม มุทะลุไม่มีสมองเหมือนกัน ไม่ชอบอ่านหนังสือแถมโดนลงโทษหันหน้าเข้ากำแพงเหมือนกันอีก
เสิ่นเทียนยืนยันได้แล้วว่าเจ้านี่คือสหายแท้ของฟางฉางจริงๆ
……
เสิ่นเทียนกำลังพูดแขวะบุตรพุทธะขู่ตัวอยู่ในใจ!
ประตูใหญ่ห้องลับยอดเขาบัวขาวก็เปิดออกช้าๆ ร่างคนหลายคนเดินออกมาจากในห้องลับ
คนที่เดินนำหน้ามาคือเจ้าแดนศักดิ์สิทธิ์เทพสวรรค์ที่ปกคลุมด้วยสายฟ้าประกายเซียน ดูยิ่งใหญ่และหยั่งลึกไม่อาจคาดเดา
ทางด้านซ้ายขวาของเจ้าแดนศักดิ์สิทธิ์เทพสวรรค์เป็นนักพรตชราผู้สูงศักดิ์สวรรค์บัวมรกตกับผู้หญิงงดงามชุดขาว
ผู้หญิงคนนั้นสวมชุดกระโปรงยาวสีขาว เส้นผมดำดั่งหมึกพาดไว้บนไหล่ ราวกับเซียนเก้าสวรรค์ลงมายังโลกมนุษย์
ใบหน้านางเทียบจางอวิ๋นซีไม่ได้ แต่กลับเปล่งแสงแห่งมารดาอันศักดิ์สิทธิ์และบริสุทธิ์ ทำให้คนที่มองนางจะรู้สึกใกล้ชิดในใจ เหมือนกับญาติพี่น้อง
ผู้หญิงชุดคลุมขาวคนนี้ก็คือผู้คุมเหมืองแร่แห่งยอดเขาบัวขาวในแดนศักดิ์สิทธิ์เทพสวรรค์ ‘ผู้สูงศักดิ์สวรรค์บัวขาว’
นางเป็นผู้อาวุโสที่อ่อนโยนที่สุด นุ่มนวลที่สุดแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์เทพสวรรค์ และยังเป็นที่รักในฝันของศิษย์มากมาย
เทียบกับผู้อาวุโสคนอื่นๆ ที่จริงจังเคร่งขรึมอยู่สูงส่งแล้ว ผู้สูงศักดิ์สวรรค์บัวขาวแทบจะไม่เคยโกรธหรือวางมาดเลย
ขณะเดียวกัน นางที่ฝึกฝนคัมภีร์เซียนฝันผีเสื้อกับคัมภีร์แพทย์ขนนกขาวเป็นหลักยังชำนาญสายแพทย์เช่นกัน
หากศิษย์ในแดนศักดิ์สิทธิ์เทพสวรรค์บาดเจ็บ โดนพิษ ก็จะมาขอรักษาที่ยอดเขาบัวขาว และด้วยเหตุนี้เอง ยอดเขาบัวขาวจึงเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์และบริสุทธิ์มากสำหรับศิษย์เทพสวรรค์
ศิษย์หญิงทุกคนที่นี่ต่างมีแต่ศิษย์ร่วมสำนักมารุมจีบ!
เมื่อเห็นผู้อาวุโสหลายท่านออกมาแล้ว จางอวิ๋นถิงกับขู่ตัวก็รีบเดินเข้ามา
พวกเขาพูดขึ้นพร้อมกัน “ท่านพ่อ/เจ้าแดนศักดิ์สิทธิ์ ศิษย์พี่/ฟางฉางเป็นอย่างไรบ้าง”