ตอนที่ 1013
บทที่ 1013 ทรมานอย่างอยู่ไม่สู้ตาย
October 21, 2026
วินาทีที่เห็นซวนอ๋อง เวินหานเทียนก็มีสีหน้าราวปลาตายทันที
ซวนอ๋องเป็นเทพสงครามของแคว้นต้าเยียน ฝีมือโหดเหี้ยมเด็ดขาด เย็นชากระหายเลือด มันกลับไม่ตาย และยังแกล้งปลอมเป็นฝ่าบาท คราวนี้จบกันแล้ว
“ถอย รีบถอยเร็ว!” เวินหานเทียนอดกลั้นความเจ็บปวดพลางร้องเสียงดัง
ลูกน้องทั้งสองคนพากันหามเขาและคิดจะหนีไป โม่เหลิ่งเหยียนไม่ได้ยิงต่อ และไม่ได้สกัดขวาง เขายืนมองดูพวกมันล้มลุกคลุกคลานหนีไป สายตาเย็นชาราวกับกำลังมองมดตัวจ้อย
คนตระกูลเวินทั้งหมดยังวิ่งไม่ถึงหน้าประตูเลย ก็ได้ยินเสียงเหี้ยมเกรียมเย็นเยียบดังขึ้นจากด้านหลัง “ในเมื่อมาแล้วก็อย่าหวังจะได้รอดออกไปเลย!”
เวินหานเทียนไม่มีแก่ใจสนใจอะไรมากแล้ว รีบเร่งลูกน้องว่า “ไป รีบไป!”
สองขาเขาพิการแล้ว เลือดสดไหลนอง เขาไม่อาจยืนอยู่ได้ ได้แต่ให้คนหามไป
นอกตำหนักไม่มีใครอยู่เลย แม้แต่นางกำนัลขันทีก็ไม่มีเลย เงียบจนน่ากลัว มันทำให้เวินหานเทียนสีหน้าเคร่งเครียดมากขึ้น
ทันใดนั้นก็มีธนูห่าใหญ่ยิงเข้ามากลางอากาศ ถี่แน่นราวฝนห่าใหญ่
ทำเอาคนตระกูลเวินพากันลนลานทันที รีบหลบกันอุตลุด ควงกระบี่สกัดไว้ ธนูห่าใหญ่นั้นยิงเข้ามาจากทั่วทุกสารทิศ ทำให้เขาไม่มีที่จะหลบเลย หาทางหนีไม่ได้เลย
คนตระกูลเวินโดนธนูยิงตายไปตามๆกัน พากันร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ล้มกันไปรัวๆ และลูกน้องคนหนึ่งที่พยุงเวินหานเทียนอยู่ก็โดนธนูเข้าเหมือนกัน วินาทีที่เขาล้ม เวินหานเทียนก็ล้มลงพื้นไปด้วย
หน้าแข็งที่โดนยิงอยู่แล้ว จังหวะที่กระแทกพื้นก็ทำเขาเจ็บร้องโหยหวนอีก สีหน้าซีดเผือด เหงื่อผุดที่ขมับเป็นดอกเห็ด
ความเจ็บปวดที่กระดูกแตกร้าวเข้าหัวใจ ทำให้เขาอยู่ไม่สู้ตาย
ลูกน้องอีกคนก็ตกใจยิ่งนัก ไม่รู้จะทำอย่างไรดี
“ไม่ได้เรื่อง ยังไม่รีบหามข้าไปอีก!” เวินหานเทียนตะคอกอย่างเดือดดาล
ลูกน้องถึงได้สติ เขายื่นมือออกไป แต่มีธนูยิ่งเข้ามาอีกครั้งขวางไว้ “เจ้าตระกูล ขอโทษด้วย!” พูดจบก็ยกเท้าจะหนีไปทันที
เวินหานเทียนเดือดดาลทะลุฟ้า “สารเลว ไอ้คนทรยศ เจ้ากล้าทิ้งข้า!”
ตามเสียงตะคอกดังของเขา เวินหานเทียนใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดซัดฝ่ามือใส่ลูกน้องที่หลบหนีคนนั้น
ลูกน้องวิ่งออกไปไม่กี่เมตรก็โดนกำลังภายในของเวินหานเทียนซัดเข้ากลางใจ จนขาดใจตายคาที่
เวินหานเทียนเห็นคนตระกูลเวินบาดเจ็บล้มตายไปกว่าครึ่ง ก็ตะโกนเสียงดังทันที “ใครก็ได้ ใครก็ได้ มาหามข้าไปที!”
แต่ไม่ว่าเขาจะตะคอกดังยังไง ร้องเรียกยังไง คนตระกูลเวินก็พากันหนีเอาชีวิตรอดเองกันหมด ไหนเลยจะยังสนใจเขาอีก
วินาทีนี้เวินหานเทียนรู้สึกเพียงว่า เรียกดินดินไม่ขาน เรียกฟ้าฟ้าไม่รับ เลือดที่หน้าแข้งไหลลง เขาเจ็บจนแทบทนไม่ไหวแล้ว แต่เห็นฝนธนูท่ามกลางท้องฟ้า เวินหานเทียนก็อดกลั้นความเจ็บปวดคิดจะคลานหนี
บนพื้นล้วนมีแต่คนตระกูลเวินที่ล้มตาย เขาพยายามคลานด้วยสองขาที่พิการไปแล้ว แต่ก็ไม่ขยับเลย หากอยู่แบบนี้ต่อไป เขาคงได้แต่นอนรอความตายเท่านั้น เวินหานเทียนรีบดึงคนตระกูลเวินที่ตายอยู่ข้างๆมาเป็นโล่กำบังให้ตนทันที
คนตระกูลเวินคนอื่นตายหมดไม่มีเหลือเลย โม่ฉีเฟิงถึงให้กองทัพหลวงหยุด ทุกคนพากันเดินออกมาจากที่มืด
เวินหานเทียนที่นอนหายใจรวยรินอยู่ที่พื้นพอเห็นโม่ฉีเฟิง ถึงได้เข้าใจ “ดังนั้นเมื่อครู่เจ้าจำข้าได้รึ?”
“แค่ฝีมือการแสดงชั้นต่ำของเจ้าน่ะ เจ้าคิดว่าจะหลอกข้าได้รึ! และหากมิทำเช่นนั้น จะจัดการคนตระกูลเวินของพวกเจ้าได้ในคราวเดียวรึ!” โม่ฉีเฟิงแค่นเสียงเย็น
เวินหานเทียนพลันหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “ต่อให้พวกเจ้าจับข้าได้แล้วอย่างไร พวกเจ้าคิดว่าจะชนะแล้วรึ ข้าส่งคนตระกูลเวินทั้งหมดไปทำลายโกดังเสบียง คลังอาวุธ สำนักแลกเงินของราชวงศ์หรือกระทั่งค่ายทหารของแคว้นต้าเยียนทั้งหมดแล้ว
ขอเพียงแคว้นต้าเยียนเกิดจลาจล อีกสามแคว้นที่เหลือจับจ้องตาเป็นมัน หากลงมือตอนนี้ แคว้นต้าเยียนต้องพินาศแน่ ทำลายแผ่นดินของฮ่องเต้โฉดได้ ต่อให้ข้าตายก็คุ้มค่าแล้ว!”