ตอนที่ 220
บทที่ 220 หอคอยที่ตกจากโลกเซียน
October 22, 2026
บทที่ 220 หอคอยที่ตกจากโลกเซียน
รอบนอกสนามรบบรรพกาล แมลงเต่าทองสีแดงดำตัวหนึ่งบินผ่าน
มันกระพือปีกรวดเร็วมาก ไม่นานก็ออกจากสนามรบมาอยู่กลางหุบเขารกร้าง
ในหุบเขารกร้างมีคนชุดคลุมดำนั่งอยู่สามคน
แมลงเต่าทองบินลงในมือคนชุดคลุมดำคนหนึ่ง ก่อนจะส่งคลื่นพลังจิตออกมา
ใบหน้าใต้หน้ากากคนชุดคลุมดำเปลี่ยนไปอย่างมาก “แย่แล้ว นายน้อยโดนบุตรศักดิ์สิทธิ์เทพสวรรค์จับตัวไป!”
“นี่จะเป็นไปได้อย่างไร ท่านประมุขมอบแก่นโลหิตศักดิ์สิทธิ์ให้นายน้อยตั้งหกเม็ด! มากพอจะให้เขาปราบมารโลหิตระดับดวงจิตอรุณได้หกตัวเชียว”
“ในสนามรบนี่ นายน้อยน่าจะไร้พ่ายแล้วสิ!”
“หรือว่าแดนศักดิ์สิทธิ์พวกนั้นได้ข่าวอะไรบางอย่างเลยวางกับดักเอาไว้ก่อนกัน”
“รีบรายงานประมุขให้เร็วที่สุด! ถึงอย่างไรก็จะให้เสียเรื่องนั้นไม่ได้!”
คนชุดคลุมดำสามคนยืนขึ้นพร้อมกัน ร่างสั่นไหวเบาๆ ก่อนหายไปในหุบเขารกร้าง
…..
ดินแดนบูรพา แดนศักดิ์สิทธิ์ท้องนภา ยอดเขาบุตรศักดิ์สิทธิ์
นี่คือที่ปิดด่านบำเพ็ญของบุตรศักดิ์สิทธิ์ท้องนภา ปกติจะมีแขกมาตลอด เพราะอัจฉริยะทั้งดินแดนบูรพารู้ว่าบุตรศักดิ์สิทธิ์ท้องนภาไม่ชอบเดินทางไปไหนมาไหนกับใครมาตั้งนานแล้ว
แต่มีข่าวลือว่าสุดยอดโอรสสวรรค์ลำดับสี่ในรายนามแก่นพลังทองดินแดนบูรพาคนนี้มีศักยภาพลึกล้ำไม่อาจคาดเดา ที่ยังไม่ติดอันดับสามเพียงเพราะบุตรศักดิ์สิทธิ์ท้องนภาหวังเสินซวีเป็นคนรักสันโดษ แทบจะไม่ประลองฝีมือกับใคร
เขามีกายเทพว่างเปล่า เป็นหนึ่งในกายเทพที่แกร่งที่สุดในตำนาน แต่ขณะเดียวกันก็เป็นกายต้องสาป เล่าลือกันว่าโอรสสวรรค์ที่มีกายนี้ แม้จะมีพลังแกร่งกล้าควบคุมความว่างเปล่าได้ แต่ก็มีอายุขัยเป็นราคาต้องจ่าย
ทุกครั้งที่หวังเสินซวีใช้วิชาคัมภีร์ท้องนภาจะเสียอายุขัยตัวเอง เรียกได้ว่ากินชีวิต!
กระทั่งต่อให้ไม่สู้กับคนอื่น อายุขัยของผู้มีกายเทพว่างเปล่าก็สั้นกว่าผู้ฝึกบำเพ็ญรุ่นเดียวกันปกติแล้ว นี่คือรูปแบบชะตาต้องตายแต่เยาว์วัย
ด้วยเหตุนี้หวังเสินซวีจึงเก็บตัวมาตลอด การต่อสู้ไม่โดดเด่นพอ จึงต้องอยู่ใต้ฉีเซ่าเซวียน ขู่ตัวและฟางฉางอย่างคับอกคับใจ
แต่คนส่วนใหญ่เชื่อว่าหากต่อสู้กันอย่างสุดกำลัง หวังเสินซวีอาจจะไม่อ่อนแอไปกว่าฉีเซ่าเซวียน!
ถึงอย่างไรเมื่อหมื่นปีก่อน ผู้มีกายเทพว่างเปล่าคนนั้นตอนเผชิญหน้ากับมารร้ายต่างแดนได้เผาชีวิตเข้าสู้และแสดงกำลังรบออกมาทำให้คนหนาวสั่นจริงๆ
เวลาคือราชา ความว่างเปล่าคือผู้สูงศักดิ์!
ความแกร่งของกฎเกณฑ์แห่งความว่างเปล่าไม่เป็นที่ต้องสงสัยเลย
หากไม่จำเป็นจะไม่มีใครกล้าล่วงเกินกายเทพที่สืบทอดกันมาของแดนศักดิ์สิทธิ์ท้องนภา เพราะอย่างไรปกติพวกเขาจะดูเก็บตัวอยู่เงียบๆ แต่ยามมีเรื่องจะสู้สุดชีวิต
เหอะๆ วางมาดเหมือนจะตายไปพร้อมๆ กันเลยล่ะ
ถึงอย่างไรคนเท้าเปล่าก็ไม่กลัวคนสวมรองเท้า เอาอายุขัยหลายร้อยปีของข้าแลกกับหลายพันปีของเจ้า กำไรเลือดสาด!
ในวิหารศักดิ์สิทธิ์ กลิ่นหอมชาลอยโชย~
ชายชุดคลุมขาวคนหนึ่งนั่งขัดสมาธิกลางวิหารใหญ่
เครื่องหน้าเขาหล่อเหลาสมบูรณ์ เพียงแค่หน้าซีดขาว ขอบตาดำอย่างเห็นได้ชัด
หญิงงดงามสี่คนคอยรับใช้อยู่ข้างกาย ทุกคนสวมชุดคลุมขาวลอยล่องเหนือธรรมดา ตอนนี้กำลังชงชาวิญญาณให้เขา
มองออกได้เลยว่านี่ไม่ใช่ชาวิญญาณธรรมดา
ในน้ำชาเติมสมุนไพรยาอย่างเช่นโสม หวงจิงและเก๋ากี้เป็นต้น อีกทั้งอายุยังมีพันปีขึ้นไป เป็นของล้ำค่า
“ศิษย์พี่ ช่วงนี้ฉีเซ่าเซวียนนั่นท้ารบไปทั่ว โอหังมาก!”
“ท้ารบกับโอรสสวรรค์รุ่นเยาว์ทั้งหมด รวมถึงระดับดวงจิตดรุณ คิดว่าตัวเองเป็นราชาไร้มงกุฎจริงๆ!”
“ใช่ ถ้าไม่ใช่เพราะศิษย์พี่เราร่างกายอ่อนแอ อันดับหนึ่งแก่นพลังทองแห่งดินแดนบูรพาไม่ตกเป็นของเจ้านั่นแน่นอน!”
“ศิษย์พี่เสินซวี เดี๋ยวดื่มชาห้าสิ่งเลอค่าเยอะๆ หน่อย บำรุงจิต ถ้าเจ้านี่กล้ามาท้าทายแดนศักดิ์สิทธิ์เรา ก็ฆ่ามันเลย!”
เมื่อได้ฟังคำพูดโกรธแค้นอยู่เต็มอกของศิษย์น้องหญิงสี่คนแล้ว ชายชุดคลุมขาวไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
เหตุใดศิษย์น้องหญิงพวกนี้ถึงฉุนเฉียวกันเช่นนี้!
แล้วยังมีให้ใช้คัมภีร์จักรพรรดิท้องนภาฆ่าเขา คนที่เสียอายุขัยไม่ใช่พวกเจ้านี่!
หวังเสินสวีจิบชาอึกหนึ่ง ก่อนพูดอย่างจำใจ “ศิษย์น้องหญิงทั้งสี่ ใจเย็นๆ หน่อย ปรองดองกันไว้ๆ”
หญิงชุดคลุมขาวสี่คนทำเสียงขึ้นจมูก “ศิษย์พี่ ท่านแข็งกร้าวหน่อยไม่ได้รึ เขาจะมาถึงพวกเราแล้วนะ ไม่ฆ่าพวกมันจะรอให้เขามาขี้ใส่หรือ”
หวังเสินซวีพูดไม่ออก
บุพการีของศิษย์น้องหญิงสี่คนนี้ก็จริงๆ เลย สอนบุตรสาวกันดีจริงๆ!
หวังเสินซวีพูดด้วยความจำใจ “ศิษย์น้องหญิงเหมยหลันจู๋จวี๋ทั้งสี่ ฉีเซ่าเสวียนยังไม่ได้มาท้าสู้กับข้าไม่ใช่รึ!”
เพิ่งพูดจบก็เห็นศิษย์ท้องนภาคนหนึ่งวิ่งเข้ามาจากนอกวิหารบุตรศักดิ์สิทธิ์ด้วยความเคารพ เขามองหวังเสินซวีด้วยความอิจฉา
มีศิษย์พี่หญิงดั่งดอกไม้ดั่งหยกลุมร้อมทุกวัน ชีวิตของบุตรศักดิ์สิทธิ์น่าอิจฉาจริงๆ!
แต่ถึงอิจฉาไปก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเขา เขาเป็นเพียงศิษย์ส่งสารเท่านั้น
ศิษย์คนนั้นยื่นสาร์สท้ารบฉบับหนึ่งมาด้วยความนอบน้อม “ศิษย์พี่บุตรศักดิ์สิทธิ์ ฉีเซ่าเสวียนบุตรศักดิ์สิทธิ์เคหาสน์ม่วงส่งสาร์สท้ารบมาให้ท่าน”
เพิ่งเอ่ยจบ โต๊ะน้ำชาตรงหน้าหวังเสินสวีพลันแตกกระจาย เสียงฉุนเฉียวดังขึ้นกลางวิหาร
“กล้ามาท้าสู้จริงๆ ด้วย ตอนนี้แดนศักดิ์สิทธิ์เคหาสน์ม่วงโอหังอะไรเช่นนี้ ศิษย์พี่ฆ่ามันเลย!”
“กล้ามารังแกศิษย์พี่ที่ร่างกายอ่อนแอหรือ หรือคิดว่าศิษย์พี่เป็นคนกลัวตายกัน”
“ศิษย์พี่ ฆ่าฉีเซ่าเสวียน อย่างมากเราก็เลี้ยงท่านยามชราได้!”
“อำนาจบารมีของแดนศักดิ์สิทธิ์ท้องนภาเราไม่ใช่จะดูถูกกันได้ง่ายๆ สู้!”
เมื่อสัมผัสได้ถึงความโกรธของหญิงสี่คนข้างหลังแล้ว หวังเสินซวีเหงื่อออกหน้าผาก
มีศิษย์น้องหญิงสี่คนสุมไฟอยู่ทุกวันเช่นนี้ ข้ายังต้องกังวลว่าจะอายุยืนอีกรึ!
เหตุใดพวกโอรสสวรรค์ดินแดนบูรพานี่ถึงชอบเข่นฆ่ากันนัก! มีชีวิตกันอย่างสงบสุขไม่ได้หรือ