ตอนที่ 389
บทที่ 389 รวมคัมภีร์เทพโลหิตครบ ของเหลวกำเนิดสุริยะ!
October 22, 2026
บทที่ 389 รวมคัมภีร์เทพโลหิตครบ ของเหลวกำเนิดสุริยะ!
มหาจักรพรรดิอีกาทองไม่รู้ว่าเสิ่นเทียนเตรียมจะพัฒนาสถานฝึกบำเพ็ญของเขาเป็นแหล่งท่องเที่ยวแล้ว
เขาพูดเนิบนาบว่า “นอกจากนี้ ในภายภาคหน้าห้าดินแดนและโลกเซียนจะเจอกับกลียุคครั้งใหญ่ สหายน้อยเป็นอัจฉริยะมีพสวรรค์เช่นนี้ จะต้องเป็นแม่ทัพในสงครามครั้งนี้แน่นอน เกรงว่าคงต้องเจอกับอันตรายมากมาย
ก่อนข้าลอยขึ้นก็เคยได้รับคัมภีร์เทพโลหิตอันเป็นมรดกสูงสุดมาสองหน้า ลึกล้ำยากจะคาดเดา ลี้ลับไม่ธรรมดา ต่อให้วางไว้ในโลกเซียนก็ยังเป็นมรดกสูงสุด
น่าเสียดาย มรดกนี้ขาดบทพื้นฐานไปครึ่งส่วนแรก ทำให้ข้าแสดงอานุภาพที่แกร่งที่สุดไม่ได้ ตอนนี้ข้าจะไปเกิดใหม่ มรดกวิชานี้ไม่ควรสิ้นสุดที่ตัวข้า ตอนนี้เลยจะมอบให้สหายน้อย!
หวังแค่ว่าภายภาคหน้าสหายน้อยจะรวมมรดกนี้ได้ครบ พยายามกู้สถานการณ์ในสงครามในภายภาคหน้าอย่างเต็มที่!”
เพิ่งเอ่ยจบ ก็มีคัมภีร์โบราณสีแดงอมทองสองหน้าลอยมาจากในร่างเงาจักรพรรดิยิ่งใหญ่
ขนาด สีสันและกลิ่นอายของมันเหมือนกับคัมภีร์เทพโลหิตที่เสิ่นเทียนได้มาจากปีศาจยุงโลหิต เห็นได้ชัดว่ามีแหล่งกำเนิดเดียวกัน
เสิ่นเทียนพลันมีสีหน้าดีใจขึ้นมา
เพราะฝึกฝนคัมภีร์คบเพลิงกำเนิดฟ้า จึงอำพรางกลิ่นอายพลังในกายได้ทั้งหมด ต่อให้เป็นมหาจักรพรรดิอีกาทองก็ยังตรวจสอบไม่พบกลิ่นอายของคัมภีร์เทพโลหิตในตัวเขา
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าบทพื้นฐานหน้าหนึ่งกับหน้าสองของคัมภีร์เทพโลหิตอยู่กับเสิ่นเทียนจริงๆ
ตอนนี้เขาขาดหน้าที่สามกับหน้าที่สี่นี้!
คัมภีร์เทพโลหิตแบ่งเป็นสองหน้าบนล่าง บทละสองหน้า คัมภีร์เทพโลหิตในมือเสิ่นเทียนคือบทบน บทพื้นฐาน
และสองหน้าในบทพื้นฐานก็แบ่งเป็นวิชาแยกโลหิตกับวิชาแยกจิต ใช้โลหิตบริสุทธิ์สร้างกายเนื้อใหม่ได้ จากนั้นแบ่งจิตวิญญาณเป็นร่างแยก
ก่อนหน้านี้ตอนที่เสิ่นเทียนสังหารผู้สูงศักดิ์ยุงโลหิต ก็ได้คัมภีร์สองหน้านี้มา
นี่เป็นวิชาการเอาตัวรอดที่แข็งแกร่งยิ่ง ทำให้เวลาที่เสิ่นเทียนไปสำรวจแดนลับมากมายจะเสี่ยงอันตรายได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องกลัวตาย
แต่ตอนนี้ คัมภีร์เทพโลหิตสองหน้าในมือมหาจักรพรรดิอีกาทองก็คือบทล่าง!
บทล่างของคัมภีร์เทพโลหิตได้รับขนานนามว่าบทอมตะ!
หน้าสามในบทอมตะบันทึกยอดวิชาวิญญาณแท้คืนชีพ!
ยอดวิชาวิญญาณแท้คืนชีพ สามารถประทับวิญญาณแท้ในเขตแดนพิเศษได้ ขอแค่เขตแดนไม่ถูกทำลาย วิญญาณแท้ก็จะกำเนิดใหม่ได้เรื่อยๆ
อย่างเช่นวิญญาณอาฆาตอีกาทองเก้าตัวก่อนหน้านี้ ที่พวกมันจัดการยาก สังหารไม่ได้ ก็เพราะวิญญาณแท้ฝังอยู่ในเขตแดนเกาะมหานทีและสุสานจักรพรรดิอีกาทอง
การจะสังหารวิญญาณอาฆาตอีกาทองเก้าตัวนี้ ต้องทำลายเขตแดนสูงสุดในสุสานมหาจักรพรรดิอีกาทองก่อน หรือลอกวิญญาณแท้ของพวกมันออกมา
แบบนั้น ระดับความยากจะสูงขึ้นไม่รู้กี่เท่า!
ส่วนหน้าที่สี่บันทึก ‘วิชาโคจรวิญญาณแท้’
วิชาวัฏจักรวิญญาณแท้ หลังจากฝึกวิชานี้สำเร็จ วิญญาณแท้ของผู้บำเพ็ญจะสามารถย้ายไปมาระหว่างร่างหลักกับร่างแยกบุตรเทพโลหิตได้อย่างอิสระ การเอาตัวรอดจะเพิ่มขึ้นทันทีไม่รู้กี่เท่า
มหาจักรพรรดิอีกาทองก็อาศัยวิชานี้ ย้ายเสี้ยววิญญาณของเขาจากโลกเซียนลงมายังโลกเบื้องล่าง
เพียงแต่ว่ามหาจักรพรรดิอีกาทองไม่มีบทพื้นฐานคัมภีร์เทพโลหิต หาทางรวมร่างแยกบุตรเทพโลหิตไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงไม่อาจแสดงอานุภาพที่แท้จริงของวิชาวิญญาณแท้โคจรได้อย่างแท้จริง
หากไม่เช่นนั้น แบ่งเป็นบุตรเทพโลหิตร้อยแปดสิบคน วิญญาณแท้ก็จะเคลื่อนย้ายไปมาระหว่างบุตรเทพโลหิตพวกนี้ได้ตามอำเภอใจ
เว้นแต่จะสังหารบุตรเทพโลหิตทั้งหมดในคราวเดียว ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นอมตะ
หากเป็นเช่นนี้จริงๆ เกรงว่ามหาจักรพรรดิอีกาทองคงไม่สิ้นชีพง่ายขนาดนั้น
……
ตามหลักแล้ว คัมภีร์เทพโลหิตทุกหน้ามีความแข็งแกร่งของมัน
แต่มีเพียงสองบทสี่หน้าเกื้อหนุนกันแล้วเท่านั้นถึงจะแสดงพลังที่แท้จริงของคัมภีร์เทพโลหิตได้
เสิ่นเทียนบีบคัมภีร์เทพโลหิตสองหน้าสุดท้ายในมือ ภายในใจเร่าร้อนขึ้นมา
รวมครบแล้ว!
ในที่สุดก็รวมครบแล้ว!
มีคัมภีร์เทพโลหิตสองบทสี่หน้านี้ ในที่สุดข้าก็ออกไปเที่ยวเล่นได้สักที!
เสิ่นเทียนมองมหาจักรพรรดิอีกาทองพลางพูดเสียงหนักแน่น “ผู้อาวุโสจักรพรรดิวางใจเถอะ หากวิญญาณร้ายบุกมา ต่อให้ข้าต้องตายเป็นร้อยครั้งก็ไม่ปฏิเสธ”
เหอะๆ มีคัมภีร์เทพโลหิตสี่หน้านี้ ตายเป็นร้อยครั้งก็ไม่ปฏิเสธจะเท่าไรเชียว
ถึงตอนนั้น สังหารข้าไปคนหนึ่งแล้ว ก็มีข้าอีกเป็นพันเป็นหมื่นคนยืนขึ้นมา ต่อให้ตายเป็นหมื่นครั้งก็ไม่มีปัญหา!
แม้ว่าหลังจากบุตรเทพโลหิตตายไปแล้วจะทำให้โลหิตบริสุทธิ์และพลังจิตอ่อนกำลังลง
แต่ข้ากลัวรึ
ของเหลวศักดิ์สิทธิ์นิพพานมีให้ใช้ได้เป็นตัน และยังมีต้นกำเนิดสามประกายวารีเทพ ผลิตเองใช้เอง เสริมความแกร่งให้ได้เป็นอย่างดี!
หากมีวิญญาณร้ายรุกรานเข้ามา ข้าจะอยู่แนวหน้าแน่นอน!
แม้จะมีเป็นพันเป็นหมื่นคน ข้าก็จะบุกเข้าไป!
จนเมื่อหยินหยางกลับด้าน ข้าจะใช้โลหิตมารย้อมฟ้าคราม!
ข้าที่สวมเกราะคืนชีพหมื่นชิ้น อยู่ระหว่างผู้เป็นราชา…ไม่ต้องเกรงกลัวในสนามรบวิญญาณร้ายเลย!
“ต่อให้ตายเป็นร้อยครั้งก็ไม่ปฏิเสธรึ ดี ดี ดี!”
มหาจักรพรรดิอีกาทองยิ้มปลื้มใจ แต่ก็เหมือนนึกอะไรได้ “แม้ว่าคัมภีร์เทพโลหิตจะแข็งแกร่ง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีสิ่งใดแก้ทางได้ หากเจอผู้แข็งแกร่งสูงสุดที่ควบคุมวัฏจักรกรรมหรือกฎเกณฑ์ชะตาชีวิต ก็จะตัดการเชื่อมต่อระหว่างร่างหลักกับร่างแยกได้ ถึงตอนนั้นคัมภีร์เทพโลหิตจะคืนชีพไม่ได้ ดังนั้นสหายน้อยจะต้องระวังเอาไว้หน่อย”
มหาจักรพรรดิอีกาทองใช้น้ำเสียงเคร่งขรึม เขาลอยขึ้นโลกเซียนไปแล้วได้เปิดโลกมากมาย และยังได้เข้าใจในคัมภีร์เทพโลหิตที่แน่นอน
แม้คัมภีร์เทพโลหิตจะแข็งแกร่ง เรียกได้ว่าเป็นอมตะ แต่ถ้าเจอผู้แข็งแกร่งสูงสุดที่แท้จริงพวกนั้น ก็อาจจะไม่ปลอดภัยได้
ถึงอย่างไร กลอุบายของการคงอยู่พวกนั้นก็น่าเหลือเชื่อเป็นอย่างยิ่ง
เพียงแต่การคงอยู่นั้นที่ควบคุมวัฏจักรกรรมและกฎเกณฑ์ชะตาชีวิต ต่อให้อยู่ในโลกเซียนก็ยังเป็นผู้แข็งแกร่งสูงที่สุด
ขนาดมหาจักรพรรดิอีกาทองในสมัยที่อยู่จุดสูงสุดก็ยังแค่ได้ยินเรื่องเล่าของผู้แข็งแกร่งเช่นนั้นมาบ้างเท่านั้น ไม่มีสิทธิ์เจรจากับพวกเขาซึ่งหน้า
หรือก็คืออย่างน้อยในช่วงเวลายาวนานในภายภาคหน้า ขอแค่เสิ่นเทียนฝึกคัมภีร์เทพโลหิตสี่ม้วนสำเร็จก็จะเรียกได้ว่ามีกายเป็นอมตะ
ต่อให้เป็นผู้อริยะที่แกร่งกว่านี้ไปจนถึงมหาจักรพรรดิ ก็อย่าคิดจัดการเขาได้
แน่นอน เสิ่นเทียนไม่รู้ในจุดนี้
เขารู้แค่ว่า คัมภีร์เทพโลหิต…เหมือนจะไม่ได้ไร้พ่ายเช่นกัน