ตอนที่ 505
บทที่ 505 มีซื่อจื่ออยู่ เธออยากทำสิ่งใดก็ได้ตามที่ปรารถนา
October 21, 2026
สุดท้ายนางก็มิได้บอกเรื่องแผนการร้ายขององค์ชายรองกับหยางเฟยออกมา ชางหลันเย่ที่เฉลียวฉลาด ไม่ต้องให้ชางหยุนสี่เตือน เขาก็เดาได้
ชางหยุนสี่ยังถือว่ามีความจริงใจอยู่บ้าง อยากจะส่งข่าวให้ตน
เพียงแต่ชางหลันเย่กลับไม่ได้รู้สึกซาบซึ้งเลย หากมิใช่เพราะหยางเฟย เสด็จแม่ของเขาจะส่งเขาไปแคว้นต้าเยียนเป็นตัวประกันได้อย่างไร ร่างกายของเสด็จแม่จะล้มป่วยติดเตียงอยู่หลายปีได้อย่างไรกัน
ดังนั้นต่อให้ชางหยุนสี่ทำเช่นนี้ ชางหลันเย่ยังคงเกลียดหยางเฟยเข้ากระดูกดำอยู่ดี เขาใช้ชีวิตที่แย่เสียยิ่งกว่าหมูกว่าหมาที่แคว้นต้าเยียน โดนขันทีนางกำนัลเหยียดหยาม ด่าทอ เสียดสีทุกวัน ได้กินแต่อาหารเหลือข้าวบูด หากมิใช่ได้พบหยุนถิง น่ากลัวว่าเขาคงตายที่แคว้นต้าเยียนไปแล้ว
วันเวลาที่อยู่ไม่สู้ตายนั่น ชางหลันเย่จดจำได้ทั้งชาติไม่มีวันลืมแน่นอน
“ไท่จื่อ พวกเราไปเมืองอู่หนิง ระหว่างทางหยางเฟยต้องวางแผนฆ่าแน่!” เมืองอู่หนิงเตือน
สีหน้าชางหลันเย่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งพันปี “บอกทุกคนให้เตรียมพร้อม ครั้งนี้จะต้องให้หยางเฟยสาหัส ข้าจะกราบทูลเสด็จพ่อขอให้เซียวซ่างซูเดินทางไปด้วย”
เจว๋เฟิงสีหน้าชะงักกึก “ไท่จื่อ เซียวซ่างซูเป็นคนของหยางเฟยนะขอรับ”
“ต้องมีคนมาเป็นพยานยืนยันความผิดของหยางเฟยหน่อยมิใช่รึ” ชางหลันเย่อธิบาย
“ไท่จื่อทรงพระปรีชายิ่ง!”
......
แคว้นต้าเยียน จวนซื่อจื่อ
หยุนถิงและจวินหย่วนโยวกลับถึงจวนซื่อจื่อ หยุนถิงรีบให้ซูหลินเรียกรวมตัวกองทัพขนหงส์ในเมืองหลวงทันที รวมถึงคนใหม่ที่เข้ามาฝึกฝนตอนหลังด้วย
คืนนี้ทุกคนพากันมารวมตัวที่จวนซื่อจื่อ หยุนถิงให้คนซื้อผักและเนื้อมามากมาย พอประตูใหญ่ปิดลง ก็พาทุกคนไปห้องครัว
จวินหย่วนโยวกังวลว่าหยุนถิงจะเหนื่อย จึงอยู่ข้างๆตลอด และยังตั้งใจยกเก้าอี้มาให้หยุนถิงนั่งโดยเฉพาะอีกด้วย
หยุนถิงสั่งการให้ทุกคนหั่นผักให้ละเอียดคั้นน้ำออก เอาฟักทองไปนึ่งให้สุก บีทรูทเอาไปแช่น้ำ จากนั้นเอาน้ำผักมานวดรวมกับผงแป้งและบะหมี่ จากนั้นเริ่มทำไส้เนื้อ สุดท้ายใช้แป้งสีรุ้งมาห่อเกี๊ยว----
นี่เป็นครั้งแรกที่ทุกคนเห็นวิธีการทำเช่นนี้ ต่างประหลาดใจกันยิ่งนัก พอเห็นเกี๊ยวสีเขียว สีแดง สีเหลืองเหล่านั้นออกจากเตา ทุกคนยินดีตกใจกันยิ่งนัก
“สวรรค์ ข้าอยู่มานานหลายปีขนาดนี้ เป็นครั้งแรกที่รู้ว่ามีเกี๊ยวสีรุ้งด้วย ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยจริงๆ!” พ่อครัวจวนซื่อจื่อชมเชยพลางถอนหายใจออกมา
“ก็ใช่ไง นี่น่ะทำจากน้ำผักนะ สีสันสวยงามมากเลย แค่ดูก็อยากกินแล้ว”
“ซื่อจื่อเฟยของเราเก่งยิ่ง มีหนึ่งเดียวในสี่แคว้นเลย อาศัยแค่สีสันนี่ก็ต้องได้รับความนิยมแน่!”
ได้ยินคำวิพากษ์วิจารณ์ของทุกคนแล้ว หยุนถิงพอใจมาก “ทุกคนมาลองชิมดูสิว่ารสชาติเป็นอย่างไรบ้าง?”
“ดีเลย!” ทุกคนหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบกินกัน ต่างพากันชมเชยไม่ขาดปาก
หยุนถิงเองก็หยิบตะเกียบมาคีบชิ้นหนึ่งส่งถึงปากจวินหย่วนโยว “ซื่อจื่อ ท่านลองกินดูสิ!”
“ได้!” จวินหย่วนโยวงับกินจากมือของหยุนถิงเลย
“เป็นอย่างไร?”
“สิ่งที่ถิงเอ๋อร์ทำ ย่อมต้องเป็นของเลิศรสหนึ่งเดียวในสี่แคว้นแน่นอน”
“ซื่อจื่อพูดขนาดนี้แล้ว งั้นข้าก็วางใจละ” หยุนถิงบอก
“คืนนี้ข้าเรียกทุกคนมารวมตัวกัน และบอกสูตรเคล็ดลับของเกี๊ยวสีรุ้งให้กับทุกคน เพื่อต้องการให้เกี๊ยวสีรุ้งนี่เปิดร้านกลุ่มร้านค้าไปทั่วทั้งสี่แคว้น ราคาสูงกว่าเกี๊ยวธรรมดาเล็กน้อยก็พอ คนกินเป็นชาวบ้านธรรมดาหรือคนเดินทาง
ส่วนพวกเจ้าเป็นคนแนะนำของเกี๊ยวสีรุ้งนี้ ร้านและคนข้าจัดเตรียมให้ พวกเจ้าเพียงสืบทอดฝีมือนี้ต่อไปก็พอแล้ว” หยุนถิงบอกเรื่องต้องระวังมากมายกับทุกคนอีก
จวินหย่วนโยวที่อยู่ข้างๆฟังอย่างตั้งใจเช่นกัน มองเห็นถิงเอ๋อร์คิดพิจารณาอย่างถี่ถ้วนรอบคอบทุกด้านแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งร้าน คนงาน รสชาติ จวินหย่วนโยวเต็มไปด้วยความเลื่อมใส
ถิงเอ๋อร์ช่างมีพรสวรรค์ในการทำมาค้าขายยิ่งนัก
รอจนหยุนถิงสั่งการเรียบร้อย ก็ดึกดื่นค่อนคืนแล้ว ซูหลินคุ้มครองพวกเขาออกจากจวนซื่อจื่อกลางดึก ออกจากเมืองหลวง ส่งคนพวกนี้ไปทุกแห่งในสี่แคว้นผ่านฐานลับของกองทัพขนหงส์